บทความทั้งหมด    บทความค้าขาย    การบริหารจัดการร้านค้า    ช่องทางทำกิน
5.5K
2 นาที
22 กันยายน 2559
8 สินค้าขายดีในตลาดนัด

 
ปัจจุบันกระแสการเป็นเจ้านายตัวเองมาแรงมาก

สังเกตได้ว่ามีหนังสือและคอร์สเรียนมากมายที่ถูกทำออกมาเพื่อที่ชักจูงและส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ๆเข้ามาเริ่มทำธุรกิจส่วนตัว หรืออาชีพอิสระต่างๆ มากขึ้นแต่แม้ว่าจะมีแหล่งศึกษามากเพียงใดสุดท้ายกุญแจสำคัญในการทำธุรกิจคงหนีไม่พ้นการเลือกสินค้าและบริการมาขาย คำถามที่เกิดขึ้นเป็นอันดับแรกๆคือเราจะขายอะไรดี

วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com   มีคำตอบน่าสนใจเป็นสินค้ากลุ่มไหนอย่างไรบ้างตามไปดูกันเลย 
 
1.อุปกรณ์ออกกำลังกาย

กระแสการออกกำลังกายนั้นมาแรงสุดๆซึ่งบางคนที่เคยหันไปใช้บริการของ ฟิตเนสต่าง ๆ ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นในแต่ละเดือนหลายคนจึงเลือกมองหาอุปกรณ์ออกกำลังกายมาไว้ที่บ้านจะช่วยประหยัดรายจ่ายได้ดีกว่า

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จะขายอะไรดีลองหาความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ออกกำลังกายเหล่านี้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย อุปกรณ์ที่ผู้คนทั่วไปสนใจก็เช่นดัมเบล บาร์เบล , ม้านั่งออกกำลังกาย , เครื่องบริหารหน้าท้อง เช่น Ab Roller, TRX ,ถุงมือฟิทเนส เสื้อผ้าออกกำลังกาย เป็นต้น
 
2.เก้าอี้ทำงานเพื่อสุขภาพ

คนส่วนใหญ่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่าการใช้ชีวิตข้างนอก ความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้นับวันจึงมีแต่ขยายตัวมากขึ้นเพื่อการแก้ปัญหาอาการที่จะตามมาจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน แต่ส่วนใหญ่สินค้าประเภทนี้ยังมีราคาสูง แต่ถ้าหากเรามีแหล่งสินค้าที่ดี มีคุณภาพ การตั้งราคาอาจไม่ใช่เรื่องยาก เพราะคนส่วนใหญ่มักยอมจ่ายเงินเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเองอยู่แล้ว

3.อาหารคลีน พร้อมบริการจัดส่ง
แม้อาหารคลีนจะเป็นสินค้าขายดีที่มีคนทำขายมากมายแต่เราสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้าเราได้มากขึ้นเช่นกันไม่ว่าจะเรื่องรสชาติ หน้าตา สีสันหรือว่าความหลากหลายของเมนู

สิ่งสำคัญคืออาหารคลีนมีช่วงราคาที่กว้าง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่อาทิตย์ละ 900 บาท หรือบางรายที่เน้นกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อมากก็อาจแพงถึงอาทิตย์ละ 3,000 บาท หากเราสนใจจริงๆ ก็ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องเทคนิคการทำต่างๆ ซึ่งมีให้ดูจากเว็บไซต์ต่าง ๆมากมายที่สำคัญไม่ต้องลงทุนมากด้วย
 
4.สินค้ามือสองนำเข้า

สำหรับสินค้ามือสองที่ได้รับความนิยมนั้น ส่วนมากอาจจะมาจากประเทศญี่ปุ่นหรือเกาหลี เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่างๆ สินค้าแฟชั่นอย่างเสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม ก็เริ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคมากขึ้น

โดยเฉพาะหากเป็นสินค้าที่อยู่ในรับประกัน หรือมีสภาพดีใกล้เคียงของใหม่ ก็สามารถทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะแน่นอนว่าถึงคนเราจะประหยัดก็ต้องดูคุณภาพสินค้าที่สมเหตุสมผลกับการจ่ายในแต่ละครั้งด้วย
 
5.สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง

กลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น สุนัขหรือแมว โดยส่วนมากนั้นมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างสูง โดยกลุ่มหลักอาจเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ กลุ่มวัยเกษียน หรือวัยรุ่นยุคใหม่โดยลูกค้ากลุ่มนี้มักมีความต้องการที่จะให้สัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้รับสิ่งที่ดี ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เสื้อผ้า  ที่นอนสัตว์เลี้ยง ของเล่นเสริมพัฒนาการ หรือจะเป็นสินค้าบำรุงสุขภาพ หรือเสริมความงามของขนสัตว์
 
6.สินค้า DIY
 
หากท่านไม่รู้จะขายอะไร เพราะว่ามองไปทางก็มีแต่สินค้าซ้ำๆ แถมยังขายตัดราคากันเป็นว่าเล่น สินค้าที่มีเอกลักษณ์อย่างสินค้า Customized หรือ DIY จึงน่าสนใจยิ่ง เพราะสินค้าเหล่านี้มีมูลค่าทางจิตใจมากกว่า ทำให้ไม่จำเป็นต้องแข่งขันในเรื่องราคามากนัก หากเรารักษาเอกลักษณ์ไว้ ก็จะสามารถเอาตัวรอดได้ในการแข่งขันของธุรกิจ สินค้าที่น่าสนใจก็เช่น เคสโทรศัพท์มือถือออกแบบเองได้ ,เสื้อคู่รักๆ เปลี่ยนชื่อ ใส่ข้อความได้ ,ของขวัญแนวพิมพ์ภาพต่างๆ เป็นต้น
 
7.ทำแบรนด์เครื่องสำอางค์ / ครีม
 
การทำแบรนด์เครื่องสำอางค์ในปัจจุบันมีต้นทุนถูกลงมากเพราะมีบริษัทรับจัดทำแบรนด์มากมายให้เราได้เลือกใช้บริการ เช่น บริการผลิตเครื่องสำอาง OEM ต่างๆ และสามารถขายทำกำไรได้หลายเท่าตัว

อย่างไรก็ตามตลาดนี้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีความเข้าใจในการทำตลาดเป็นอย่างดี เพราะตัวสินค้าบางครั้งมาจากแหล่งเดียวกัน ก็ต้องแข่งกันด้านการตลาดเป็นหลักและผู้ขายควรมีงบประมาณและความรู้ด้านการตลาดอยู่บ้าง
 
8.ขายอาหารสุขภาพในตลาดนัด

อาหารสุขภาพก็เป็นสินค้าFADประเภทหนึ่งที่มาตามกระแสของดาราหรือเนตไอดอล ซึ่งในตลาดอาหารประเภทนี้เช่น สลัด  กุ้งอบวุ้นเส้นไร้มัน หรือซูชิผักต่าง ๆจะขายดีมากเป็นพิเศษ หากเราพอมีความรู้ด้านการทำอาหารลองพลิกแพลงดัดแปลงเป็นเมนูสุขภาพก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว
 
สุดท้ายการเลือกว่าจะขายอะไรก็ต้องอยู่ที่ความถนัดและความเหมาะสมของแต่ละคนแต่ก็ต้องยึด3แนวทางนี้เป็นหลักในการพิจารณาด้วย
  1. เวลา, กำไรต่อชิ้น สินค้าบางชนิดอาจใช้เวลาทำนาน ในการขายนั้นยังมีขั้นตอนอีกมากไม่ว่าจะเป็น การตอบลูกค้า แพ็คของหรือจัดส่งสินค้า ดังนั้นท่านต้องคำนวนให้ดีว่ามีเวลามากเท่าใด และกำไรต่อชิ้นนั้นจะคุ้มค่าเหนื่อยและเสียเวลาของเราหรือไม่
  2. โอกาสทางธุรกิจ  มีเวลาอย่างเดียว บางครั้งก็ไม่เพียงพอ โอกาสการเติบโตทางธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ หากท่านมีเพียงแต่เวลา แต่ไม่มีทำเลที่ดี เมื่อเริ่มธุรกิจไปก่อนก็อาจไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นต้องคิดถึงจุดนี้ด้วย
  3. การจัดส่ง การจัดส่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าต้นทุนตรงนี้สูงก็ทำให้กำไรหายไปมากโข ยกตัวอย่างสินค้าที่เราได้แนะนำไปเช่น เก้าอี้ กับอาหาร สิ่งของเหล่านี้ต้องใช้การจัดส่งพิเศษ ที่นอกเหนือจาก EMS ของไปรษณีย์ไทย ดังนั้นอย่าลืมหาช่องทางในการส่งอื่นๆ เช่นรถตู้, บขส. โดยเฉพาะกับลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดต่างๆ