บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    เทรนด์ฮิตแฟรนไชส์
380
2 นาที
1 เมษายน 2567
วิเคราะห์เทรนด์แฟรนไชส์ในมุม Data ด้วย Google Trends
 

ปี 2567 ตลาดแฟรนไชส์มีมูลค่าประมาณ 300,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแบรนด์แฟรนไชส์ในประเทศรวมกว่า 625 แบรนด์ สาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศ 97,484 แห่ง โดย 3 อันดับกลุ่มแฟรนไชส์ที่มีจำนวนมากที่สุดได้แก่
  • กลุ่มแฟรนไชส์ “เครื่องดื่มและไอศกรีม” จำนวน 159 กิจการ เป็นสัดส่วนมากกว่า 25% จากแฟรนไชส์ทั้งหมด
  • กลุ่มแฟรนไชส์ธุรกิจอาหารจำนวน 153 กิจการ
  • กลุ่มแฟรนไชส์การศึกษามีจำนวน 99 กิจการ 

แต่ถ้ามองย้อนไปตั้งแต่ปี 2548 พบว่าแฟรนไชส์ธุรกิจบริการกลับมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงสุด 23% ตามด้วยธุรกิจการศึกษา เติบโต 21% ขณะที่ธุรกิจอาหาร มีอัตราเติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15% ส่วนกลุ่มเครื่องดื่มและไอศกรีมที่มีจำนวนกิจการมากสุด กลับมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 14% 

 
แต่ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่เรียลไทน์เท่ากับข้อมูลจาก Google Trends ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้สำรวจความนิยมของคีย์เวิร์ดที่คนใช้ค้นหาบนเว็บไซต์ Google ในช่วงเวลาที่กำหนดได้ ข้อดีของการใช้ประโยชน์จาก Google Trends ได้แก่
  • ดูเทรนด์มาแรงได้ทั้งแบบรายวันและแบบเรียลไทม์
  • บอก “คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง” ช่วยให้รู้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังสนใจอะไรที่เกี่ยวข้องอีกบ้าง
  • สามารถรู้ได้ว่าคนส่วนใหญ่ใช้คีเวิร์ดอะไรในการค้นหาเรื่องที่สนใจ มีประโยชน์ในการนำคำเหล่านั้นไปใช้ในการตลาดได้
วิเคราะห์ “แฟรนไชส์” โดย Google Trends ได้รู้อะไรบ้าง?
 
1.แฟรนไชส์ “ภาษาอังกฤษ” มาแรงในช่วงวันที่ 25 -26 มีนาคม 2567
 
 

อาจจะเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนหรือไม่อย่างไรที่ทำให้แฟรนไชส์การศึกษาเป็นคำค้นหาที่มาแรงในวันที่ 25 -26 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงวันที่ 25 มีนาคมคำค้นนี้ขึ้นไปแตะระดับสูงสุด พื้นที่ในการค้นหาอยู่ที่อุทัยธานีมากที่สุด ตามมาด้วยชลบุรี และยโสธร ตามลำดับ และหากพูดถึงแฟรนไชส์ภาษาอังกฤษก็มีหลายแฟรนไชส์ที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันเสริมทักษะ อายเลเวล , ไบร์ทอัพคิดส์ , อิงลิชคอนเนอร์ รวมถึง คุมองที่มีหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษให้ผู้สนใจด้วยเช่นกัน 
 
2.รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คำค้น “ท็อปส์ เดลี่” มาแรงสุด
 
 
 




ซึ่งคำว่า “ท็อปซุปเปอร์มาเก็ต” เป็นคำค้นหามากที่สุดช่วงประมาณวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา สอดคล้องกับคำว่า “ท็อปส์ เดลี่” ที่เป็นคำค้นหาที่เกี่ยวข้องที่คนเข้ามาค้นหามากที่สุดในวันที่ 20 มีนาคมเช่นกัน รวมถึงคำว่า “Investment” ก็เป็นคำค้นมากสุดในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน พื้นที่ที่ผู้คนมีการค้นหามากที่สุดอยู่ในนนทบุรี , กรุงเทพฯ และปทุมธานี

ข้อมูลนี้จะไปสอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีการประกาศขายแฟรนไชส์ของ “ท็อปส์ เดลี่” ที่ทำให้คนตื่นตัวและอยากรู้ข้อมูลด้านการลงทุนมากขึ้น
 
3.รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคำค้น “แฟรนไชส์อาหาร ” มากกว่า “แฟรนไชส์เครื่องดื่ม
 




แม้ทั้ง 2 กลุ่มแฟรนไชส์จะมีความนิยมมากที่สุดดูจากจำนวนกิจการในสองกลุ่มที่มีความใกล้เคียงกัน แต่ในรอบ 7 วันที่ผ่านมาปรากฏคำค้นหา “แฟรนไชส์อาหารมากกว่า โดยการค้นหาแตะระดับสูงสุดวันที่ 26 มีนาคม 2567 โดยแฟรนไชส์เครื่องดื่มตามมาในระดับใกล้เคียงกันในช่วงเวลาดังกล่าว และหากดูข้อมูลในส่วนภูมิภาคพบว่าจังหวัดน่าน , ยโสธร , นครสวรรค์ , นครศรีธรรมราช ค้นหาคำว่าแฟรนไชส์เครื่องดื่มมากที่สุด ในขณะที่กรุงเทพฯค้นหาคำว่าแฟรนไชส์อาหารมากที่สุดเช่นกัน
 
