บทความทั้งหมด    บทความค้าขาย    การเริ่มต้นค้าขาย    การวางแผนค้าขาย
3.8K
2 นาที
8 มกราคม 2561
15 ข้อต้องทำ! ป้องกันร้านอาหารเจ๊ง

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าไตรมาสแรกของปี 2560 มีธุรกิจร้านอาหารอยู่ทั่วประเทศราว 11,945 ราย มูลค่าการจดทะเบียนนั้นมากกว่า 77,423 ล้านบาท และยังพบอีกว่าธุรกิจร้านอาหารกว่าร้อยละ 90 นั้นเป็นธุรกิจSMEs ที่มีทุนจดทะเบียนอยู่ระหว่าง1-5 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้หลายคนอาจมองภาพว่าธุรกิจอาหารใครทำก็รุ่ง ใครทำก็รอด แต่ในความเป็นจริง

www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่าในจำนวนคนลงทุนที่มากมายนี้ส่วนหนึ่งกลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ใจคิด เราจึงมี15ข้อที่คนอยากทำร้านอาหารควรจะต้องทำเพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจเจ๊งไม่เป็นท่า

 

1.อย่ามั่นใจตัวเองเกินไป
 
การทำร้านอาหารเรื่องประสบการณ์ก็สำคัญ คนลงทุนยุคใหม่ส่วนใหญ่มีแต่ทุน แต่ขาดการศึกษาข้อมูลการลงทุนที่ดี คิดแค่ว่าจะทำอาหารอร่อย บรรยากาศร้านดีๆ มาดึงดูดลูกค้า แต่ในความเป็นจริงการบริหารจัดการ การทำตลาด เทคนิคเล็กๆน้อยที่ทำให้ลูกค้าพอใจแม้จะดูเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็สำคัญมาก
 
2.ต้องรู้จักคู่แข่งดีพอ

ร้านอาหารต้องเจอคู่แข่งจำนวนมาก ลูกค้าสามารถเลือกเข้าร้านไหนก็ได้ที่เขาพอใจ ดังนั้นคำถามคือว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้ตัวเองนั้นโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ต้องศึกษาเรื่องนี้ให้จริงจังเพื่อพัฒนาทั้งรูปแบบร้าน เมนู การบริการ การตลาด ให้เป็นที่ต้องการของลูกค้ามากที่สุด

 

3.สร้างลูกค้าในพื้นที่โดยรอบให้ได้ก่อน

ในรัศมี 5 กิโลจากร้านคือจุดสำคัญที่เราต้องยึดพื้นที่ตรงนี้ให้ได้ก่อน ทำอย่างไรให้คนในละแวกนั้นรู้ว่ามีร้านอาหารอยู่ตรงนี้ ทำอย่างไรให้คนแถวนั้นกลายมาเป็นลูกค้าประจำ ถ้าทำตรงนี้ได้ค่อยขยายโฟกัสลูกค้าให้กว้างขึ้นในภายหลังก็ได้
 
4.อย่าเน้นออนไลน์มากไป

ร้านอาหารบางครั้งมุ่งแต่สร้างภาพสวยงาม หาจุดเด่นทำให้คนแช๊ะ แชร์ แต่ลืมว่าการตลาดที่ทรงพลังไม่แพ้กันก็คือ “ปากต่อปาก”นั้นหมายถึงคุณภาพอาหารที่จะชูโรงเรื่องนี้ถ้ามัวแต่ห่วงสวยแต่รสชาติอาหารไม่พัฒนาความสำเร็จก็ไม่เกิดเช่นกัน

 

5.รู้จักบริหารต้นทุน

ใน 1เมนูมีวัตถุดิบประกอบหลายอย่าง ร้านอาหารที่จะมีกำไรต้องรู้ว่าในแต่ละเมนูควรมีสัดส่วนวัตถุดิบขนาดไหนที่จะทำให้ร้านมีกำไรและคนกินได้ของที่มีคุณภาพ การกำหนดราคาต้องมาจากต้นทุนเหล่านี้ไม่ใช่กำหนดจากความพอใจตัวเองเท่านั้น
 
6.สร้างแผนงานระยะสั้น

แผน3เดือนหรือ6เดือนเป็นการทำงานในกรอบสั้นๆแต่จะทำให้เราเห็นความสำเร็จหรือจุดบกพร่องในร้านอาหารได้ชัดเจนดีกว่าสร้างแผนระยะยาวเมื่อเกิดปัญหาส่วนใหญ่จะบานปลายแก้ไขไม่ทัน


7.ใช้กลยุทธ์ตัวเลข

ราคาอาหารที่ลงท้ายด้วยเลข9 จะช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้าเรานั้นไม่ได้แพงอย่างที่คิด เช่นข้าวผัด ราคา 39 บาท น้ำผลไม้ปั่น49 บาท เป็นเรื่องของจิตวิทยาที่นักการตลาดยอมรับว่าทำให้คนตัดสินใจในการซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
 
8.เมนูควรมีรูปภาพและคำบรรยายควบคู่กัน

เมนูทั่วไปเรามักจะเน้นให้รูปสวยงามแต่ทางที่ดีเราควรมีบรรยายให้ลูกค้าได้รู้จักสินค้ามากขึ้นเช่นต้มยำกุ้งแทนที่จะมีแค่ชื่อเมนูกับราคา เราก็อาจเพิ่มเติมคำโปรยสั้นๆว่า กุ้งสดใหญ่ อร่อยได้เต็มคำ ทั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้ามีความต้องการมากขึ้น

 

9.ชื่ออาหารต้องมีไอเดีย

บางร้านมีการตั้งชื่อเมนูที่โยงเข้าครอบครัวเช่น แกงจืดพ่อแม่ลูก  ไข่เจียวคุณหนู  หรือผัดผักรวมญาติ การมีเมนูที่ไอเดียดีและเชื่อมโยงเข้ากับความรู้สึกคนได้ก็จะทำให้ลูกค้าสนใจได้มากขึ้น
 
10.ใช้เทคนิคไล่ราคาในเมนู

ลูกค้าร้านอาหารมักต้องการสินค้าที่ราคาไม่แพง กลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ได้ผลก็คือการไล่ราคาในเมนูโดยตั้งราคาสินค้าที่มีราคาสูงไว้ก่อนแล้วค่อยๆเป็นสินค้าที่ราคาถูกลงแน่นอนว่าลูกค้าจะรู้สึกว่า มีหลายราคาให้เลือกก็จะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย

 

11.ให้ลูกค้าเลือกขนาดอาหารได้

ลูกค้าบางคนอาจมากันเป็นครอบครัวหรือบางคนมาทานอาหารคนเดียวในเมนูเดียวกัน ปริมาณอาหารก็ควรต่างกันให้ลูกค้าได้กำหนดเองว่าอยากได้ไซด์เล็กหรือใหญ่ ก็จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านอาหารเอาใจใส่ในตัวลูกค้าเป็นอย่างดีด้วย
 
12.เสริมบรรยากาศร้านด้วยดนตรี

อาหารกับดนตรีมักจะมาคู่กันควรเลือกเพลงที่ฟังสบายๆ เปิดคลอเบาๆ เพราะบางครั้งลูกค้าก็ต้องการความเป็นส่วนตัวในการสนทนา การที่ร้านอาหารเปิดดนตรีคู่กันไปด้วยจะช่วยทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายได้ดีขึ้นด้วย

 

13.อย่าเน้นโปรโมชั่นมากไป

หลายร้านมักชอบจัดโปรเพื่อหวังดึงดูดลูกค้าเข้าร้านแต่การจัดโปรก็ต้องให้มีความเหมาะสมและไม่ควรให้บ่อยครั้งเกินไปเพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าเดี๋ยวรอให้มีโปรก่อนค่อยเข้ามาใช้บริการก็ได้
 
14.มีบริการที่หลากหลายมากขึ้น

ยุคนี้ร้านอาหารเองก็ต้องมีบริการที่หลากหลายนอกจากDeliverlyแล้วก็อาจจะเพิ่มแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ลูกค้าสะดวกทั้งในการสั่งจอง สั่งอาหาร เป็นการปรับตัวให้สอดคล้องกับสังคมยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป

 

15.ต้องสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่ง

ไม่มีธุรกิจใดจะเดินคนเดียวได้จำเป็นอย่างยิ่งที่ยุคนี้ต้องมีพันธมิตที่ช่วยในการลดต้นทุนตัวเองได้เช่นการเป็นพันธมิตรกับผู้จำหน่ายอาหารทะเล พันธมิตรกับเกษตรกรต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เราได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและลดต้นทุนได้ในระดับหนึ่ง
 
การทำร้านอาหารในยุคนี้แม้จะเป็นธุรกิจที่ดูว่าจะเติบโตได้ดีแต่หากไม่มีการศึกษาและไม่มีประสบการณ์มากพอในยุคที่การแข่งขันรุนแรงเราอาจพลาดเสียเปรียบได้ทางที่ดีควรกำหนกลยุทธ์ธุรกิจตัวเองให้ชัดเจนและมีผู้รู้ที่คอยช่วยประคับประคองก็จะทำให้ธุรกิจร้านอาหารเราประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น
 
สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมายติดตามบทความทั้งหมดได้ที่ goo.gl/Io5k2S