บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    ช่องทางทำกิน
257
7 นาที
8 กันยายน 2569
10 แฟรนไชส์ชานมไข่มุก แก้วทรงสูง เทรนด์ใหม่โลกโซเชียล
 

ตลาดชานมไข่มุกยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจเครื่องดื่มที่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคและผู้ลงทุน โดยเฉพาะโลกโซเชียลเข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อ หน้าตาเครื่องดื่มจึงเป็นปัจจัยสำคัญช่วยดึงดูดลูกค้า เทรนด์ “แก้วทรงสูง” หรือ “แก้วยีราฟ” จึงถูกนำมาประยุกต์ใช้กับร้านชานมไข่มุกมากขึ้น เพราะนอกจากช่วยสร้างความแตกต่างให้สินค้าแล้ว ยังเอื้อต่อการถ่ายภาพและทำคอนเทนต์บน TikTok, Facebook และ Instagram ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นและการบอกต่อของแบรนด์ได้
 
ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในธุรกิจชานมไข่มุก ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ให้เลือกหลากหลายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านบาท ทั้งแบรนด์ที่เน้นราคาประหยัด เข้าถึงง่าย แบรนด์ที่ชูจุดขายด้านวัตถุดิบและคุณภาพชา ไปจนถึงแบรนด์ที่สร้างประสบการณ์ผ่านเมนูและรูปแบบร้านที่โดดเด่น บทความนี้จึงรวบรวม 10 แฟรนไชส์ชานมไข่มุกที่น่าสนใจ ซึ่งมีจุดเชื่อมโยงกับเทรนด์แก้วทรงสูงและการสร้างสีสันบนโลกโซเชียล เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาเลือกแบรนด์และวางแผนลงทุน
 
 

ภาพจาก เดอะ แบล็ค ดราก้อน

เดอะ แบล็ค ดราก้อน (The Black Dragon) แฟรนไชส์ชานมไข่มุกและเครื่องดื่มสัญชาติไทย เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่นำกระแส “แก้วทรงสูง” หรือ “แก้วยีราฟ” มาสร้างความโดดเด่นให้กับสินค้า ตอบโจทย์เทรนด์เครื่องดื่มที่เน้นความสวยงามและการถ่ายภาพแชร์บนโลกโซเชียล พร้อมวางจุดยืนเป็นแบรนด์เครื่องดื่มที่เข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายวัย ด้วยราคาจับต้องได้และการพัฒนาเมนูอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ 1 สาขา และสาขาแฟรนไชส์รวม 40 สาขา
 
จุดเด่นของ The Black Dragon อยู่ที่ความหลากหลายของเมนู ทั้ง ชานมพรีเมี่ยม ชาผลไม้ กาแฟ โกโก้ และเมนูโซดา พร้อมท็อปปิ้งให้เลือกหลายรูปแบบ อาทิ ไข่มุกลาวา คริสตัลบุก เจลลี่บราวน์ชูการ์ รวมถึงวัตถุดิบที่แบรนด์คัดสรรมาใช้ เช่น นมสดฮอกไกโด ชาเขียวมัทฉะ และดาร์กโกโก้ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่รับประทานคู่กับโตเกียวไส้แน่น ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าและสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายต่อบิล
 
แฟรนไชส์ The Black Dragon มีแพ็กเกจเริ่มต้น 99,900 บาท ไม่รวมค่าก่อสร้างร้าน ขณะที่งบลงทุนโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 200,000-600,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้านและขนาดการลงทุน โดยมีแพ็กเกจก่อสร้างตั้งแต่ประมาณ 130,000 บาท ไปจนถึง 600,000 บาท พร้อมอุปกรณ์และวัตถุดิบเริ่มต้นกว่า 64 รายการ การอบรมสูตรเครื่องดื่ม การเทรนระบบการขาย การทำตลาดออนไลน์ และสิทธิ์ใช้เครื่องหมายการค้า โดยระบุระยะเวลาสัญญา 3 ปี และไม่มีการหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย
 
ด้วยคอนเซ็ปต์เครื่องดื่มที่เน้นทั้ง รสชาติ ความคุ้มค่า และภาพลักษณ์ที่โดดเด่นบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ The Black Dragon เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่น่าจับตาในตลาดชานมไข่มุก โดยเฉพาะกระแส “แก้วยีราฟ” หรือแก้วทรงสูงที่ช่วยสร้างความสะดุดตาและเพิ่มโอกาสให้สินค้าเกิดการบอกต่อบนโลกออนไลน์ ทั้งนี้ แบรนด์ระบุว่าระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับทำเลและยอดขาย และมีเป้าหมายขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศในเอเชียต่อไป
 