4.ในรอบ 30 วัน “แฟรนไชส์เครื่องดื่มมาแรงช่วงต้นเดือนมีนาคม
 




ในทางกลับกันถ้าค้นประวัติย้อนลงไปรอบ 30 วันที่ผ่านมาปรากฏว่าแฟรนไชส์เครื่องดื่มมาแรงชัดเจนโดยติดคำค้นหาสูงสุดในวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นคำค้นหาก็ไล่ลงมาในระดับไล่เลี่ยกันและเมื่อเข้ามาสู่ช่วงกลางเดือนมีนาคมกลายเป็นแฟรนไชส์อาหารที่เริ่มมีคำค้นมากกว่า ในส่วนของภูมิภาคพบว่ารอบ 30 วันที่ผ่านมาแฟรนส์เครื่องดื่มมีการค้นหามากสุดในจังหวัดสุโขทัย ส่วนแฟรนไชส์อาหารมีคำค้นหามากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่
 
5.ในรอบ 1 ปี แฟรนไชส์อาหารยังมาแรงสุด



ย้อนกลับไป 1 ปีปรากฏว่า “แฟรนไชส์อาหาร” ติดคำค้นหามากที่สุดอย่างชัดเจนโดยแตะระดับค้นหามากที่สุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2023 และถ้าแยกไปดูในส่วนของภูมิภาคพบว่ารอบปีที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่มีการค้นหาคำว่า “แฟรนไชส์อาหาร” มากที่สุด ส่วนในรอบปีที่ผ่านมา จังหวัดพังงามีการค้นหาคำว่า “แฟรนไชส์เครื่องดื่มมากที่สุด”
 
ถ้าประมวลผลการวิเคราะห์ในภาพรวมจะเห็นว่ารอบปีที่ผ่านมาแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่มมีคนสนใจมากที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความแฟรนไชส์กลุ่มอื่นจะไม่ถูกพูดถึง โดยเฉพาะในปี 2567 เทรนด์ของค้าปลีกและบริการก็มาแรงเช่นกัน อย่างแฟรนไชส์บริการในปีนี้มีการเปิดตัวนวัตกรรมเน้นความสะดวกมากขึ้นทั้งเครื่องหยอดเหรียญล้างรถอัตโนมัติ , ตู้ชาร์จEV หรือธุรกิจซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นต้น
 
ในฝั่งแฟรนไชส์ค้าปลีก ปี 2567 ก็ดุเดือนไม่แพ้กัน แม้จะมีแบรนด์ใหม่ไม่มากแต่การแข่งขันก็สูงชัดเจน และประโยชน์ที่ได้จากการใช้ Google Trends จะทำให้ผู้ประกอบการรู้ว่าพื้นที่ไหนสนใจอะไรมากที่สุด จะได้เน้นทำการตลาดที่ตรงกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น และจากข้อมูลยังพบอีกว่าธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยมีอัตราเติบโตต่อเนื่องทุกปีประมาณ 18% มีคนซื้อแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น 15% หรือราวๆ 327,928 คน ส่วนมากเป็นผู้หญิง 61% ผู้ชาย 39% 

 
และหากแยกตามช่วงงบลงทุนของแฟรนไชส์พบว่าในกลุ่มเงินลงทุนไม่เกิน 100,000 บาท มีสัดส่วนร้อยละ 51.98 โดยในกลุ่มนี้ ร้อยละ 23.2 เป็นกลุ่มแฟรนไชส์ที่มีงบลงทุนระหว่าง 10,000 ถึง 50,000 บาท ทั้งนี้การลงทุนแฟรนไชส์มีด้วยกัน 2 รูปแบบคือ
  • Product Franchise เน้นการกระจายสินค้าให้แฟรนไชส์ซี เงินลงทุนไม่สูงมาก ขยายสาขาได้ไว ซึ่งบางรายเก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์+ รอยัลตี้ฟีส์ ค่อนข้างน้อย หรือไม่เก็บเลย
  • Business Format เน้นขยายแฟรนไชส์ด้วยระบบ เพื่อควบคุมคุณภาพ มาตรฐานสินค้าและบริการ มีการเก็บค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์+ รอยัลตี้ฟีส์ เพื่อนำรายได้ส่วนนี้มาใช้ส่งเสริมด้านการตลาดและพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการวิเคราะห์เทรนด์แฟรนไชส์ไม่ว่าจะด้วย Google Trends หรืออ้างอิงตัวเลขใดๆ เป็นแค่ส่วนหนึ่งข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้รู้ว่าแนวโน้มการลงทุนนั้นเป็นอย่างไร มีโอกาสประสบความสำเร็จได้แค่ไหน ซึ่งการได้คุยรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละแฟรนไชส์ที่เราสนใจเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นมาก
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
 
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)