บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    แฟรนไชส์ต่างประเทศ
2.2K
2 นาที
5 พฤษภาคม 2563
11 อันดับแฟรนไชส์ราคาถูกไปหาแพงที่สุดจากแฟรนไชส์ 500  
 

การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ เรื่องของค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ของนักลงทุน ธุรกิจแฟรนไชส์ไหนค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ถูก คนนิยม ก็จะขยายสาขาได้เร็ว แฟรนไชส์ไหนค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์แพงก็จะขยายสาขาได้ช้า

วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จะนำเสนอ 11 อันดับธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีราคาแพงที่สุด โดยจะเรียงลำดับแฟรนไชส์ราคาถูกที่สุดไปหาราคาแพงที่สุด 
 
1.7-Eleven
 
ภาพจาก bit.ly/35xvXad
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 11
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1964 
  • จำนวนสาขา 66,689 แห่ง  
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 47,100 ถึง $ 1.2 ล้าน
แฟรนไชส์ 7-Eleven เป็นบริษัทเดียวใน 11 อันดับแรกจาก 500 แฟรนไชส์ มีราคาไม่แพง จึงช่วยให้ 7-Eleven เพิ่มจำนวนสาขาได้มากกว่า 66,000 สาขา รวมถึงเพิ่มสาขา 4,584 แห่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 
 

2.The UPS Store
 
ภาพจาก bit.ly/2z8BuIg
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 5
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1980
  • จำนวนสาขา 5,166 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 138,400 ถึง $ 470,000
The UPS Store มีการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยจำนวนสาขา เป็ฯแฟรนไชส์ที่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้าน ถูกอันดับที่ 2 จาก 500 แฟรนไชส์ในสหรัฐอเมริกา 
 

3.Jersey Mike’s Subs
 
ภาพจาก bit.ly/35yviWa
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 8
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1987
  • จำนวนสาขา 1,592 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 237,400 ถึง $ 766,970
Jersey Mike มีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น 250% ตั้งแต่ปี 2010 จากร้านอาหาร 452 แห่ง จนมีสาขากว่า 1,592 แห่ง ถือเป็นแฟรนไชส์ที่มีค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ค่อนข้างถูก จึงทำให้ขยายสาขาได้เร็ว
 

4.Ace Hardware
 
ภาพจาก bit.ly/2KYCLEj
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 6
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1976
  • จำนวนสาขา 5,312 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 286,000 ถึง $ 2.1 ล้าน
Ace Hardware ดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์มากว่า 44 ปี มีจำนวนสาขาทั้งหมด 5,312 แห่ง มีการเพิ่มขึ้น 7.7% ในจำนวนสาขาทั้งหมดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมียอดขายมากกว่า 16,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2563

5.Pizza Hut
 
ภาพจาก bit.ly/2L00Evx
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 10
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1959
  • จำนวนสาขา 17,176 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 357,000 ถึง $ 2.2 ล้าน
เมื่อเดือนที่แล้ว Pizza Hut ประกาศจะจ้างพนักงานเพิ่มอีก 30,000 คนทั่วประเทศ แม้ว่า Pizza Hut จะประกาศเมื่อปีที่แล้ว ว่ามีแผนจะปิด 500 สาขาในสหรัฐอเมริกา เพราะการจัดส่งอาหารเดลิเวอรี่เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้คนทั่วโลกชอบอยู่แต่ในบ้าน
 

6.Dunkin’
 
ภาพจาก bit.ly/2YBaxb0
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 1
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์: 1955
  • จำนวนสาขา 12,957 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 395,500 ถึง $ 1.6 ล้าน
ดังกิ้นติดอันดับที่ 6 จาก 11 อันดับแรกของแฟรนไชส์ที่มีค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์แพง แต่ติดอันดับ 1 จาก 500 ธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งหมด ราคาแฟรนไชส์อยู่ที่ประมาณ $ 400,000 ถึง $ 1.6 ล้าน และ Dunkin วางเป้าหมายว่าจะเพิ่มจำนวนสาขาแฟรนไชส์เป็น 2 เท่าในสหรัฐอเมริกา ประมาณ 9,500 ถึง 19,000 สาขา ในสองทศวรรษถัดไป 
 

7.Taco Bell
 
ภาพจาก bit.ly/2W3bQxs
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 2
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1964
  • จำนวนสาขา 7,136 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 525,500 ถึง $ 2.96 ล้าน
ใครที่จะเปิดร้านแฟรนไชส์ Taco Bell อย่างน้อยเตรียมเงินเริ่มต้น 525,500 ดอลลาร์สหรัฐ บางครั้งค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์อาจสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านยอดขายและจำนวนสาขา โดยมีจำนวนสาขาทั่วโลกกว่า 7,136 แห่ง 
 

8.Planet Fitness
 
ภาพจาก bit.ly/3fmazJG
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 7
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 2003
  • จำนวนสาขา 1,859 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 1.1 ล้าน ถึง $ 4.2 ล้าน
Planet Fitness แม่ราคาค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์จะแพง แต่ยังคงเติบโตอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คิดเป็น 426 เปอร์เซ็นต์โดยตั้งแต่ปี 2010 (เพิ่มสาขาจาก 353 เป็น 1,859 แห่งในปัจจุบัน) 
 

9.Sonic Drive-In
 
ภาพจาก bit.ly/2z9O0aA
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 4
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1959
  • จำนวนสาขา 3,600 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 1.2 ล้านถึง $ 3.5 ล้าน
Sonic Drive-In มีการเติบโตเล็กน้อยจากจำนวนสาขาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (น้อยกว่าสองเปอร์เซ็นต์) แต่ก็ยังติด 10 อันดับแรกจาก 500 แฟรนไชส์ และมีค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์แพง
 

10.McDonald’s
 
ภาพจาก bit.ly/2KXR8Ja
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 3
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์ 1955
  • จำนวนสาขา 38,108 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: $ 1.3 ล้าน ถึง $ 2.2 ล้าน
คุณสามารถซื้อแฟรนไชส์ของแมคโดนัลด์ได้ตั้งแต่ $ 1.3 ล้าน ถึง $ 2.2 ล้าน และยังมีค่าใช้จ่ายในการออกแบบร้านอีกด้วย
 

11.Culver’s
 
ภาพจาก bit.ly/3c3jzS0
 
  • ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ 500 อันดับ 9
  • เริ่มต้นแฟรนไชส์1988
  • จำนวนสาขา 715 แห่ง 
  • ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น: 1.97 ล้านดอลลาร์ ถึง 4.7 ล้านดอลลาร์
Culver เป็นแฟรนไชส์ที่มีค่าธรรมแฟรนไชส์แพงที่สุดในบรรดา 11 แฟรนไชส์ จึงไม่แปลกที่จำนวนสาขาจะน้อย เพราะการลงทุนสูง มีจำนวนสาขาเพียง 715 แห่ง ขณะที่ 7-Eleven มีจำนวนสาขา 66,689 แห่ง เพราะค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ถูก
 
ทั้งหมดเป็น 11 อันดับแฟรนไชส์จาก 500 แฟรนไชส์ที่มีค่าใช้จ่ายในการลงทุน (ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์เริ่มต้น) แพงที่สุด โดยไล่จากแฟรนไชส์ที่มีค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ถูกไปหาแพง 
 
คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter  
 
อ้างอิงข้อมูล bit.ly/2KXLt5S