บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    แฟรนไชส์ขายดี
2.3K
2 นาที
11 กันยายน 2567
“G Power” แฟรนไชส์ “EV Charger” สุดคุ้ม กำไรขั้นต่ำกว่า 27,000/ เดือน ทำเลยิ่งดี รายได้ยิ่งเพิ่ม!
 

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าทุนจดทะเบียนธุรกิจสถานีชาร์จ (EV Charging Station) ในประเทศไทยมีมูลค่ารวม 31,758.46 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ตัวเลขในปี 2023 ที่ผ่านมามียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้ามากถึง 89,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2022 ถึง 648% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 คันในสิ้นปี 2024นั่ นหมายถึงความต้องการสถานีชาร์จย่อมเติบโตตามไปด้วย
 
ในขณะที่ปัจจุบันนี้สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าต่อจำนวนหัวชาร์จมีค่าเฉลี่ยประมาณ 16.5 คันต่อ 1 หัวชาร์จ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอต่อความต้องการ คาดการณ์ว่าความต้องการสถานีชาร์จนั้นต้องการกว่า15,000 หัวชาร์จแล้ว แต่ในตอนนี้มีจุดชาร์จรวมกัน 9,693 หัวชาร์จเท่านั้น น้อยกว่าความต้องการจริงราว 35%
 
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นภาพชัดเจนว่า EV Charger เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่คุ้มค่าในยุคนี้แน่ แต่เชื่อได้เลยว่ามีหลายคนกล้าๆ กลัวๆ หรือไม่รู้จะเริ่มยังไง ที่สำคัญบางคนมองไม่ออกถึงตัวเลขรายได้จากธุรกิจที่นี้ที่ขอบอกว่า “ดีมาก” ขอแค่มั่นใจและกล้าลงทุนเท่านั้น ที่สำคัญเราสามารถเลือกลงทุนในแบบแฟรนไชส์ที่ให้เริ่มธุรกิจได้ทันที 
 
G Power แฟรนไชส์ EV Charger น่าลงทุนสุดในยุคนี้!
 

บริษัท การ์เด้น เอ็นเนอร์จี จำกัด เป็นผู้ให้บริการระบบประจุไฟสำหรับชาร์จรถยนต์ EV ภายใต้แบรนด์ “G POWER” โดยยึดหลักโมเดลธุรกิจแบบ “ลดการถือครองสินทรัพย์” หรือ “Asset-Light” สร้าง ECO SYSTEM แชร์การใช้งานทรัพยากร ทุกคนสามารถร่วมเป็นสถานีชาร์จได้ ลดข้อจำกัดเรื่องขนาดของพื้นที่จุดให้บริการเนื่องจากปกติแล้ว การชาร์จแบตเตอรี่รถ EV1 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 30-50 นาที ดังนั้นการเข้าชาร์จแบตเตอรี่ในสถานีบริการน้ำมันแล้วต้องเสียเวลารอและปริมาณหัวชาร์จยังไม่เพียงพอต่อความต้องการจึงไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน เจ้าของรถส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะชาร์จแบตเตอรี่ โดยการจอดรถทิ้งไว้ แล้วทำกิจกรรมอย่างอื่นควบคู่กันไปด้วย อย่างเช่น เข้าศูนย์การค้าที่ทำงาน หรือร้านอาหาร เป็นต้น
 
 
การลงทุนกับ G Power สามารถทำได้ทั้งในรูปแบบเปิดเป็นธุรกิจใหม่ หรือทำคู่กับธุรกิจเดิมที่มีอยู่แล้ว จะเพิ่มรายได้ที่ดีมาก อย่างไรก็ดีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกอย่างคือ G Power มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบที่สามารถบอกตำแหน่ง จุดชาร์จให้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงมีข้อดีอีกหลายอย่างได้แก่
  • ได้เงินตรงเข้ากระเป๋าของผู้ประกอบการ
  • ไม่หักค่าส่วนแบ่งรายได้ (BenefitSharing)
  • แอพพลิเคชั่นใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
  • ได้ตู้ชาร์จ + ซอร์ฟแวร์ ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลผ่านโทรศัพท์ได้ว่ามีคนมาใช้บริการเท่าไหร่ มีรายได้เท่าไหร่ในแต่ละวัน
  • เพิ่มมูลค่าพื้นที่ สามารถเปลี่ยนที่ดินเพื่อสร้างรายได้แบบไร้ขีดจำกัด
  • การลงทุนไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องจ้างพนักงานดูแล 
  • ทีมงานมีประสบการณ์ยาวนานพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลผู้ลงทุนเป็นอย่างดี
  • ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนสูงเหมือนสถานีชาร์จทั่วไป แต่ให้บริการได้มีประสิทธิภาพมาก
ลงทุน G Power รายได้ดีแค่ไหน?
 

เรื่องของตัวเลขรายได้น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนอยากรู้มากที่สุด ยุคนี้ใครๆ ก็ไม่อยากเสี่ยงลงทุนกับธุรกิจที่ไม่คุ้มค่า ซึ่งสวนทางกับ G Power ที่สร้างรายได้ดีมาก โดยในที่นี้เราจะมาแยกย่อย 2 รูปแบบการลงทุนให้เห็นภาพชัดเจนคือ
  • ตู้ชาร์จ DC 40 KW 
  • ตู้ชาร์จ DC 120 KW
เริ่มกันที่แบบแรกคือ ตู้ชาร์จ DC 40 KW ลงทุน 290,000 บาท
 
 
 
เป็นการลงทุนที่ใช้งบประมาณน้อย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มต้น ซึ่งหากนำไปคำนวณเรื่องรายได้ซึ่งทางแฟรนไชส์ได้อธิบายไว้อย่างชัดเจนดังนี้
 
ค่าไฟฟ้า ช่วงเวลา ON – PEAK = 4.183
ค่าไฟฟ้าช่วงเวลา OFF – PEAK = 2.637
 
ค่าพลังงาน Charge on demand 22 KV 132.93 x พลังงานที่สูงที่สุดที่ตู้ชาร์จจ่ายไฟไป 40 KW
 
= 40 KW x 132.93 = 5,317.20 บาท
 
 
หากเรามีคนมาชาร์จ 25% ของ 1วัน (24 ชั่วโมง) = 6 ชั่วโมง
 
ค่าไฟฟ้าช่วงเวลา ON – PEAK = 4.183 x 40 KW x 3 ชั่วโมง = 501.96 ต่อวัน
ค่าไฟฟ้าช่วงเวลา OFF – PEAK = 2.637 x 40 KW x 3 ชั่วโมง = 316.44 ต่อวัน
 
คำนวณเป็นค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อเดือน
 
ON – PEAK 501.96 ต่อวัน x 30 วัน = 15,058.80 / เดือน
OFF – PEAK 316.44 ต่อวัน x 30 วัน = 9,493.2 / เดือน
ค่าพลังงานรวม 15,058.80 + 9,493.2 + 5,317.20 = 29,869.62 

 
หากนำตัวเลขเหล่านี้มาคำนวณรายได้จะพบว่า
 
ขายไฟฟ้าช่วงเวลา ON – PEAK = 8.5 x 40 KW x 3 ชั่วโมง = 1,020 ต่อวัน
ข่ายไฟฟ้าช่วงเวลา OFF – PEAK = 7.5 x 40 KW x 3 ชั่วโมง = 900 ต่อวัน
ON – PEAK 1,020 ต่อวัน x 30 วัน = 30,600 ต่อเดือน
OFF – PEAK 900 ต่อวัน x 30 วัน = 27,000 ต่อเดือน
 
ยอดรวม 30,600 + 27,000 = 57,600 บาท

กำไรเบื้องต้น 57,600 - 29,869.62 = 27,730 บาทต่อเดือน
หากคิดเป็นกำไรต่อปี 27,730 x 12 = 332,760 บาท
 
การลงทุนแบบ ตู้ชาร์จ DC 120 KW งบลงทุน 1.5 ล้านบาท
 

ภาพจาก จี เพาเวอร์

ทั้งนี้เพื่อจะไม่ให้ดูว่าตัวเลขซ้ำซ้อนหรือยุ่งยากเกินไป เราจะไม่อธิบายโดยละเอียดเหมือนในแบบแรก ซึ่งใช้วิธีการคิดคำนวณลักษณะเดียวกัน แตกต่างกันเพียงตัวเลขเท่านั้น พอเอามาสรุปในเรื่องของค่าพลังงานไฟฟ้ารวมในการลงทุนแบบ ตู้ชาร์จ DC 120 KW 
 
ค่าพลังงานรวมต่อเดือน = 98,818 บาท
 
ยอดขายรวมยอดรวมทั้งในช่วง ON – PEAK และ OFF – PEAK คือ 91,800 + 81,000 = 172,800 บาท
 
กำไรเบื้องต้น 172,800 - 98,818 = 73,982 บาทต่อเดือน
 
จะเห็นว่ายิ่งลงทุนในตู้ชาร์จที่ให้กำลังไฟมากกว่า ชาร์จได้เร็วกว่า แม้การลงทุนจะมากขึ้น แต่โอกาสในการสร้างรายได้ก็มากขึ้นเช่นกัน 
 
** ทั้งนี้เป็นการคำนวณในส่วนของตู้ชาร์จ ยังไม่ได้หักลบต้นทุนค่าโครงสร้าง ที่ขึ้นอยู่กับงบของผู้ลงทุน แต่โดยเฉลี่ยโอกาสคืนทุนของธุรกิจอยู่ที่ประมาณ 1 ปี **
 
อย่างไรก็ดีการลงทุนในธุรกิจ EV Charger ปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ สิ่งสำคัญคือเลือกลงทุนกับแบรนด์ที่มีคุณภาพ มีบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ซึ่ง G Power เข้าใจในทุกความต้องการของลูกค้าและผู้ลงทุนเป็นอย่างดี ปัจจุบันมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้ผู้ลงทุนมากขึ้น โดยมีเป้าหมายในการขยายธุรกิจให้เติบโตครอบคลุมทุกความต้องการทั่วประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์คุณภาพที่เหมาะสมกับการลงทุนในยุคนี้มาก
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 081-2688890 
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 แฟรนไชส์ขายดีทุกวัน คนซื้อซ้ำสูง! ลูกค้ากลับมา..
473
Panera Bread โมเดล “ค่ากาแฟแบบรายเดือน” ยอดขาย 2..
431
93 แฟรนไชส์ ร่วม “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ..
428
เปิดสูตรลับเจ้าของแฟรนไชส์! เงินก้อนจากค่าแรกเข้..
408
Lelecha รายได้ 4,000 ล้าน! ยังขาดทุน แก้ปัญหาด้ว..
396
แฟรนไชส์การศึกษาโกลเด้นเบรน All Students, One St..
376
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด