บทความทั้งหมด    บทความค้าขาย    การเริ่มต้นค้าขาย    การวางแผนค้าขาย
5.4K
2 นาที
28 มีนาคม 2559
Step by Step ข้อควรรู้ก่อนเปิดร้านอาบน้ำตัดขนสุนัข


ทุกวันนี้เรื่องของสัตว์เลี้ยงมีบทบาทกับชีวิตของคนเรามากขึ้นเรื่อยๆ  ยิ่งในหมู่คนรักสัตว์ด้วยแล้วการทุ่มเทเพื่อจะดูแลและทำทุกอย่างให้สัตว์เลี้ยงตัวโปรดสวยสด งดงาม  แม้จะต้องเสียค่าจ้างมากแต่ถ้าแลกกับความสบายใจคนส่วนใหญ่บอกว่าคุ้มค่า

ด้วยเหตุนี้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดูแลสัตว์เลี้ยงแสนรักโดยเฉพาะการอาบน้ำตัดขนสุนัข จึงเป็นธุรกิจที่เติบโตขึ้นมาได้เรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ใช่ว่าทุกร้านที่เปิดกิจการจะสามารถยืนหยัดในวงการได้ องค์ประกอบพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจนี้มีหลายอย่างที่เป็นเหตุผลสำคัญเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ


www.ThaiFranchiseCenter.com มองเห็นช่องทางว่านี่คือธุรกิจที่มีอนาคตยาวไกลเพียงแต่คนที่สนใจควรศึกษารายละเอียดให้มากพอเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเดินหน้าได้ดีไม่มีสะดุด เพราะธุรกิจนี้ถือว่าเป็นงานบริการประเภทหนึ่งที่ผู้ลงทุนต้องมีความเข้าใจลูกค้ามากกว่างานบริการประเภทอื่นๆเยอะพอสมควร

คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับคนที่อยากเปิดร้านอาบน้ำตัดขนสุนัข

ธุรกิจนี้ใช้แค่ใจรักอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะนี่คืองานที่ต้องให้บริการ ไม่ใช่แค่การเลี้ยงเล่นเท่านั้น ดังนั้นเมื่อคิดจะทำเป็นอาชีพสิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต้องมี
  1. มีความรู้เรื่องสุนัขดีพอสมควร เช่น สายพันธุ์ ต้นกําเนิดสุนัข รูปทรงสุนัข สภาพเส้นขนนิสัยและความดุร้าย สภาพอากาศที่เหมาะสมสําหรับการเลี้ยง เป็นต้น
  2. มีความรู้เรื่องเครื่องมือ อุปกรณ์ที่ใช้ตัดแต่งขนสุนัขให้เหมาะสมกับสุนัขแต่ละสายพันธุ์
  3. ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรเรียนตัดขนสุนัข และเมื่อเรียนจบหลักสูตรแล้ว ผู้ที่จะดําเนินธุรกิจ ควรมีการฝึกฝนความรู้เพื่อเพิ่มประสบการณ์ก่อนลงมือเปิดร้านจริงจังจริง
  4. เงินทุนเบื้องต้นประมาณ 200,000บาท เพื่อการซื้อของเข้าร้าน ตกแต่งร้าน ซื้ออุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็น (อาจจะเพิ่มมากกว่านี้ในกรณีที่ต้องมีค่าเช่า)  ซึ่งผู้ลงทุนก็ควรมีความรู้ด้านการจัดทำบัญชีเข้ามาร่วมด้วย
ปัจจัยในการเลือกทำเลที่ตั้งของร้านอาบน้ำตัดขนสุนัข


ทำเลที่เหมาะสมในธุรกิจบริการเพื่อสัตว์เลี้ยงเช่นนี้ต้องมองหาแหล่งชุมชนที่มีกำลังซื้อค่อนข้างดี และยิ่งในละแวกนั้นไม่มีคู่แข่งด้วยแล้วจะถือเป็นความได้เปรียบอย่างมาก  โดยปกติทั่วไปเราจะเห็นร้านประเภทนี้เปิดมากในบริเวณใกล้กับปั๊มน้ำมันเพราะสะดวกสบายในเรื่องการจอดรถ หรือไม่ก็ใกล้กับหมู่บ้านจัดสรรหรือโรงพยาบาลสัตว์เพราะถือว่ามีความเกี่ยวเนื่องกันและมีฐานลูกค้าที่น่าสนใจอยู่มากพอสมควร

อุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการเปิดร้านอาบน้ำตัดขนสุนัข

การเลือกใช้อุปกรณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะสุนัขแต่ละสายพันธ์มีการใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ความรู้ในการเลือกอุปกรณ์นี้จึงสำคัญมากเราจึงรวบรวมอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้และราคาโดยประมาณมาแสดงให้เห็นว่าต้องมีอะไรแค่ราคาประมาณไหนกันบ้าง
  1. โต๊ะมีสายโยงตัวสุนัข ราคาประมาณ 4,000 บาท
  2. อ่างอาบนํ้า (แสตนเลส) ราคาประมาณ 7,000 – 8,000 บาท
  3. ปัตตาเลี่ยน ราคาประมาณ 8,000 - 10,000 บาท
  4. กรรไกรตัดขน ราคาตั้งแต่ 2,000 - 25,000 บาท
  5. กรรไกรตัดเล็บ ราคาประมาณ 280 – 300 บาท
  6. กรรไกรถอนขนหู ราคาประมาณ 280 – 300 บาท
  7. ไดร์เป่าขน ราคาประมาณ 1,500 – 14,000 บาท  
  8. หวีแปรงใช้หลายขนาด ราคาประมาณ 250 บาท
  9. กรงใส่สุนัข ราคาประมาณ 350 บาท
  10. ถุงเก็บขยะ นํ้ายาฆ่าเห็บ/หมัด ผ้าเช็ดตัว แชมพู
  11. ชั้นวางของต่างๆ ราคาประมาณ 3,000 บาท 
  12. ใบมีด (มีหลายขนาด) ราคาประมาณ1,000-3,000 บาท
  13. แผ่นยางปูพื้นกันลื่น ราคาประมาณ 350 บาท
  14. ค่าอุปกรณ์เบ็ดเตล็ด เช่น ราคาประมาณ 5,000 บาท   

 
รูปแบบการให้บริการและอัตราค่าจ้างในแต่ละประเภท

บริการหลักๆของร้านคือการอาบน้ำ ตัดแต่งขน  นวดตัว  ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละร้านว่าจะเพิ่มออฟชั่นอะไรเข้าไปบ้าง รูปแบบราคาก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามรายการที่ลูกค้าเลือกเพิ่มเช่น
  • อาบน้ำ+ตัดขน+ตัดเล็บ+เช็ดหู  350-500   บาท                             
  • Spa+นวดตัว  450-600   บาท
  •  Hot oil   200-500  บาท
  • ทำเล็บ  100-150  บาท
  • กำจัดเห็บ-หมัด   50-200  บาท

   
รายได้จากทุกช่องทางของการเปิดร้านอาบน้ำตัดขนสุนัข

ในการกำหนดราคาต่างๆนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาด น้ำหนัก และปัญหาของสุนัขแต่ละตัว รวมถึงต้นทุนด้านฝีมือของช่างและอุปกรณ์เสริมที่นำมาใช้ในงาน

โดยเฉลี่ยถ้าสามารถตัดขน อาบน้ำได้ประมาณวันละ 5 ตัว ในราคามาตรฐานคือ 200 บาท จะมีรายได้ส่วนนี้ต่อเดือนประมาณ 30,000 บาท เมื่อรวมกับการรับจ้างฝากเลี้ยง อีกตัวละ 100 บาท (คิดเดือนละ 2 ตัว) มีรายได้เข้ามาเพิ่มอีกเดือนละ 6,000 บาท

สุดท้ายคือรายได้ที่มาจากการขายสินค้าและอุปกรณ์ต่างๆ คิดแค่วันละ 1,000 บาท อย่างน้อยๆ ในแต่ละเดือนก็มีรายได้ส่วนนี้อีกกว่าเดือนละ 30,000 บาท และเมื่อรวมเอารายได้ทุกอย่างเข้าด้วยกันสามารถมีรายได้ต่อเดือนสูงถึง 60,000-70,000 บาท


เมื่อหักต้นทุนจิปาถะในด้านต่างๆ ออกแล้วจะเหลือส่วนที่เป็นกำไรสุทธิอย่างน้อยประมาณ 20,000 บาท ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทำเลและความสามารถในการบริการซึ่งร้านที่มีทำเลดีและมีประสบการณ์ด้านนี้ยาวนานรายได้สุทธิต่อเดือนได้เกือบ 50,000 บาท กันเลยทีเดียว

แต่ทั้งนี้ผู้ลงทุนควรมีทักษะและประสบการณ์ที่มากพอเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี  เพราะสุนัขแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนกัน อารมณ์พื้นฐานนอกจากใจรักจึงต้องใจเย็นมากๆด้วย  และเมื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ก็จะกลายเป็นฐานลูกค้าประจำที่ลูกค้ามักจะไม่เปลี่ยนแปลงไปใช้บริการที่อื่นอีกต่อไป

ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะหรือมีความพร้อมมากพอที่จะเปิดร้านอาบน้ำตัดขนสุนัขได้หรือไม่มาลองหาคำตอบกับแบบทดสอบความพร้อมเปิดร้านอาบน้ำตัดขนสุนัขเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนลงมือทำกันต่อไป  แบบทดสอบความพร้อม ร้านอาบน้ำตัดขนสุนัข

 

เรียบเรียงโดย ThaiFranchiseCenter.com
 
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)