ชิบะ ฮอกไกโด มิลค์ที

เดอะ แบล็ค ดราก้อน 
สนใจลงทุน คลิก 
https://citly.me/NIhvC
โทร.089-7668161

 

ภาพจาก มาโนอิ

มาโนอิ (MANOI) แฟรนไชส์ชานมไข่มุกสัญชาติไทย เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ตอบรับกระแสเครื่องดื่ม “แก้วทรงสูง หรือแก้วยีราฟ” ซึ่งกำลังได้รับความสนใจบนโลกโซเชียล ด้วยดีไซน์ร้านโทนขาว คลีน มินิมอล และเมนูเครื่องดื่มที่เน้นความสวยงามน่าถ่ายภาพ แบรนด์เริ่มต้นจากความชื่นชอบชานมไข่มุกของเจ้าของแบรนด์ ก่อนพัฒนาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ โดยให้ความสำคัญกับรสชาติหวานกำลังดี วัตถุดิบคุณภาพ และแนวคิดการทำเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ในชีวิตประจำวัน ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ 3 สาขา แฟรนไชส์ 206 สาขา และสาขาต่างประเทศ 1 สาขาที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว
 
จุดเด่นของ MANOI มีเมนูให้เลือกมากกว่า 60 เมนู ทั้งชานมไต้หวัน บราวน์ชูการ์ นมสด ชาผลไม้ ชาไทย โซดา โกโก้ กาแฟ และมัทฉะแท้ 100% จากเมืองนิชิโอะ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเมนูสุขภาพ Kombucha และ Healthy Drink แบรนด์ชูแนวคิดไม่ใช้ไขมันทรานส์และไม่ใช้น้ำตาลไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป พร้อมมีทางเลือกความหวานจากหญ้าหวาน ขณะที่ราคาขายเริ่มต้นประมาณ 29 บาท ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่ม และยังสามารถนำขนมหรืออาหารอื่นมาจำหน่ายควบคู่กับเครื่องดื่มได้
 
ด้านการลงทุน MANOI มีแพ็กเกจแฟรนไชส์ให้เลือกตามรูปแบบพื้นที่ เริ่มต้นที่ MANOI Starter ราคา 99,900 บาท เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ พร้อมอุปกรณ์และวัตถุดิบกว่า 60 รายการ และรองรับการขายได้ประมาณ 500 แก้ว ส่วน MANOI Standard ราคา 139,900 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่และต้องการจัดทำร้านเอง พร้อมอุปกรณ์และวัตถุดิบกว่า 70 รายการ รองรับการขายได้ประมาณ 1,000 แก้ว โดยงบลงทุนโดยรวมของแบรนด์อยู่ที่ประมาณ 200,000-500,000 บาท สัญญา 3 ปี และไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีหรือรายเดือน รวมถึงไม่หักเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย
 
นอกจากรูปแบบร้านและเมนูที่รองรับเทรนด์ “แก้วยีราฟ” แล้ว MANOI ยังเน้นระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ซี ทั้งการอบรมชงชาและถนอมชา พร้อม Certificate จาก MANOI Academy ระบบ POS และ Food Delivery การทำตลาดออนไลน์-ออฟไลน์ การอัปเดตเมนูและสื่อโฆษณา รวมถึงทีม Team Support ให้คำปรึกษาด้านการบริหารร้าน วิเคราะห์ยอดขาย และจัดโปรโมชั่น จุดเด่นเหล่านี้ทำให้ MANOI เป็นอีกหนึ่งแบรนด์แฟรนไชส์ชานมไข่มุกที่น่าจับตา สำหรับผู้ที่มองหาธุรกิจเครื่องดื่มที่ผสมผสานทั้ง ดีไซน์โดดเด่น เมนูหลากหลาย ราคาเข้าถึงง่าย และกระแสแก้วทรงสูงบนโลกโซเชียล
 

ชิบะ ฮอกไกโด มิลค์ที

มาโนอิ
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก 
https://citly.me/KehtB
โทร.063-2361947 , 092-4965988 , 081-8304151

 

ภาพจาก www.facebook.com/AiCHA.Thailand.th

ไอ-ชา (AI-CHA) คือแฟรนไชส์ชา ไอศกรีม และเครื่องดื่มราคาประหยัดที่เข้ามาทำตลาดในไทยด้วยจุดขายเรื่อง “ราคาจับต้องได้ เมนูหลากหลาย และเข้าถึงลูกค้าได้กว้าง” โดยมีเครื่องดื่มและไอศกรีมในช่วงราคาประมาณ 15–45 บาท ทำให้สามารถเจาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน และผู้บริโภคทั่วไปได้ค่อนข้างครอบคลุม เปิดสาขาแรกในอินโดนีเซีย ก่อนขยายเข้าสู่ตลาดไทยในรูปแบบแฟรนไชส์ ปัจจุบันมีสาขาในไทย 146 แห่ง และต่างประเทศอีก 32 แห่ง รวมประมาณ 178 สาขา
 
AI-CHA คือการใช้โมเดล “ราคาประหยัด + สินค้าหลากหลาย” เป็นหัวใจของธุรกิจ นอกจากชานมและชาแล้ว ยังมีชาผลไม้ เครื่องดื่มประเภทต่างๆ และไอศกรีม ทำให้ร้านสามารถสร้างรายได้จากสินค้าหลายกลุ่มในพื้นที่เดียวกัน แบรนด์มีระบบสนับสนุนตั้งแต่สูตรเครื่องดื่ม วัตถุดิบ คู่มือ การฝึกอบรม การออกแบบร้าน ไปจนถึงการสนับสนุนด้านการตลาดและการดูแลหลังเปิดร้าน เหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่มีประสบการณ์ ต้องการใช้ระบบแฟรนไชส์เข้ามาช่วยลดความซับซ้อนในการเริ่มต้นธุรกิจ
 
สำหรับการลงทุน AI-CHA ค่าธรรมเนียมการจัดการ 25,000 บาทต่อปี พร้อมเงินประกัน 50,000 บาท ค่าการออกแบบ 15,000 บาท ค่าฝึกอบรม 10,000 บาท ค่าอุปกรณ์ประมาณ 317,468 บาท และการซื้อวัตถุดิบเริ่มต้นประมาณ 99,810 บาท รวมเป็นเงินลงทุนตามข้อมูลที่เผยแพร่ประมาณ 517,277 บาท โดยต้องมีพื้นที่เริ่มต้นประมาณ 10 ตารางเมตรขึ้นไป และสัญญาแฟรนไชส์ระบุระยะเวลา 3 ปี

ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวควรใช้เป็นกรอบเบื้องต้น เพราะต้นทุนจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามขนาดร้าน ทำเล ค่าเช่า และเงื่อนไขของบริษัท รวมถึงควรตรวจสอบเรื่องค่าธรรมเนียมรายปีและค่าใช้จ่ายต่อสัญญาให้ชัดเจนก่อนลงทุน
 

ชิบะ ฮอกไกโด มิลค์ที

ไอ-ชา
สนใจลงทุน แฟรนไชส์ คลิก
https://citly.me/VPySR 
โทร. 065-8267830

 
ภาพจาก www.facebook.com/wawacha

วาวาชา เฟรช (WaWaCha Fresh) แฟรนไชส์ร้านเครื่องดื่มในเครือ ซูกิชิ อินเตอร์กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจอาหารที่ดำเนินกิจการในประเทศไทยมายาวนานกว่า 20 ปี ชูจุดเด่นด้านเครื่องดื่มชาพรีเมียมที่เน้นการชงสดจากใบชา พร้อมนำเทคโนโลยี Teaexpresso มาใช้ในการสกัดชา เพื่อช่วยรักษารสชาติและคุณภาพของใบชา ให้ได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติอ่อนโยน สดชื่น และละเมียดละไม โดยมีเมนูชานมไต้หวันและชาอีกหลากหลายรวมกว่า 30 เมนู
 
เอกลักษณ์ของ WaWaCha Fresh คือการผสมผสานระหว่างคุณภาพของใบชาและนวัตกรรมการชง โดยคัดสรรชาจากแหล่งผลิตคุณภาพ ก่อนนำมาชงสดเพื่อให้ได้รสสัมผัสใกล้เคียงกับชาต้นตำรับ ขณะที่รูปแบบร้านเป็น Kiosk รองรับพื้นที่ตั้งแต่ประมาณ 20 ตารางเมตรขึ้นไป และสามารถจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และแอปพลิเคชันต่างๆ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก พร้อมอาศัยความแข็งแกร่งของแบรนด์แม่ที่อยู่ในตลาดมานาน
 
สำหรับการลงทุนแฟรนไชส์ WaWaCha Fresh กำหนดค่าแฟรนไชส์ 300,000 บาท ใช้งบลงทุนประมาณ 1.3 ล้านบาท และควรมีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 200,000 บาทต่อเดือน พร้อมเงินประกัน 100,000 บาท สัญญาแฟรนไชส์ 3 ปี มีค่ารอยัลตี้ฟี 3% และมาร์เก็ตติ้งฟี 2% ต่อเดือน โดยแบรนด์ระบุระยะเวลาคืนทุนประมาณ 24 เดือน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องมีความพร้อมด้านเงินทุน มีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ และอยู่ในรูปแบบนิติบุคคล
 

ภาพจาก https://franchise.chakaimuk.com

ชาไข่มุกดอทคอม (Chakaimuk.com) คือแฟรนไชส์เครื่องดื่มสัญชาติไทยที่พัฒนาต่อยอดจากประสบการณ์ในธุรกิจชาและวัตถุดิบเครื่องดื่มมากกว่า 14 ปี โดยชูจุดขายเรื่อง ลงทุนน้อย เปิดร้านง่าย และบริหารจัดการได้ไม่ซับซ้อน มีเมนูมากกว่า 50 รายการ ครอบคลุมทั้งชานม ชาใส กาแฟ และเครื่องดื่มยอดนิยม พร้อมราคาขายเริ่มต้นเพียง 20 บาท ฟรีไข่มุก ทำให้เข้าถึงลูกค้าได้หลายกลุ่ม ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาในประเทศไทยและต่างประเทศรวมกว่า 1,600 สาขา
 
จุดเด่นของ Chakaimuk.com คือการวางตำแหน่งเป็น แฟรนไชส์เครื่องดื่มราคาจับต้องได้ ที่สามารถเลือกลงทุนตามงบประมาณและรูปแบบทำเล โดยมีแพ็กเกจตั้งแต่ชุดเริ่มต้น 9,900 บาท ไปจนถึงชุดตกแต่งร้านเต็มรูปแบบประมาณ 289,900 บาท แต่ละแพ็กเกจจะได้รับอุปกรณ์ วัตถุดิบ สูตรเครื่องดื่ม และสิทธิ์ใช้แบรนด์ตามเงื่อนไขของชุดที่เลือก ขณะที่แบรนด์ระบุว่าเป็นแฟรนไชส์ขายขาด ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน รายปี และไม่มี Marketing Fee จึงช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถควบคุมต้นทุนระยะยาวได้ง่ายขึ้น
 
สำหรับระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ Chakaimuk.com มีการอบรมทั้งแบบ On-site และ Online พร้อมคู่มือสูตรและระบบการทำงานมาตรฐาน รวมถึงกลุ่มเรียนออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดชีพ นอกจากนี้ยังมี Application Chakaimuk สำหรับสั่งซื้อวัตถุดิบในราคาสมาชิกและติดตามการจัดส่ง พร้อมทีมสนับสนุนด้านการจัดการร้าน สูตรเครื่องดื่ม และการตลาด โดยบริษัทมีพื้นฐานจากธุรกิจจัดจำหน่ายวัตถุดิบชาและกาแฟมาก่อน จึงสามารถนำประสบการณ์ด้านวัตถุดิบและระบบซัพพลายมาพัฒนาต่อยอดเป็นระบบแฟรนไชส์ได้
 
ในภาพรวม Chakaimuk.com จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเครื่องดื่มด้วยเงินลงทุนตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงผู้ที่ต้องการทำร้านเต็มรูปแบบ โดยมีตัวเลือกตั้งแต่ Starter, เครื่องซีล, Kiosk, Booth ไปจนถึง Custom Booth และ Shop Builder จุดแข็งสำคัญคือ ราคาขายเข้าถึงง่าย เมนูหลากหลาย ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน–รายปี มีระบบสั่งวัตถุดิบและทีมสนับสนุนหลังบ้าน รวมถึงสามารถเลือกขนาดร้านให้เหมาะกับงบและทำเลได้ จึงเป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ชานมไข่มุกที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเริ่มธุรกิจด้วยเงินทุนไม่สูงและค่อยๆ ขยายรูปแบบร้านตามศักยภาพของทำเล 
 
ภาพจาก www.facebook.com/DakasiThailand

ดาคาซี่ (DAKASI) แฟรนไชส์ชานมไข่มุกที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไต้หวันตั้งแต่ปี 1990 ก่อนขยายธุรกิจไปยังหลายประเทศ และเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2009 โดยนำจุดเด่นของชานมสไตล์ไต้หวันมาผสมผสานกับเมนูที่ตอบโจทย์ตลาดไทย ทั้งชานมไข่มุกชงสดแก้วต่อแก้ว เฮยถังบราวน์ชูการ์ วิปชีสบราวน์ชูการ์ ชาเขียว ชาไทย และชาผลไม้ พร้อมพัฒนาเมนูใหม่อย่างน้ำแข็งไสไต้หวัน ทาโร่บอลสูตรดั้งเดิม และวาฟเฟิลฮ่องกงสูตรเฉพาะของแบรนด์
 
จุดเด่น DAKASI อยู่ที่การรักษาคุณภาพของชาและไข่มุกให้สดใหม่ พร้อมสร้างความหลากหลายของสินค้าเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าหลายประเภท นอกจากร้านในศูนย์การค้าและพื้นที่ค้าปลีก แบรนด์ยังขยายผ่านสถานีบริการน้ำมัน โดยร่วมมือกับ บริษัท บางจาก รีเทล จำกัด พัฒนาร้าน DAKASI ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก และมีเป้าหมายขยายสาขาในรูปแบบดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการเพิ่มจุดเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานแฟรนไชส์นอกเหนือจากทำเลห้างสรรพสินค้า
 
สำหรับการลงทุน DAKASI มีค่าแฟรนไชส์ 650,000 บาท สัญญา 5 ปี ขณะที่ประมาณการเงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 1.6-2.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และรูปแบบร้าน โดยมีค่าก่อสร้างประมาณ 350,000-1,000,000 บาท ค่าอุปกรณ์ประมาณ 450,000-600,000 บาท เงินประกันสัญญา 100,000 บาท และเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้มี Royalty Fee 6% และ Marketing Fee 3% ต่อเดือน โดยแบรนด์ระบุระยะเวลาคืนทุนประมาณ 26-32 เดือน
 
ด้านการสนับสนุนแฟรนไชส์ DAKASI จัดเตรียมระบบให้ตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน ทั้งการสำรวจทำเล การออกแบบและเตรียมร้าน การฝึกอบรมภาคทฤษฎี 5 วันและฝึกปฏิบัติหน้าร้านจริง 7 วัน การวางแผนการตลาดและโปรโมชั่น การสนับสนุนกิจกรรมเปิดร้าน การจัดการระบบ Delivery และให้คำปรึกษาด้านการบริหารร้าน บุคลากร และการสั่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง 
 

ภาพจาก www.facebook.com/HOPChafeOfficial

ฮ็อป ชาเฟ่ (HOP Chafe) แฟรนไชส์ชานมไข่มุกสัญชาติไทยที่ชูจุดขายเรื่อง ราคาประหยัด เข้าถึงง่าย และซื้อง่ายขายคล่อง ด้วยเมนูเครื่องดื่มเริ่มต้นเพียง 20 บาท พร้อมฟรีไข่มุก โดยแบรนด์เน้นรสชาติชาที่หอม กลมกล่อม และคงเอกลักษณ์ของชานมไข่มุก ขณะที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อผ่านบริการเดลิเวอรี่ได้หลากหลายช่องทาง ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้หลายวัย ปัจจุบัน HOP Chafe มีเมนูเครื่องดื่มรวม 44 เมนู และมีสาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศกว่า 3,300 สาขา
 
จุดเด่นของ HOP Chafe คือการวางตำแหน่งเป็น แฟรนไชส์เครื่องดื่มราคาจับต้องได้ โดยแบรนด์ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบหลัก ได้แก่ ชาแดง ชาเขียว ชาไต้หวัน ชามะลิ โกโก้ ม้วนซีล และแก้ว เพื่อให้รสชาติและมาตรฐานของแต่ละสาขาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนวัตถุดิบอื่นๆ ผู้ลงทุนสามารถจัดซื้อได้เองจากร้านค้าทั่วไป ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน นอกจากนี้ยังมีบริการช่วยสมัครแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ และมีระบบอบรมสูตรเครื่องดื่มทั้งที่สำนักงานใหญ่และแบบออนไลน์
 
สำหรับการลงทุน HOP Chafe มีให้เลือก 3 รูปแบบ เริ่มจากเซ็ต 39,000 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการทำร้านและตกแต่งเอง ตามด้วย เซ็ต 69,000 บาท พร้อมเคาน์เตอร์ และ เซ็ต 89,000 บาท พร้อมซุ้ม 
 
โดยราคายังไม่รวม VAT 7% ทุกแพ็กเกจมาพร้อมอุปกรณ์และวัตถุดิบสำหรับเริ่มต้นขายกว่า 68 รายการ ขณะที่งบลงทุนโดยรวมระบุไว้ประมาณ 100,000 บาท และแบรนด์ระบุระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับทำเล
 
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ ไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนและรายปี และไม่มีสัญญาผูกมัด ทำให้ผู้เริ่มต้นสามารถเข้าสู่ธุรกิจได้ด้วยเงินลงทุนไม่สูง พร้อมได้รับการอบรมและคู่มือสูตร รวมถึงอุปกรณ์และวัตถุดิบเริ่มต้นครบชุด จากจุดเริ่มต้นที่พัฒนาจากร้านชาไข่มุกขนาดเล็ก ก่อนเริ่มขายแฟรนไชส์และขยายสาขาอย่างรวดเร็ว HOP Chafe จึงเป็นอีกแบรนด์ที่น่าสนใจในตลาดแฟรนไชส์ชานมไข่มุก โดยเฉพาะผู้ที่มองหาธุรกิจเครื่องดื่ม ราคาขายเข้าถึงง่าย ลงทุนไม่สูง และบริหารต้นทุนได้ยืดหยุ่น
 
8. เจี้ยนชา

ภาพจาก www.facebook.com/Jiancha.tea

JIAN CHA (เจี้ยนชา) แฟรนไชส์ชาพรีเมียมสัญชาติไทยที่ชูจุดขายเรื่อง คุณภาพของชา ผลไม้สด และประสบการณ์ในการดื่ม โดยนำใบชาแท้จากประเทศจีนมาพัฒนาสูตรและผสมผสานกับผลไม้สดของไทย เพื่อสร้างรสชาติที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ จุดเด่นของแบรนด์อยู่ที่การให้ความสำคัญกับวัตถุดิบและรายละเอียดในทุกขั้นตอน 
 
ตั้งแต่การคัดเลือกใบชา การใช้ผลไม้สดปอกมือ ไปจนถึงการชงชาใหม่ทุก 4 ชั่วโมง ทำให้เครื่องดื่มมีกลิ่นและรสชาติที่ชัดเจน พร้อมสร้างเอกลักษณ์ผ่านเมนูอย่าง ชานมคามิเลีย และชาองุ่นสดปอกมือ ปัจจุบัน JIAN CHA เติบโตอย่างรวดเร็วจาก 2 สาขาแรกจนมีสาขามากกว่า 70 สาขา และตั้งเป้าขยายสู่ 1,000 สาขาทั่วโลกภายในปี 2573
 
จุดเด่นของ JIAN CHA คือการวางตำแหน่งเป็นแบรนด์ชาพรีเมียมที่ผสมผสานวัฒนธรรมชาเอเชียเข้ากับรสนิยมของผู้บริโภคไทย โดยไม่ได้ลอกเลียนสูตรจากต้นแบบในจีน แต่พัฒนาสูตร เมนู บรรจุภัณฑ์ และภาพลักษณ์ขึ้นใหม่ทั้งหมดให้เหมาะกับตลาดไทย พร้อมให้ความสำคัญกับระบบหลังบ้านและการควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ทุกสาขาสามารถมอบประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกัน ทั้งการใช้ระบบกรองน้ำ อุปกรณ์ชงชา การอบรม คู่มือร้าน และการควบคุมมาตรฐาน นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีและ AI มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและการเลือกทำเล เพื่อสนับสนุนการขยายสาขาอย่างเป็นระบบ
 
JIAN CHA ใช้งบลงทุนเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 2.3 ล้านบาทขึ้นไปขึ้นอยู่กับรูปแบบร้าน ขนาดพื้นที่ และทำเล ขณะที่แบรนด์ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้ลงทุนในฐานะ “พาร์ตเนอร์” มากกว่าการขายสิทธิ์แฟรนไชส์เพียงอย่างเดียว เพื่อให้สามารถรักษามาตรฐานของสินค้าและประสบการณ์ในทุกสาขา ปัจจุบันสาขาส่วนใหญ่เป็นแฟรนไชส์ ขณะที่บริษัทมีสาขาที่ลงทุนเองเพื่อใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาระบบ นอกจากนี้ JIAN CHA ยังเริ่มขยายตลาดต่างประเทศตั้งแต่ช่วงแรก โดยมีการทำตลาดในประเทศอย่างสิงคโปร์ สเปน และออสเตรเลีย สะท้อนเป้าหมายในการพัฒนาแบรนด์สู่ตลาดระดับโลก
 
9. เด็กชา
 
ภาพจาก www.facebook.com/DekchaBangsaen/

DEK-CHA (เด็กชา) คือแฟรนไชส์ชานมไข่มุกพ่นไฟสัญชาติไทยที่สร้างจุดขายด้วย “ครีมชีสพ่นไฟ” สูตรเฉพาะของแบรนด์ ซึ่งเป็นทั้งเอกลักษณ์ด้านรสชาติและ Visual ที่ช่วยสร้างความน่าสนใจบน Social Media โดยใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมนำเข้าจากไต้หวัน และมีเมนูเครื่องดื่มหลากหลายกว่า 34 เมนู จุดเด่นอีกด้านคือการเปิดโอกาสให้เจ้าของสาขาสามารถออกแบบรูปแบบร้านได้ตามความเหมาะสมของทำเลและสไตล์ของตัวเอง ปัจจุบันแบรนด์ระบุว่ามีสาขามากกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ
 
DEK-CHA สร้างความแตกต่างจากร้านชานมทั่วไปด้วย “ประสบการณ์การพ่นไฟ” ซึ่งไม่ได้มีเพียงความสวยงามสำหรับการถ่ายภาพหรือทำคอนเทนต์ แต่ยังช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับครีมชีสและรสชาติของเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งกลุ่มชานมไข่มุก เครื่องดื่มกาแฟสด และขนมปังสไตล์เกาหลีภายใต้แบรนด์ DEK-BREAD หรือเด็กปัง ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเพิ่มช่องทางรายได้ภายในร้าน และเลือกลงทุนเฉพาะธุรกิจชานม หรือจับคู่กับแบรนด์อื่นของกลุ่มได้
 
DEK-CHA มีแพ็กเกจแฟรนไชส์หลักสำหรับธุรกิจชานมไข่มุกพ่นไฟ ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุค่าแฟรนไชส์เริ่มต้นประมาณ 29,000 บาท ขณะที่แพ็กเกจ DEKCHA ชานมไข่มุกพ่นไฟอยู่ที่ 109,000 บาท พร้อมอุปกรณ์ 53 รายการ เมนูลาวาและพ่นไฟ การอบรมแบบตัวต่อตัว และสิทธิ์ใช้เครื่องหมายการค้า ยังมีแพ็กเกจ DEK-BREAD เด็กปัง และแพ็กเกจจับคู่สำหรับผู้ที่ต้องการทำหลายธุรกิจในร้านเดียว ทั้งนี้ ราคาและโปรโมชั่นอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบกับแบรนด์โดยตรงก่อนลงทุน
 
10. ชายีราฟ
 
ภาพจาก www.facebook.com/Chagiraf

แฟรนไชส์ชายีราฟ (Chagiraf Milk Tea) คือ แฟรนไชส์ชานมไข่มุกสัญชาติไทยที่วางจุดขายด้าน “ลงทุนง่าย ราคาประหยัด และไม่ต้องแบ่งรายได้” เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจเครื่องดื่มด้วยเงินลงทุนไม่สูง โดยมีแพ็กเกจให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ชุดลูกยีราฟ ชุดน้องยีราฟ ชุดพี่ยีราฟ ไปจนถึงชุดแม่ยีราฟ ซึ่งในโปรโมชั่นเดือนสิงหาคม 2569 ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 16,900 บาท ขณะที่รายละเอียดของแต่ละแพ็กเกจจะแตกต่างกันตามอุปกรณ์และรูปแบบร้านที่ได้รับ
 
จุดเด่นของชายีราฟคือการเน้นให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารธุรกิจได้อย่างอิสระ โดยแบรนด์ระบุว่าไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ไม่มีการแบ่งเปอร์เซ็นต์หรือกำไรจากยอดขาย และรายได้จากสาขาเป็นของผู้ลงทุน 100% นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์และวัตถุดิบสำหรับเริ่มต้นขาย พร้อมสูตรเครื่องดื่มและสื่อการเรียนรู้ ทำให้ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านร้านเครื่องดื่มสามารถเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีคลิปอบรมออนไลน์ที่สอนตั้งแต่ขั้นตอนการชง ไปจนถึงแนวทางการเปิดร้าน และมีทีมงานให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง
 
ชายีราฟมีแพ็กเกจหลายระดับเพื่อให้เหมาะกับงบประมาณของผู้ลงทุน โปรโมชั่นที่ประกาศในเดือนสิงหาคม 2569 ได้แก่ ชุดลูกยีราฟ 16,900 บาท จากปกติ 18,900 บาท ชุดน้องยีราฟ 17,900 บาท ชุดพี่ยีราฟ 19,900 บาท และชุดแม่ยีราฟ 21,900 บาท ดังนั้นหากจะลงทุนในปัจจุบัน ควรสอบถามแบรนด์เพื่อยืนยันราคาและโปรโมชั่นล่าสุดก่อนตัดสินใจ นอกจากค่าแฟรนไชส์แล้ว ควรเผื่องบสำหรับค่าเช่าพื้นที่ วัตถุดิบเพิ่มเติม บรรจุภัณฑ์ และเงินทุนหมุนเวียนด้วย
 
สรุป
 
จากทั้ง 10 แบรนด์ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแฟรนไชส์ชานมไข่มุกยังมีความหลากหลาย ทั้งแบรนด์ที่เน้น ลงทุนไม่สูง ราคาขายเข้าถึงง่าย และขยายสาขาได้รวดเร็ว ไปจนถึงแบรนด์ระดับพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบ ระบบบริหาร และประสบการณ์ของลูกค้า ขณะเดียวกัน เทรนด์ “แก้วทรงสูง” หรือ “แก้วยีราฟ” ก็เข้ามาเป็นอีกหนึ่งจุดขายที่ช่วยสร้างความโดดเด่นและเพิ่มโอกาสในการทำคอนเทนต์บนโลกโซเชียล 
 
ผู้สนใจลงทุนควรพิจารณามากกว่ากระแสหรือราคาแพ็กเกจ โดยควรดงบลงทุนทั้งหมด ค่าเช่า ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขสัญญา ราคาขาย ทำเล และกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้า ควบคู่กันไป พร้อมตรวจสอบข้อมูลและโปรโมชั่นล่าสุดกับเจ้าของแฟรนไชส์โดยตรง เพื่อเลือกแบรนด์ที่เหมาะสมและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 เดอะ แบล็ค ดราก้อน
แฟรนไชส์มาแรง! เข้าถึงง่ายทุกวัย ราคาจับต้องได้ อัดแน่นด้วยคุณภาพคับแก้ว คุ้มค่ากับราคา คำนึงถึงลูกค้าเสมอ รักษามาตรฐานและคุณภาพให...
ค่าแฟรนไชส์ 99,900 บาท
 มาโนอิ
MANOI マノイมาโนอิ จากความชื่นชอบดื่มชานมไข่มุก ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจที่จะสานต่อความชอบให้ออกมาในรูปแบบของธุรกิจ ส่งต่อความอร่อยแบบห...
ค่าแฟรนไชส์ 99,900 บาท
 ไอ-ชา
Ai CHA เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ชา ไอศกรีม และเครื่องดื่มราคาประหยัด จุดเด่นคือเมนูหลากหลาย ราคาจับต้องได้ (15–45 บาท) และมีระบบแฟรนไชส์พ...
ค่าแฟรนไชส์ 25,000 บาท
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 แฟรนไชส์ขายดีทุกวัน คนซื้อซ้ำสูง! ลูกค้ากลับมา..
451
93 แฟรนไชส์ ร่วม “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ..
411
Panera Bread โมเดล “ค่ากาแฟแบบรายเดือน” ยอดขาย 2..
401
เปิดสูตรลับเจ้าของแฟรนไชส์! เงินก้อนจากค่าแรกเข้..
397
Lelecha รายได้ 4,000 ล้าน! ยังขาดทุน แก้ปัญหาด้ว..
381
แฟรนไชส์การศึกษาโกลเด้นเบรน All Students, One St..
366
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด