หน้าอินโฟกราฟฟิค    บทความ    ค่า Rebate การตลาดเหนือชั้นของโมเดิร์นเทรด
129K
27 สิงหาคม 2567
ค่า Rebate การตลาดเหนือชั้นของโมเดิร์นเทรด
 
ธุรกิจค้าปลีกที่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีรูปแบบร้านค้าที่ทันสมัย และมีมาตรฐานในการให้บริการ เช่น
  1. ห้างสรรพสินค้า (Department Store)  เช่น Central, Robinson, The Mall
  2. ไฮเปอร์มาร์เก็ต (Hypermarket)  ได้แก่ Lotus´s และ Big C
  3. ซูเปอร์มาร์เก็ต (Supermarket)  เช่น Tops, Max Value, Villa Market, Home Fresh Mart
  4. ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) เช่น 7-11, Lotus Express, Family Mart, Jiffy, CJ Express, Big-C Mini
  5. ร้านค้าขายสินค้าเฉพาะทาง (Specialty Stores)  เช่น Watsons, Boots Eveandboy, Beautrium, Sephora 
  6. ตลาดสดและร้านค้าส่ง (Cash and Carry)  เช่น Makro
ค่าใช้จ่ายในโมเดิร์นเทรด
  1. ค่าเปิด Account ครั้งแรก ค่าแรกเข้าเพื่อรับบริการต่างๆ จากโมเดิร์นเทรด
  2. Entrance Fee ค่าธรรมเนียมการนำสินค้าไปวางขายคิดตามจำนวน SKU ของสินค้า
  3. ค่า Gross Profit คิด 30-40% จากรายได้ขายสินค้า
  4. Distribution Center (DC) ค่าขนส่งและกระจายสินค้า คิด 1-3% จากยอดขาย
  5. ค่า Rebate ค่าธรรมเนียมพิเศษที่เรียกเก็บจากยอดขาย ที่ทำได้ตามเป้า
    • ข้อดีสำหรับโมเดิร์นเทรด การโปรโมทและกระตุ้นยอดขายจะช่วยเพิ่มค่า Rebate ให้สูงขึ้น
    • สำหรับเจ้าของแบรนด์ ถือเป็นการลงทุนเพื่อเพิ่มยอดขายสินค้าให้มากขึ้น
Top 10 Popular Infographics
162,275
10 อาชีพที่รวยเร็ว รวยง่ายที่สุดในยุคนี้!
บทความ
152,453
รวม 20 ผักสวนครัว ปลูกง่าย ปลูกไว ยาม stay home
บทความ
อินโฟกราฟฟิคที่น่าสนใจอื่นๆ