บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
260
5 นาที
26 มีนาคม 2569
มัดรวม 10 เชนแฟรนไชส์กาแฟน่าลงทุน ปี 2026 
 

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดธุรกิจกาแฟในประเทศไทย ธุรกิจแฟรนไชส์ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยอัตราความเสี่ยงต่ำ เพราะมีแบรนด์ มีระบบ และคู่มือการทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มร้านกาแฟและเครื่องดื่ม ซึ่งมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาดื่มกาแฟมากขึ้น 
 
ปัจจุบันตลาดกาแฟในประเทศไทยมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท และมีผู้เล่นทั้งรายใหญ่และรายย่อยเข้ามาแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แบรนด์เชนขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ ไปจนถึงแบรนด์เฉพาะกลุ่มที่เน้นเอกลักษณ์และประสบการณ์ลูกค้า โดยโมเดลแฟรนไชส์มีบทบาทสำคัญในการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
 
ปี 2026 มีแบรนด์แฟรนไชส์ดาแฟไหนบ้างน่าสนใจ บทความนี้ได้รวบรวม 10 แบรรนด์แฟรนไชส์ร้านกาแฟที่น่าสนใจในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่แบรนด์ตลาดแมสไปจนถึงแบรนด์พรีเมียม พร้อมนำเสนอข้อมูลด้านจุดแข็ง รูปแบบการลงทุน และแนวโน้มการเติบโต เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่สนใจเข้าสู่ธุรกิจร้านกาแฟในยุคปัจจุบัน
 
1. Café Amazon
 

Café Amazon เป็นแฟรนไชส์ร้านกาแฟขนาดใหญ่ภายใต้การดำเนินงานของ PTT Oil and Retail Business Public Company Limited หรือ OR ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ด้วยเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนสาขารวมมากกว่า 4,700 แห่งในกว่า 10 ประเทศ 
 
แบรนด์เริ่มต้นสาขาแรกในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. เมื่อปี 2545 ก่อนจะขยายตัวอย่างรวดเร็วจากยอดขายเพียงหลักสิบแก้วต่อวัน สู่ระดับหลายร้อยถึงหลักพันแก้วต่อวันในบางสาขา โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ เช่น กัมพูชา ที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายคัดเลือกแฟรนไชส์ซีอย่างเข้มงวด โดยอนุมัติปีละประมาณ 500 สาขา จากจำนวนผู้สมัครที่มีมากกว่าหลายเท่า เพื่อให้มั่นใจในศักยภาพของทำเลและการคืนทุนของผู้ลงทุน
 
ในด้านการลงทุน Café Amazon มีรูปแบบแฟรนไชส์ 2 ประเภท ได้แก่ ร้านในอาคาร (Shop) และร้านแบบ Stand Alone ซึ่งต้องตั้งอยู่นอกสถานีบริการน้ำมัน โดยมีค่าแฟรนไชส์ประมาณ 150,000 บาท ใช้งบลงทุนรวม 2,300,000 – 4,200,000 บาท และมีระยะสัญญาแฟรนไชส์ 6 ปี เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งสูงและมีระบบสนับสนุนครบวงจร พร้อมโอกาสสร้างรายได้ในระยะยาว
 
2. Punthai Coffee
 

Punthai Coffee หรือ “กาแฟพันธุ์ไทย” เป็นแบรนด์ในเครือ PTG Energy Public Company Limited เปิดตัวในปี 2012 โดยเน้นจุดขายด้านอัตลักษณ์ความเป็นไทย
 
แบรนด์เลือกใช้เมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกในประเทศ เช่น ดอยช้าง และมีการออกแบบร้านให้สะท้อนวัฒนธรรมไทย ทำให้สามารถสร้างความแตกต่างจากแบรนด์กาแฟสมัยใหม่
 
ปัจจุบันมีสาขาประมาณ 1,650 แห่ง รองรับทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน ใช้งบลงทุน 1.3–2.5 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 150,000 บาท พร้อมสัญญา 3+3 ปี เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในแบรนด์ที่เติบโตเร็ว

3. Inthanin Coffee
 

อินทนิล เป็นแฟรนไชส์ร้านกาแฟภายใต้การดำเนินงานของ Bangchak Retail Company Limited ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ตั้งแต่ปี 2549 และเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันบางจาก รวมถึงทำเลเชิงพาณิชย์อื่น ๆ ปัจจุบันมีจำนวนสาขามากกว่า 1,035 แห่’ทั่วประเทศ
 
บริษัทได้พัฒนาโมเดลแฟรนไชส์เพื่อรองรับผู้ลงทุน 2 รูปแบบ ได้แก่ “อินทนิล คอฟฟี่” ซึ่งเป็นร้านกาแฟมาตรฐาน และ “อินทนิล การ์เด้น” ที่เน้นบรรยากาศร้านสไตล์ธรรมชาติและพื้นที่พักผ่อน โดยผู้สนใจลงทุนจำเป็นต้องมีความพร้อมทั้งด้านทำเล การจัดตั้งนิติบุคคล และบุคลากรในการบริหารจัดการร้าน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด
 
ในด้านการลงทุน อินทนิลกำหนดค่าแฟรนไชส์ประมาณ 150,000 บาท ใช้งบลงทุนเริ่มต้นราว 1-2 ล้านบาท และมีระยะสัญญาแฟรนไชส์ 6 ปี โดยมีระบบสนับสนุนจากบริษัทแม่ทั้งด้านการดำเนินงานและการบริหารจัดการ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในแบรนด์ที่มีเครือข่ายแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว
 
4. Star Coffee
 
ภาพจาก www.facebook.com/starcoffeeth

Star Coffee เป็นหนึ่งในธุรกิจแฟรนไชส์ร้านเครื่องดื่มภายใต้บริษัท CPF Restaurant and Food Chain Co., Ltd. ซึ่งมีเครือข่ายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมากมายทั่วประเทศ โดยมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เช่น ธุรกิจห้าดาว กระทะเหล็ก ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 5,00 สาขา ส่งผลให้บริษัทมีความแข็งแกร่งด้านระบบแฟรนไชส์และซัพพลายเชน
 
ในกลุ่มเครื่องดื่ม Star Coffee ถือเป็นแบรนด์เชนเครื่องดื่มแบรนด์แรกของบริษัท โดยมุ่งเน้นตลาดแมส (Mass Market) ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและทำเลที่กระจายตัวในชุมชน ปัจจุบันมีจำนวนสาขาประมาณ 250 แห่งทั่วประเทศ ใช้งบลงทุนแฟรนไชสฺเริ่มต้น 150,000 - 1,000,000 บาท ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์แรกเข้า 6,000 บาท  
 
จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่ความได้เปรียบด้านต้นทุน การบริหารจัดการ และการใช้เครือข่ายธุรกิจเดิมของบริษัทแม่ ทำให้สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยงบประมาณไม่สูงมากและอาศัยระบบสนับสนุนจากองค์กรขนาดใหญ่

5. True Coffee
 
ภาพจาก www.facebook.com/TrueCoffeeTH

True Coffee เป็นธุรกิจร้านกาแฟในเครือ True Corporation ที่พัฒนาแนวคิดร้านกาแฟให้เป็นมากกว่าสถานที่ดื่มกาแฟ แต่เป็น “คอมมูนิตี้” สำหรับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล
 
ร้านมีการผสมผสานบริการกาแฟ อาหาร และเบเกอรี่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Roastery & Bakery Café พร้อมนำเทคโนโลยี 5G และบริการดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนประสบการณ์ลูกค้า เช่น พื้นที่ทำงานและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

ปัจจุบันมีประมาณ 123 สาขา และเปิดโอกาสให้ลงทุนแฟรนไชส์ โดยใช้งบลงทุนเริ่มต้นประมาณ 2–3.5 ล้านบาท เหมาะกับทำเลเมืองและกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบนที่มองหาประสบการณ์ร้านกาแฟครบวงจร

6. Chaodoi Coffee
 
  
ภาพจาก www.facebook.com/chaodoicoffee

กาแฟชาวดอย เป็นแบรนด์ร้านกาแฟในเครือ Aroma Group ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทของคนไทยที่ดำเนินธุรกิจด้านกาแฟคั่วบดมายาวนานกว่า 60 ปี โดยมีความเชี่ยวชาญตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การคั่ว ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในประเทศอย่างครบวงจร พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้ที่สนใจลงทุนในธุรกิจร้านกาแฟ
 
บริษัทได้ขยายธุรกิจสู่รูปแบบแฟรนไชส์ภายใต้ชื่อ “ชาวดอยคอฟฟี่” เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการ โดยพัฒนาแบรนด์ให้เป็นร้านกาแฟสัญชาติไทยที่เข้าถึงได้ง่าย และมีเมนูเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งกาแฟพรีเมียม ชา ช็อกโกแลต สมูทตี้ ชานม และเครื่องดื่มอื่นๆ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความหลากหลายและความคุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม
 
จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่การคัดสรรเมล็ดกาแฟดิบคุณภาพสูงและกระบวนการคั่วสูตรเฉพาะ ซึ่งช่วยสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนเรื่องราวของแหล่งปลูกจากชุมชนชาวเขาทางภาคเหนือที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกกาแฟทดแทนพืชเดิม ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 250 แห่งทั่วประเทศ โดยมีค่าแฟรนไชส์ประมาณ 450,000 บาท ใช้งบลงทุนรวม 750,000 – 1,800,000 บาท และมีระยะสัญญาแฟรนไชส์ 3+2 ปี เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจด้วยงบประมาณระดับกลางและมีระบบสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกาแฟ
 
7. D’Oro Coffee
 
ภาพจาก www.d-oro.coffee

D’Oro เป็นแบรนด์ร้านกาแฟภายใต้ Golden Cream Co., Ltd. ก่อตั้งในปี 1999 และวางตำแหน่งเป็นกาแฟระดับกลางถึงพรีเมียม แบรนด์เน้นทำเลในอาคารสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเป้ากลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการคุณภาพที่เหนือกว่ากาแฟทั่วไป งบลงทุนอยู่ที่ประมาณ 1.6–3.9 ล้านบาท ค่าแฟรนไชส์ 350,000 บาท และมีสัญญา 5+5 ปี เหมาะสำหรับทำเลเมืองและออฟฟิศ ปัจจุบัน Café D’Oro มี 100 สาขา แบ่งเป็นสาขาบริษัท 85 สาขา และแฟรนไชส์ 15 สาขา และในช่วงต้นปี 2569 เตรียมเปิดสาขาแฟรนไชส์เพิ่มอีก 3 แห่ง 
 
8. Black Canyon
 
ภาพจาก www.facebook.com/BlackCanyonThailand

Black Canyon เป็นแฟรนไชส์ร้านกาแฟและอาหารที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 และดำเนินธุรกิจภายใต้ Black Canyon (Thailand) Co., Ltd. โดยปัจจุบันมีสาขามากกว่า 475 แห่ง ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เมียนมา กัมพูชา ลาว และฟิลิปปินส์ รูปแบบร้านแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ร้านอาหาร (Restaurant) ที่จำหน่ายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม และร้านกาแฟ (Coffee Shop) ที่เน้นเครื่องดื่มและเบเกอรี่
 
ความสำเร็จของแบรนด์เกิดจากการพัฒนาคุณภาพทั้งในด้านสินค้าและบุคลากร โดยมีการส่งเสริมให้บาริสต้าและเชฟเข้าร่วมการแข่งขันในเวทีระดับประเทศและระดับโลก จนได้รับรางวัลสำคัญหลายรายการ ซึ่งช่วยตอกย้ำมาตรฐานของแบรนด์ในระดับสากล นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับกิจกรรมทางการตลาดและการมีส่วนร่วมต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่แข็งแกร่ง
 
ในด้านผลิตภัณฑ์ Black Canyon คัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงจากโครงการหลวงและแหล่งผลิตชั้นนำทั่วโลก ผ่านกระบวนการคั่วด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย และชงด้วยเครื่องเอสเปรสโซมาตรฐานจากอิตาลี เพื่อคงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมเมนูหลากหลาย เช่น เอสเปรสโซ คาปูชิโน ลาเต้ มอคค่า รวมถึงชาและเครื่องดื่มอื่นๆ โดยมีค่าแฟรนไชส์ประมาณ 600,000 – 1,200,000 บาท ใช้งบลงทุนรวม 2,000,000 – 4,500,000 บาท และมีระยะสัญญาแฟรนไชส์ 10 ปี เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการธุรกิจขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้หลายช่องทาง

9. Doi Chang Coffee
 
ภาพจาก www.facebook.com/doichaangcoffeeoriginal

Doi Chang Coffee เป็นแฟรนไชส์ร้านกาแฟพรีเมียมของไทยที่มีจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ของแหล่งปลูก โดยนำเสนอแนวคิดการตกแต่งร้านที่สะท้อนวัฒนธรรมชนเผ่าบนดอย ผสมผสานกับความทันสมัยในรูปแบบโมเดิร์นและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายให้กับผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพสินค้าและการบริการ
 
ในด้านผลิตภัณฑ์ แบรนด์เลือกใช้เมล็ดกาแฟเกรดพรีเมียมจากแหล่งเพาะปลูกดอยช้างเพียงแห่งเดียว ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพของประเทศไทย นอกจากเมนูกาแฟ ยังมีเครื่องดื่มหลากหลายประเภท เช่น ชา โกโก้ นม น้ำผลไม้ สมูทตี้ และอิตาเลียนโซดา เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มีความหลากหลาย และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ
 
สำหรับรูปแบบการลงทุน บริษัทมีระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ซีอย่างครบวงจร ทั้งการฝึกอบรม การบริหารจัดการร้าน มาตรฐานการปฏิบัติงาน และการจัดหาวัตถุดิบ ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 40 แห่ง โดยมีค่าแฟรนไชส์ 300,000 บาท ใช้งบลงทุนประมาณ 1,500,000 – 4,500,000 บาท และกำหนดอายุสัญญา 3+2 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในแบรนด์กาแฟพรีเมียมที่มีเรื่องราวและเอกลักษณ์ชัดเจน
 
10. Bellinee’s Bake & Brew
 


Bellinee’s Bake & Brew เป็นแฟรนไชส์ร้านเบเกอรี่และกาแฟระดับพรีเมียม ภายใต้การบริหารของ CP All Public Company Limited โดยมีจุดเด่นด้านเบเกอรี่อบสดและเมนูอาหารที่พัฒนาขึ้นโดยปาติซิเย่มืออาชีพ ควบคู่กับการคัดสรรกาแฟสดคุณภาพสูงจากต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาประสบการณ์คาเฟ่ในระดับที่สูงขึ้น ปัจจุบันมีสาขากว่า 60 แห่งทั่วประเทศ
 
แนวคิดของแบรนด์ได้รับแรงบันดาลใจจาก Vincenzo Bellini นักประพันธ์เพลงชาวอิตาเลียนชื่อดัง โดยถ่ายทอดแนวคิดเรื่องความสุขและความประณีตผ่านสินค้าและบริการ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Happiness Bring Us Together” พร้อมสร้างบรรยากาศร้านสไตล์ยุโรปร่วมสมัยที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และเหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือพบปะสังสรรค์
 
ในด้านการลงทุน Bellinee’s Bake & Brew มีรูปแบบแฟรนไชส์ให้เลือก 2 โมเดล ได้แก่ Premium (ขนาด 50+ ตร.ม.) ใช้งบออกแบบและตกแต่งประมาณ 1.2 ล้านบาท อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ 1.4 ล้านบาท ค่าแฟรนไชส์แรกเข้า 300,000 บาท และเงินประกัน 150,000 บาท

และรูปแบบ Grab & Go (ขนาด 20+ ตร.ม.) ใช้งบตกแต่งประมาณ 500,000 บาท อุปกรณ์ 850,000 บาท ค่าแฟรนไชส์ 150,000 บาท และเงินประกัน 150,000 บาท โดยทั้งสองรูปแบบมีระยะสัญญา 8 ปี พร้อมค่าธรรมเนียม Royalty Fee 4.5% และ Marketing Fee 1.5% เหมาะสำหรับทำเลศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และคอมมูนิตี้มอลล์
 
สำหรับการลงทุนเฟรนไชส์ และ เช่าพื้นที่ ปัจจุบันทางแบรนด์ปิดรับสมัครชั่วคราว ยังไม่มีกำหนดเปิดที่แน่นอน หากเปิดรับสมัครอีกครั้ง จะมีการประกาศที่หน้าเพจ Bellinee’s Bake & Brew ให้ทราบกัน
 
ทั้ง 10 แบรนด์แฟรนไชส์ร้านกาแฟ พบว่าแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นและกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยแบรนด์ขนาดใหญ่ เช่น Café Amazon และ Punthai Coffee มุ่งเน้นการขยายสาขาผ่านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันและทำเลที่มีทราฟฟิกสูง ขณะที่แบรนด์อย่าง True Coffee และ Bellinee’s Bake & Brew เน้นสร้างประสบการณ์ลูกค้าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
 
 
ในด้านการลงทุน พบว่าธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟมีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 1 ล้านบาทไปจนถึงมากกว่า 4 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน ทำเล และภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยแบรนด์ที่ใช้เงินลงทุนสูงมักมาพร้อมกับระบบสนับสนุนที่ครบวงจรและเป็นแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง
 
การเลือกลงทุนในแฟรนไชส์ร้านกาแฟ ไม่ควรพิจารณาเพียงชื่อเสียงของแบรนด์หรือจำนวนสาขาเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมของทำเล กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ศักยภาพในการบริหารจัดการ และผลตอบแทนในระยะยาว เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
4 แฟรนไชส์มาใหม่! น่าลงทุนประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2..
1,652
หายนะ! 2026 แฟรนไชส์ร้านอาหารในอเมริกา ปิดตัว เล..
793
มาแล้ว! 16 งานอีเวนต์ แฟรนไชส์ & SMEs ปี 2569
784
Marriott แฟรนไชส์เชนโรงแรม ยิ่งใหญ่ได้จาก Know-h..
449
จัดเต็ม! 4 โปรโมชั่นแฟรนไชส์ ต้นปี2569 ส่วนลด! ข..
396
แฟรนไชส์ชีสเค้กจีน KUMO KUMO จาก 5 หยวนปู้สู่ราย..
395
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด