บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    ความรู้ทั่วไประบบแฟรนไชส์
271
4 นาที
29 สิงหาคม 2568
เชื่อหรือไม่ 80% ของเจ้าของแฟรนไชส์ ล้วนซื้อแฟรนไชส์มาก่อน


เชื่อหรือไม่ว่า กว่า 80% ของเจ้าของแฟรนไชส์รายใหญ่ในปัจจุบัน ล้วนเคยเป็น “แฟรนไชส์ซี” หรือผู้ซื้อแฟรนไชส์มาก่อน พวกเขาเริ่มต้นจากการเรียนรู้ระบบแฟรนไชส์ของแบรนด์อื่น แล้วนำประสบการณ์เหล่านั้นมาต่อยอด จนสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเอง และเติบโตเป็นเครือข่ายแฟรนไชส์ระดับประเทศ หรือแม้แต่ระดับโลก
 
หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ ก็คือ “เรย์ คร็อก” ชายที่หลายคนเข้าใจว่าเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟรนไชส์ “แมคโดนัลด์” แต่ความจริงแล้วเขาเข้ามาทีหลัง แต่เขากลับเป็นผู้ที่มองเห็นศักยภาพของร้านแมคโดนัลด์ดั้งเดิม และนำแนวคิดระบบแฟรนไชส์ไปขยายผล จนกลายเป็นอาณาจักรแฟรนไชส์ฟาสต์ฟู้ดยักษ์ใหญ่ที่เรารู้จักกันทั่วโลกในวันนี้
 
ไม่ใช่แค่ “เรย์ คร็อก” เท่านั้น ยังมีแบรนด์แฟรนไชส์ชื่อดังหลายแบรนด์ทั่วโลก ที่ถูกก่อตั้งโดยคนที่เคยเป็นแฟรนไชส์ซีของแบรนด์อื่นมาก่อน และนี่คือเรื่องราวและแบรนด์แฟรนไชส์ที่เติบโตมากจากผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์มาก่อน 
 
1.Popeyes จากโดนัทสู่ไก่ทอด
 

ภาพจาก https://citly.me/cs0im

Al Copeland ก่อตั้ง Popeyes ที่ Baton Rouge, Louisiana ในปี 1972 แต่ก่อนหน้านั้น ตอนอายุเพียง 18 ปี เขากับพี่ชายชื่อ Gil ได้ซื้อแฟรนไชส์ร้านโดนัทชื่อ Tastee Donut มาเปิด และเรียนรู้การบริหารร้านอาหารจากตรงนั้น
 
ต่อมาวันหนึ่ง เขาสังเกตว่าร้าน KFC ใกล้ๆ ทำยอดขายได้มากกว่าร้านของเขาถึงเท่าตัว แม้จะมีเวลาเปิดน้อยกว่า เขาจึงคิดว่า “ตัวเองทำธุรกิจผิดประเภท ควรขายไก่ทอด” แม้วันนี้ยังไม่รู้ว่า Tastee Donut ยังมีอยู่ไหม แต่ที่แน่ ๆ Copeland ตัดสินใจถูกต้อง ที่เปลี่ยนมาเปิดร้านไก่ทอดเป็นของตัวเอง
 
2.Marriott จากน้ำรูทเบียร์ สู่โรงแรมระดับโลก
 
ภาพจาก https://citly.me/t6ZiO

ในปี 1927 คู่สามีภรรยา J. Willard Marriott และ Alice Marriott เปิดแฟรนไชส์ A&W Root Beer ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. พวกเขาขยายสาขาเรื่อย ๆ และดำเนินกิจการ A&W อยู่หลายสิบปี ก่อนจะผันตัวเข้าสู่ธุรกิจโรงแรมในปี 1957
 
โดยลูกชายของพวกเขา Bill Marriott คือคนที่บริหารโรงแรมแห่งแรกของครอบครัว ปัจจุบันโรงแรม Marriott เป็นเจ้าของแบรนด์โรงแรมกว่า 30 แบรนด์ รวมกว่า 8,000 แห่งใน 139 ประเทศทั่วโลก
 
3.Bojangles ชอบทำตามใจ จนสร้างแบรนด์ของตัวเอง
 
ภาพจาก www.becajun.com

Jack Fulk เปิดร้าน Bojangles แรกในปี 1977 ที่ Charlotte, North Carolina และเริ่มขยายแบบแฟรนไชส์ภายในปีเดียว แต่ก่อนหน้านั้น เขาเคยเป็นแฟรนไชส์ซีของ Hardee’s ตั้งแต่ปี 1971
 
Jack มีนิสัยชอบ "ทำตามใจตัวเอง" เช่น คิดเมนูใหม่ๆ อย่างบิสกิตมื้อเช้าหรือแซนด์วิชเนื้ออบ โดยไม่ขออนุญาตจากสำนักงานใหญ่ เพื่อนของเขาเล่าว่า “บริษัทอาจบ่นตอนแรก แต่พอเห็นว่ายอดขายดี พวกเขาก็จำใจเอาเมนูของ Jack ไปใช้ทั้งระบบ”
 
สุดท้าย เขาจึงตัดสินใจออกจาก Hardee’s เพื่อสร้างสิ่งที่เป็นของตัวเอง และวันนี้ Bojangles มีร้านกว่า 773 สาขา ทั่วสหรัฐฯ
 
4. Wendy’s จากลูกจ้าง KFC สู่ผู้ก่อตั้ง
 
ภาพจาก https://citly.me/9HQqa

Dave Thomas ก่อตั้ง Wendy’s ในปี 1969 ซึ่งช้ากว่า McDonald’s และ Burger King ราวสองทศวรรษ ก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นพ่อครัวทอดไก่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่รัฐอินดีแอนา ซึ่งเป็นจุดที่เขาได้พบกับ Colonel Sanders ผู้ก่อตั้ง KFC หลังจากนั้น Sanders เห็นแววของเขา และได้มอบหุ้นใน KFC จำนวน 4 สาขาที่ขาดทุนให้ Dave ช่วยบริหาร
 
หลังจากนั้น Dave สามารถพลิกฟื้นกิจการได้ และขายหุ้นกลับไปให้ Sanders ในราคา 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนั้นเขานำเงินก้อนนั้นมาเปิด Wendy’s และกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการฟาสต์ฟู้ด
 
5. SweatHouz จากผู้สร้าง OTF สู่การปั้นแฟรนไชส์ใหม่
 

ภาพจาก www.facebook.com/SweatHouz

Jamie Weeks ผู้ก่อตั้ง SweatHouz เคยเป็นแฟรนไชส์ซีของ OrangeTheory Fitness (OTF) และขยายได้มากกว่า 140 สาขา หลังจากประสบความสำเร็จกับ OTF เขาได้ก่อตั้งแบรนด์ของตัวเองอย่าง SweatHouz ซึ่งเน้นเรื่องสุขภาพแบบครบวงจร เช่น ซาวน่า อินฟราเรด ห้องออกซิเจน ฯลฯ 
 
แม้เป็นแฟรนไชส์น้องใหม่ แต่สามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนและเจ้าของแฟรนไชส์มืออาชีพจำนวนมาก 
 
แฟรนไชส์ซีสร้างแบรนด์แฟรนไชส์ในไทย
 
นอกจากเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์แล้ว ยังมีเจ้าสัวไทยคนอื่น ๆ ที่ใช้กลยุทธ์ “ซื้อแฟรนไชส์-เรียนรู้ระบบ-สร้างแบรนด์เอง” จนกลายเป็นเคสธุรกิจที่น่าสนใจมากในไทย และบางรายก็ขยายแบรนด์ออกไปต่างประเทศด้วย 
 
1. 7-Eleven 
 

ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เริ่มดำเนินการในไทยปี 2531 โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven จากบริษัท Southland Corporation ในสหรัฐฯ เพื่อดำเนินการในประเทศไทย และปรับโมเดลธุรกิจเป็นแฟรนไชส์
 
ปัจจุบัน 7-Eleven ในไทยถือเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก โดยมีจำนวนสาขามากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น และครองส่วนแบ่งตลาดร้านสะดวกซื้อในไทยมากที่สุด ด้วยจำนวนสาขา 15,595 สาขา แบ่งออกเป็น
  1. ร้านสาขาบริษัท จำนวน 7,959 สาขา (ประมาณ 51%)
    • เปิดสาขาใหม่ในไตรมาส 2/2568 จำนวน 91 สาขา
  2. ร้าน SBP และร้านค้าที่ได้รับสิทธิช่วงอาณาเขต จำนวน 7,636 สาขา (ประมาณ 49%)
    • เปิดสาขาใหม่ในไตรมาส 2/2568 จำนวน 74 สาขา
2. Tops Daily
 

ภาพจาก ท็อปส์ เดลี่

ในปี 2563 กลุ่มเซ็นทรัล โดยบริษัทในเครือ Central Retail Corporation (CRC) ได้เข้าซื้อหุ้นที่เหลืออีก 49% ในบริษัท Central FamilyMart (CFM) จากบริษัท FamilyMart Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้กลุ่มเซ็นทรัลถือหุ้นครบ 100% และกลายเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อ FamilyMart ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
 
ต่อมาหลังสิ้นสุดสัญญาแฟรนไชส์กับ FamilyMart ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงปลายเดือน พ.ค. 2566 กลุ่มเซ็นทรัลได้ดำเนินการ รีแบรนด์ร้าน FamilyMart เดิมให้กลายเป็นแฟรนไชส์ Tops Daily แบรนด์ร้านสะดวกซื้อภายใต้การบริหารของ Central Retail
 
#รูปแบบแฟรนไชส์ Tops Daily


ภาพจาก ท็อปส์ เดลี่

FC ประเภทที่ 1 เจ้าของพื้นที่
  • ผู้ที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดิน/อาคาร ขนาด มากกว่า 200 ตร.ม. และถือครองมานานกว่า 9 ปี
  • สนใจเปิดร้าน Tops Daily บนพื้นที่ของตนเอง
  • มีเงินลงทุนค่าก่อสร้างและอุปกรณ์ประมาณ 4.60 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่)
  • รับส่วนแบ่ง 70% จากกำไรขั้นต้น (ยิ่งยอดขายสูง รายได้ยิ่งเพิ่ม)
  • รับประกันรายได้ 150,000 บาท/เดือน ในปีแรกของสัญญา
FC ประเภทที่ 2 บริหารร้านเดิม
  • ผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ แต่อยากร่วมบริหารร้าน Tops Daily ที่เปิดอยู่แล้ว
  • เข้ารับสิทธิบริหารร้าน Tops Daily สาขาที่มีอยู่
  • มีเงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 1.07 ล้านบาท
  • รับส่วนแบ่ง 40% จากกำไรขั้นต้น (ยิ่งยอดขายสูง รายได้ยิ่งเพิ่ม)
  • รับประกันรายได้ 60,000 บาท/เดือน ในปีแรกของสัญญา 
3.The Pizza Company


ภาพจาก www.facebook.com/thepizzacompany

บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เคยได้รับสิทธิ์เป็นแฟรนไชส์ซีของ Pizza Hut ในประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ในการบริหารและมีความเข้าใจในตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศไทย ช่วยให้ไมเนอร์ฟู้ดสามารถขยายสาขา Pizza Hut ได้อย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก 
 
จนทำให้บริษัทแม่หรือแฟรนไชส์ซอร์ในอเมริกาอยากบริหารธุรกิจ Pizza Hut ในประเทศไทยเอง จึงไม่ต่อสัญญากับทางไมเนอร์ฯ จนถึงขั้นเกิดการฟ้องร้อง และทางไมเนอร์เป็นฝ่ายแพ้ 
 
ต่อมาในปี 2544 ไมเนอร์ฟู้ดตัดสินใจหันมาพัฒนาแบรนด์ร้านพิซซ่าของตนเองภายใต้ชื่อ The Pizza Company มีการพัฒนาและปรับรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทย เน้นคุณภาพวัตถุดิบ รสชาติที่ถูกปาก และบริการที่ครอบคลุมทั้งนั่งทานในร้าน บริการสั่งกลับบ้าน และเดลิเวอรี่ จนกลายเป็นเบอร์ 1 ในตลาดพิซซ่าในประเทศไทย
 
ปัจจุบัน The Pizza Company มีจำนวนมากกว่า 400 สาขาทั่วประเทศไทย และได้ขยายกิจการไปยังตลาดต่างประเทศกว่า 10 ประเทศ เช่น เวียดนาม กัมพูชา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเมียนมา โดยดำเนินธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ 
 
กรณีของแฟรนไชส์ The Pizza Company ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน กรณีที่แฟรนไชส์ซีสามารถเรียนรู้ พัฒนา และต่อยอดธุรกิจ จนสามารถก้าวขึ้นเป็นเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยอาศัยประสบการณ์จากการบริหารจัดการแบรนด์ในฐานะแฟรนไชส์ซี ควบคู่กับการเรียนรู้และทำความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคภายในประเทศ 
 
ข้อได้เปรียบของแฟรนไชส์ซีที่อยากพัฒนาเป็นแฟรนไชส์ซอร์
 

แม้ว่าการพัฒนาแบรนด์และระบบแฟรนไชส์ของตนเองจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ในฐานะแฟรนไชส์ซีมักมีข้อได้เปรียบหลายประการ ที่สามารถนำมาใช้ในการก้าวสู่บทบาทของแฟรนไชส์ซอร์ได้ ดังนี้
 
1.ความเข้าใจในระบบแฟรนไชส์
 
ผู้ประกอบการที่เคยเป็นแฟรนไชส์ซีมาก่อน มักมีความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการบริหารจัดการร้านภายใต้ระบบแฟรนไชส์ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามคู่มือ เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา ตลอดจนการประสานงานกับแฟรนไชส์ซอร์ในด้านต่างๆ
 
2. มีประสบการณ์ธุรกิจโดยตรง
 
ประสบการณ์จากการบริหารร้านมาก่อน ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรู้ได้ว่าแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบใดมีประสิทธิภาพ และแนวทางใดควรปรับปรุงหรือหลีกเลี่ยง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่าในการสร้างระบบแฟรนไชส์ของตนเอง
 
3.มีทักษะด้านการบริหารธุรกิจ
 
โดยเฉพาะผู้ที่บริหารหลายสาขา มักมีความเชี่ยวชาญในการจัดการทีมงาน การควบคุมต้นทุน การวางแผนการตลาด และการรักษามาตรฐานการให้บริการ ซึ่งล้วนเป็นทักษะสำคัญในการขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์
 
4.มีเครดิตและความน่าเชื่อถือ
 
เนื่องจากมีประวัติในการดำเนินธุรกิจมาก่อน มักจะได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงิน นักลงทุน หรือพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่าผู้ที่เริ่มต้นจากศูนย์ ทั้งในแง่ของเครดิตทางการเงินและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ 
 
แนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจาก “แฟรนไชส์ซี” เป็น “แฟรนไชส์ซอร์”
 

ภาพจาก ท็อปส์ เดลี่

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเป็นแฟรนไชส์ซี และมีเป้าหมายจะเติบโตต่อไปในบทบาทของ “แฟรนไชส์ซอร์” (เจ้าของแฟรนไชส์) สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาและเตรียมความพร้อม ดังนี้
 
1.สร้างร้านต้นแบบที่แข็งแรงและประสบความสำเร็จ
 
ร้านต้นแบบควรเป็นต้นฉบับของธุรกิจที่มีระบบดำเนินงานชัดเจน สินค้าและบริการตอบโจทย์ผู้บริโภค ร้านต้องสามารถทำกำไรได้จริงและสม่ำเสมอ สร้างความพึงพอใจแก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และสามารถถ่ายทอดความสำเร็จนี้ไปยังสาขาอื่นๆ ได้
 
2.พัฒนาระบบแฟรนไชส์ให้พร้อมก่อนขายแฟรนไชส์
 
เริ่มตั้งแต่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและบริการ จัดทำคู่มือปฏิบัติงาน สัญญาแฟรนไชส์ รวมถึงสร้างระบบการฝึกอบรม การตรวจสอบมาตรฐาน และระบบการสนับสนุนให้กับแฟรนไชส์ซี ตลอดจนพัฒนาระบบหน้าบ้าน-หลังบ้าน เช่น ระบบบัญชี การจัดการสต๊อก การตลาด และการบริการลูกค้าให้พร้อมใช้งานทันที 
 
3. ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านแฟรนไชส์
 
ติดต่อรับคำปรีกษาจากหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สมาคมแฟรนไชส์ หรือที่ปรึกษาธุรกิจแฟรนไชส์มืออาชีพ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบธุรกิจของคุณมีความพร้อม ทั้งในด้านกฎหมาย การตลาด และการบริหารจัดการ
 
สรุป เห็นได้ว่าหลายๆ คนที่กลายเป็นเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ระดับโลก จริงๆ แล้วเขาเคยเริ่มต้นจากการเป็น “แฟรนไชส์ซี” คนหนึ่งมาก่อน แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ พวกเขาไม่ได้แค่ทำตามระบบอย่างเดียวเท่านั้น แต่พวกเขาใช้เวลานั้นในการเรียนรู้ สังเกต และเก็บประสบการณ์ทุกอย่างเอาไว้ แล้วค่อยๆ ปรับปรุง พัฒนา แล้วเอามาต่อยอด สร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา
 
ดังนั้น ถ้าในวันนี้ใครที่กำลังเป็นแฟรนไชส์ซี หรือกำลังคิดจะเริ่มธุรกิจจากการซื้อแฟรนไชส์ ก็อย่าคิดว่ามันเป็นแค่การบริหารธุรกิจของคนอื่น แต่อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่เป็นแบรนด์ของตัวเองในวันข้างหน้าก็ได้ 
 
อ้างอิงข้อมูล 
 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
แฟรนไชส์ Yolé ไอศกรีมโยเกิร์ต บิวกิ้นยิ้มร่า พาโ..
734
รวม 12 แฟรนไชส์ร้านชานมไข่มุก! ระบบพร้อมเปิดร้าน..
702
รวม 7 แฟรนไชส์ลงทุนน้อย “แต่ขายดี” มือใหม่ก็เปิด..
639
NaiSnow ชาผลไม้จีน 1,700 สาขา ขายแฟรนไชส์ เต็มสูบ!
553
3 แฟรนไชส์มาใหม่! น่าลงทุนประจำเดือนกรกฏาคม 2568
528
3 แฟรนไชส์จีน Mixue - Wedrink - Bingchun ลงทุนตอ..
513
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด