บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    ความรู้ทั่วไปทางการตลาด
3.1K
2 นาที
29 มีนาคม 2560
7 การตลาดแบบ nestle สร้างแบรนด์ให้เป็นขวัญใจคนทั่วโลก

 
เราอาจจะไม่รู้ตัวแต่เชื่อได้ว่าหากพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่อยู่รอบตัวเราและใกล้ชิดเรามากที่สุดนั้นสินค้าต่างๆจาก nestle นั้นคือคำตอบที่ใช่มากที่สุดไม่ว่าจะเครื่องดื่ม ขนมหวาน กาแฟ หลายยี่ห้อล้วนแต่อยู่ภายใต้บริษัท nestle โดยเฉพาะกับกาแฟที่เราคุ้นเคยกันดีและแบรนด์อย่างเนสกาแฟนั้นก็ครองอันดับการเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลกได้อีกด้วย

ในปัจจุบันผู้ดื่มกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อ เนสกาแฟ  หลากหลายรสชาติ มากกว่า 5,500 ถ้วยทั่วโลกในทุกๆ วินาทีและ เนสกาแฟก็มีวางจำหน่ายกว่า 180 ประเทศทั่วโลกโดยจุดเด่นที่ www.ThaiFranchiseCenter.com มองเห็นถึงการผลักดันให้แบรนด์เหล่านี้ติดอันดับเป็นขวัญใจของคนทั้งโลกมาจากแผนการตลาดที่สุดยอดที่มีการผลิต คิดค้น สร้างนวัตกรรม สานต่อการตลาดทุกอย่างทำได้อย่างลงตัวและต่อเนื่อง

จึงเป็นเหตุผลใหญ่ว่าทำไมใครๆก็รู้จักแบรนด์นี้ซึ่งในฐานะของคนทำธุรกิจนี่คือกรณีศึกษาที่น่าสนใจกับแนวทางการตลาดที่ทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งล้วนแต่ส่งให้ธุรกิจของ nestle โตวันโตคืนแม้ในช่วงเศรษฐกิจจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตามที
 
1.ธุรกิจที่ดีต้องเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส

ภาพจาก goo.gl/6GJ6ev

ในปี พ.ศ.2472 มร. หลุยส์ แดปเปิลส์ ประธานบริษัทของเนสท์เล่ในขณะนั้นได้รับการขอร้องจากธนาคาร Banque Française et Italienne pour l'Amérique du Sud ว่าธนาคารมีเมล็ดกาแฟที่จำหน่ายไม่ได้เหลืออยู่เป็นจำนวนมากในโกดังที่บราซิล ธนาคารจึงสอบถามมายังเนสท์เล่ว่าจะสามารถแปลงสต็อกเมล็ดกาแฟดังกล่าวเป็นก้อนกาแฟที่ชงได้เพื่อขายให้แก่ผู้บริโภคได้หรือไม่นี่คือโอกาสที่เนสท์เล่ได้รับหากปฏิเสธก็เท่ากับเปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่นทันที
 
รวมถึงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเนสกาแฟก็ใช้วิกฤตินี้ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการของเหล่าทหารทั้งหลายโดยมาจาก3ประเทศหลักคือสวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

เหตุผลคือสินค้าเหล่านี้มีอายุที่เก็บได้นานกว่าจึงทำให้มียอดการผลิตที่สูงขึ้นสวนทางกับกระแสเศรษฐกิจโลกโดยเท่าตัวเนสกาแฟเป็นจำนวนมากถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นเสบียงให้กับทหารของสหรัฐอเมริกา ในระหว่างการสู้รบ จนได้มีการก่อตั้งโรงงานผลิต เนสกาแฟสองแห่งขึ้นในสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ.2486 เพื่อรองรับกับปริมาณความต้องการที่เพิ่มขึ้น
 
2.ทุ่มเทงานวิจัยสร้างสินค้าตอบโจทย์ผู้บริโภค

ภาพจาก goo.gl/0DExA6

Nestle มีนักเคมีชื่อดร. แม็กซ์ มอร์เกนเธเลอร์ ที่ทำงานวิจัยให้สินค้าของ Nestle เป็นที่ต้องการในตลาด โดยเริ่มจากการผลิตกาเเฟนม (café au lait)ซึ่งเป็นกาแฟผสมกับนมและน้ำตาล แล้วทำให้กลายเป็นผง จะช่วยเก็บรสชาติของกาแฟให้ได้นานขึ้นดร. มอร์เกนเธเลอร์

สรุปว่าความลับในการเก็บรักษากลิ่นหอมของกาแฟเอาไว้ก็คือการผลิตกาแฟที่สามารถละลายได้คงสภาพของคาร์โบไฮเดรตให้มีปริมาณมากพอ การค้นพบนี้เป็นสิ่งใหม่และสวนทางกับความเชื่อแบบเดิมๆทางวิชาการในขณะนั้น
 
3.สินค้าที่ดีต้องมีพัฒนาการแบบต่อเนื่องหยุดอยู่กับที่ไม่ได้

 
ภาพจาก goo.gl/lUPxlo

สองปีหลังจากผลิตกาแฟนมแบบผงก็มีการเปิดตัวเนสกาแฟซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟที่สามารถละลายได้ เปิดตัวครั้งแรกในสวิตเซอร์แลนด์ และเนสท์เล่ได้จัดตั้งสายการผลิตขนาดใหญ่สำหรับการสกัดและอบแห้งเมล็ดกาแฟ เพื่อผลิต

เนสกาแฟขึ้นที่โรงงานในเมือง Orbe ประเทศสวิตเซอร์แลนด์จากนั้นก็มีการเปิดตัวเนสกาแฟในสหราชอาณาจักร และในอเมริกา จนเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2483 เนสกาแฟก็มีวางจำหน่ายใน 30 ประเทศทั่วโลก

4.นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ทำให้คนพูดถึงแบรนด์อยู่ตลอดเวลา

ภาพจาก goo.gl/hvVa2t

เนสท์เล่ให้ความสำคัญกับนวัตรกรรมสินค้ามากจะเห็นได้ว่าในอดีตและปัจจุบันเนสท์เล่มีสินค้าตัวใหม่ออกมาต่อเนื่องก็เป็นผลมาจากทีมงานวิจัยที่ดีและมีพัฒนาการด้านสินค้าก่อให้เกิดนวัตรกรรมที่ทำให้อยู่ในกระแสความต้องการได้ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตเนสกาแฟในเมืองเซนต์ เมเนต์ประเทศฝรั่งเศสที่ผลิตกาแฟแบบที่ไม่ต้องเติมคาร์โบไฮเดรตเข้าไป รวมถึงในช่วงทศวรรษ 1960 ก็มีการสร้างบรรจุภัณฑ์แบบแก้วเพื่อรักษาความสดใหม่ของกาแฟ และการเปิดตัว เนสกาแฟ โกลด์ เบลนด์

ซึ่งเป็นกาแฟผงรูปแบบใหม่ที่ใช้กระบวนการผลิตแบบ Freeze Dried และการพัฒนารสชาติของกาแฟให้หลากหลายอย่างที่เราเห็นในปัจจุบันเช่น Nescafé Decaffeinated, Nescafé Gold Espresso, Nescafé Frappé, Nescafé Cappuccino และ Nescafé Ready-to-Drink เป็นต้น
 
5.ใช้เทคโนโลยีเข้าถึงความต้องการของลูกค้าแบบได้ใจเต็มๆ

ภาพจาก goo.gl/Td1kRp

เนสกาแฟยังคงมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อไป และได้เปิดตัวเครื่องชงกาแฟออกมาหลายรุ่นในหลายประเทศ เช่น Nescafé Dolce Gusto ในสวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี สหราชอาณาจักรในปี และสเปน ซึ่งเครื่องนี้มีทั้งหมด 5 รุ่น ได้แก่
 
Melody, Circolo, Piccolo, Fontana และ Creativa จากนั้นอีก 2 ปีต่อมาก็สร้างเครื่องชงกาแฟ Nescafé Barista และวางจำหน่ายเฉพาะประเทศญี่ปุ่น Nescafé Barista เป็นเครื่องชงที่ใช้ภายในครัวเรือนแบบครั้งละถ้วยโดยใช้กาแฟผงสำเร็จรูปในการชง

และรุ่นล่าสุดที่ผลิตออกมาคือ Nescafé Milano Lounge ที่สามารถแข่งขันกันได้ในตลาดซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสามารถชงกาแฟได้ด้วยตนเอง และสามารถชงได้ในช่วงเวลาเร่งรีบ โดยรวมแล้วเครื่องชงกาแฟเหล่านี้ถูกติดตั้งใช้งานในจุดต่างๆ 400,000 แห่งทั่วโลก และให้บริการกาแฟแก่คอกาแฟทั่วโลก 175 แก้วต่อวินาทีเลยทีเดียว

6.กล้าได้กล้าเสียทุ่มเทการตลาดเพื่ออนาคตอย่างชัดเจน

ภาพจาก goo.gl/xs3JdO

เนสท์เล่ญี่ปุ่นได้ค้นหาวิธีใหม่ในการขยายฐานธุรกิจกาแฟโดยพบว่าเบื้องต้นภาวะที่เศรษฐกิจถดถอยทำให้บริษัทต่างๆในญี่ปุ่นหยุดจัดหากาแฟให้บรรดาพนักงาน ซึ่งจากตัวเลขของบริษัทต่างๆในญี่ปุ่นมีจำนวนกว่า 6 ล้านแห่งและมีพนักงานไม่น้อยกว่า 20 คน/บริษัท

เมื่อคำนวณปริมาณลูกค้าดูแล้วก็เป็นตัวเลขที่สูงเอาการ จึงเป็นที่มาของ Nescafe Ambassador ที่เนสท์เล่ขอทำหน้าที่เป็น barista" ในที่ทำงานและบริษัทต่างๆด้วยการการจัดเครื่องชงกาแฟในนาม Nescafé Barista ให้กับบริษัทต่างๆแบบฟรีๆ

ถือเป็นการตลาดที่ไม่สูญเปล่าแม้จะดูว่าเนสท์เล่ต้องลงทุนกับเรื่องนี้ไม่ใช่น้อยแต่สิ่งที่เนสท์เล่ได้กลับมาในระยะยาวถือว่าคุ้มค่าโดยโครงการนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะจัดตั้ง Nescafe Ambassador 500,000 แห่งในที่ทำงานและสร้างร้านกาแฟได้อีกกว่า 6,000 แห่งภายในห้าปีต่อจากนี้
 
7.ให้ความสำคัญกับแหล่งวัตถุดิบเพื่อการผลิตในอนาคต

ภาพจาก goo.gl/Rya6jc

เพื่อเดินหน้าการเป็นธุรกิจติดอันดับโลกการจัดหาวัตถุดิบจึงสำคัญมาก เหตุนี้เนสท์เล่จึงเปิดตัวโครงการ Nescafé Plan ขึ้นในเมืองเม็กซิโกซิตี้โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้เนสท์เล่เพิ่มประสิทธิภาพของระบบจัดการวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยตามแผนนั้นบริษัทจะสามารถสั่งซื้อเมล็ดกาแฟได้อย่างถาวรกว่า180,000 ตันจากเกษตรกร 170,000 รายทั่วโลก
 
ขอบคุณข้อมูลจาก goo.gl/WKxWcP 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
485
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
415
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
385
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
378
วางแผน? เกษียณทุกบริบท จุดจบทุกกรณี
375
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
368
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด