บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    โอกาสทางธุรกิจ    แฟรนไชส์ต่างประเทศ
673
3 นาที
23 พฤศจิกายน 2565
10 อันดับแฟรนไชส์อเมริกาน่าลงทุนในปี 2023 สำหรับคนซื้อแฟรนไชส์หน้าใหม่
 

ใกล้จะสิ้นปี 2022 กำลังจะขึ้นปี 2023 แฟรนไชส์ยังเป็นธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่ม แม้จะเจอวิกฤตแต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายได้ทั้งในร้านและเดลิเวอรี่ แต่ถ้าถามว่าแฟรนไชส์ต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา มีธุรกิจอะไรบ้างที่น่าสนใจลงทุนบ้างในปี 2023
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com มีข้อมูลมานำเสนอให้ทราบ 
 
1. McDonald's
 
ภาพจาก https://bit.ly/32sZgsN

แฟรนไชส์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดประเภทแฮมเบอร์เกอร์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ด้วยจำนวนสาขามากกว่า 39,696 สาขา ก่อตั้งในปี 1955 ก่อนที่จะขยายกิจการในรูปแบบแฟรนไชส์ในปีเดียวกัน 
  • ค่าแฟรนไชส์ 45,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 1.3 - 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 4%
  • Marketing Fee 4%
  • อายุสัญญา 20 ปี
2. Sonic
 
ภาพจาก https://bit.ly/3EwJG3d

Sonic Drive-In อีกหนึ่งแฟรนไชส์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นทำแฟรนไชส์ในปี 1959 มีจำนวนสาขาทั้งหมด 3,552 แห่ง เป็นแฟรนไชส์ในตระกูลเดียวกันกับ Arby’s และ Buffalo Wild Wings ในปี 2020 บริษัทกำลังเตรียมทำการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่ เพื่อการันตีได้ว่าจะไม่หยุดนิ่งกับที่ 
  • ค่าแฟรนไชส์ 45,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 717,000-3,543,000 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 5%
  • Marketing Fee 3.25%
  • อายุสัญญา 20 ปี
3. Dunkin’ 
 
ภาพจาก https://bit.ly/3AA65va

ปี 2021 Dunkin’ เคยถูกจัดอันดับแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่งจากแฟรนไชส์ 500 มาเป็นอันดับ 2 จากที่ปี 2020 อยู่อันดับ 1 เริ่มต้นทำแฟรนไชส์ในปี 1955 มีจำนวนสาขาทั้งหมด 12,957 แห่งทั่วโลก เป็นแฟรนไชส์ที่มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจาตัดคำว่า “โดนัท” ออก เพื่อไม่จำกัดว่าจะขายโดนัทอย่างเดียว สามารถขายสินค้าได้หลากหลายภายในร้าน จึงทำให้รายได้และยอดขายเติบโต
  • ค่าแฟรนไชส์ 40,000-90,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 437,500-1,787,700 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 5%
  • Marketing Fee 5%
4. Planet Fitness
 
ภาพจาก https://bit.ly/3go7ONv

Planet Fitness แฟรนไชส์ฟิตเนสยอดนิยมในอเมริกา เริ่มต้นทำแฟรนไชส์ในปี 2003 มีจำนวนสาขาทั้งหมด 2,324 แห่งทั่วโลก รูปแบบการให้บริการลูกค้า Planet Fitness คิดค่าสมาชิกพื้นฐานเพียง 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันที่ไม่มีสมาชิกสถานที่ออกกำลังกาย 
  • ค่าแฟรนไชส์ 20,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 1.6 - 4.9 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 7%
  • Marketing Fee 9%
  • อายุสัญญา 10 ปี
5. Anytime Fitness
 
ภาพจาก https://bit.ly/3tPllAJ

แบรนด์ฟิตเนสยอดนิยมอีกแบรนด์ Anytime Fitness มีราคาย่อมเยากว่า Planet Fitness และตัวเลือกอื่นๆ เล็กน้อย สมาชิกจะได้รับคีย์การ์ดในการเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง เริ่มขายแฟรนไชส์ในปี 2022 ปัจจุบันมีจำนวนสาขา 5,072 แห่งทั่วโลก
  • ค่าแฟรนไชส์ 42,500 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 381,575-783,397 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 699 เหรียญสหรัฐ/เดือน
  • Marketing Fee 600 เหรียญสหรัฐ/เดือน
6. Primrose Schools
 
ภาพจาก https://bit.ly/3i8p3Tq

Primrose Schools แฟรนไชส์การศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นปฐมวัย เริ่มต้นธุรกิจในปี 1982 โดย Paul และ Marcy Erwin ในเมือง Marietta รัฐจอร์เจีย Primrose Schools เริ่มขายแฟรนไชส์ในปี 1988 ในช่วงที่ผ่านมาเป็นแฟรนไชส์นี้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการดูแลเด็ก โดยมุ่งมั่นที่จะจัดหาแนวทางการเรียนรู้ที่สมดุล สร้างรากฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่งให้กับเด็กๆ ปัจจุบันมีจำนวน 472 สาขา
  • ค่าแฟรนไชส์ 80,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 651,900 - 8,454,000 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 7%
  • Marketing Fee 3%
  • อายุสัญญา 10 ปี 
7. Orangetheory Fitness
 
ภาพจาก https://bit.ly/3TYSLHB

อีกหนึ่งแฟรนไชส์ฟิตเนสที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา แฟรนไชส์ Orangetheory Fitness เปิดดำเนินการในเดือนมีนาคม 2010 ในฟลอริดา และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โบคา ราตัน รัฐฟลอริดา โดยบริษัทแม่แบรนด์แฟรไชส์ Orangetheory Fitness คือ Ultimate Fitness Holdings LLC และแฟรนไชส์มีสาขามากกว่า 1,200 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ
  • ค่าแฟรนไชส์ 59,950 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 589,129 - 1,621,269 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 8%
  • Marketing Fee 3%
  • อายุสัญญา 10 ปี 
8. Kumon Math and Reading Centers
 
ภาพจาก  https://bit.ly/3i7QVXJ

Kumon Math & Reading Centers แฟรนไชส์กวดวิชาคุมอง ก่อตั้งโดยอาจารย์คณิตศาสตร์ระดับมัธยม Toru Kumon ในปี 1954 และเริ่มต้นขายแฟรนไชส์ในปี 1958 ได้รับการจัดอันดับแฟรนไชส์ที่แข็งแกร่งและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวอเมริกันมาเป็นอันดับที่ 6 ปี 2021 จากแบรนด์แฟรนไชส์ 500 เนื่องจากการะบาดโควิด-19 ทำให้นักเรียนต้องเรียนออนไลน์จากที่บ้าน ปัจจุบัยมีจำนวนสาขา 26,527 แห่งทั่วโลก
  • ค่าแฟรนไชส์ 2,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 67,428 - 145,640 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 36 - 40.50 เหรียญสหรัฐ / นักเรียน / เดือน
  • อายุสัญญา 5 ปี 
9. Kiddie Academy
 
ภาพจาก  https://bit.ly/3OBQXU0

Kiddie Academy อีกหนึ่งแฟรนไชส์การศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 6 สัปดาห์ - 12 ปี  โดดเด่นในเรื่องสถานที่และสภาพแวดล้อมการดูแลเด็กใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสาน ปัจจุบันมีจำนวน 301 สาขาในสหรัฐอเมริกา
  • ค่าแฟรนไชส์ 145,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 417,000 - 4,530,000 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 7%
  • Marketing Fee 2%
  • อายุสัญญา 15 ปี
10. Snap-On Tools

ภาพจาก  https://bit.ly/3ESk5mC

แฟรนไชส์ค้าปลีกและการจำหน่ายอุปกรณ์ต่างๆ ในอุตสาหกรรม เป็นบริษัทผู้ออกแบบ ผู้ผลิต และผู้ทำการตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์ระดับไฮเอนด์ของอเมริกาสำหรับการใช้งานระดับมืออาชีพในอุตสาหกรรมการขนส่ง รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ งานหนัก อุปกรณ์ การเดินเรือ การบิน และทางรถไฟ Snap-on ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเคโนชา รัฐวิสคอนซิน ก่อตั้งในปี 1920 และขายแฟรนไส์ในปี 1991 ปัจจุบันมีจำนวนสาขา 4,771 แห่งในสหรัฐอเมริกา
  • ค่าแฟรนไชส์ 8,000 - 16,000 เหรียญสหรัฐ
  • งบการลงทุน 175,146 - 411,941 เหรียญสหรัฐ
  • Royalty Fee 135 เหรียญสหรัฐ / เดือน
  • อายุสัญญา 10 ปี 
นั่นคือ 10 อันดับแฟรนไชส์น่าลงทุนในสหรัฐอเมริกา ตลอดช่วงปี 2023 สำหรับคนซื้อแฟรนไชส์หน้าใหม่ ซึ่งหลายๆ แบรนด์แฟรนไชส์ดังกล่าวข้างต้น ขยายสาขาไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย 
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
อ้างอิงข้อมูล
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)