บทความทั้งหมด    บทความสร้างอาชีพ    ความรู้ค้าขาย    ความรู้สร้างอาชีพ
5.1K
2 นาที
22 กุมภาพันธ์ 2561
ลงทุนทำเส้นขนมจีน! งานหนักแต่กำไรดี
 

 
ขนมจีนเป็นอาหารยอดฮิตที่คนไทยนิยมบริโภคไม่แพ้ข้าวจ้าว ทุกภาคของไทยมีเมนูที่เกี่ยวกับขนมจีนทั้งนั้นอย่างภาคเหนือก็มีขนมน้ำเงี้ยว ภาคอีสานก็มีน้ำยาป่า  ภาคกลางก็มีน้ำยากะทิ ภาคใต้ก็นิยมเอาขนมจีนมากินกับแกงไตปลา เมื่อปริมาณความต้องการมีมากจึงเป็นอาชีพที่น่าสนใจราคาขายส่งของขนมจีนในปัจจุบันประมาณ 30 บาท/กก.

แต่การทำขนมจีนเป็นงานที่ค่อนข้างหนัก รายละเอียดในการทำค่อนข้างยุ่งยากแต่ปัจจุบันก็มีทั้งที่เป็นโรงงานผลิตหรือผลิตในครัวเรือเพื่อจำหน่าย www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่าหากเราสู้กับงานหนักในการทำขนมจีนได้รายได้ที่ดีก็พร้อมจะอยู่ในมือของเราได้เช่นกัน

 
ก่อนอื่นเรามารู้จักกับชนิดของขนมจีนกันสักหน่อยที่นิยมกันในปัจจุบันก็มี 2 แบบด้วยกันคือ
1.ขนมจีนแป้งหมัก
 
ขนมจีนแป้งหมักเป็นขนมจีนที่มีการผลิต และนิยมรับประทานมากในปัจจุบัน เนื่องจากให้เส้นที่อ่อนนุ่ม ลื่น มีกลิ่นหอมจากการหมัก และกระบวนการผลิตง่าย ไม่ซับซ้อน โดยผลิตจากข้าวหรือแป้งที่มีการหมักไว้ 2 –3 วัน ก่อนนำมาให้ความร้อน และรีดเป็นเส้น

2.ขนมจีนแป้งสด

 
ขนมจีนแป้งสดเป็นขนมจีนที่ผลิตจากข้าวหรือแป้งสด โดยไม่ผ่านการหมักก่อน ทำให้ได้เส้นขนมจีนสีขาว เส้นค่อนข้างตึง และกระด้าง มีความนุ่มน้อย ไม่มีกลิ่นหมัก จึงไม่เป็นที่นิยมผลิต และรับประทานกันมากนัก
 
และที่จะแนะนำให้ทำเป็นอาชีพในวันนี้คือการทำขนมจีนแบบหมักลองมาดูวัตถุดิบและขั้นตอนการทำทั้งหมดดังนี้


 
วัตถุดิบการทำขนมจีนแบบหมัก
  1. ข้าวจ้าว ควรใช้ข้าวที่มีอายุหลังการเก็บเกี่ยวประมาณ 3 เดือน ถึง 1 ปี ไม่ควรเป็นข้าวเก่า เพราะจะทำให้ขนมจีนมีสีเหลืองมาก
  2. น้ำ นิยมใช้น้ำประปาเพราะง่ายที่สุด บางพื้นที่มีการใช้น้ำบาดาลแต่ต้องไม่มีความเค็มหรือกร่อย
  3. เกลือ ใช้ได้ทั้งเกลือสมุทรและเกลือสินเธาว์ ใช้เพื่อป้องกันการเน่าลดความเปรี้ยวของขนมจีน
  4. สีผสมอาหาร สำหรับกรณีที่อยากจะเพิ่มสีสันให้น่าสนใจยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการทำ

 
1.นำข้าวมาแช่น้ำ และล้างทำความสะอาดก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการหมัก
 
2.การหมัก เป็นขั้นตอนสำคัญมากมีทั้งการหมักแบบแห้งและแบบแช่น้ำ แต่ที่นิยมมากคือการหมักแห้ง โดยนำเอาข้าวที่ล้างสะอาดแล้วมาใส่ในภาชนะที่มีรูให้น้ำไหลผ่าน และให้น้ำแก่เมล็ดข้าวทุกวันแบบไม่มีการแช่ ทำติดต่อกันประมาณ 2-3วัน สังเกตว่าข้าวที่พร้อมนำมาใช้จะต้องมีเม็ดพองโต สีออกคล้ำเล็กน้อย มีกลิ่นแรงจากการหมัก แสดงว่าเหมาะจะนำมาบดในขั้นตอนต่อไป
 
3.การบดข้าว ส่วนใหญ่ทำผ่านเครื่องบด โดยข้าวที่บดจะแตกเป็นผงละลายมากับน้ำ ต้องมีการกรองให้น้ำกับเศษข้าวแยกจากกัน อาจมีการเติมเกลือเพื่อป้องกันการเติบโตของจุลินทรีย์
 
4.การนอนแป้ง คือการแช่น้ำแป้งจากข้าวบดให้ตกตะกอนน้ำแป้งส่วนบนจะมีสีเหลือง  การปล่อยให้ตกตะกอนจะทำให้แป้งขาวสะอาดและมีกลิ่นน้อยลง
 
5.การทับน้ำหรือการไล่น้ำ เป็นวิธีการกำจัดน้ำออกจากน้ำแป้ง ด้วยการนำน้ำแป้งใส่ผ้าขาวที่มัดห่อให้แน่น แล้วนำของหนักมาทับเพื่อให้น้ำไหลซึมผ่านออก ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 วัน
 
6.การต้มหรือนึ่งแป้ง  เป็นขั้นตอนที่ทำให้แป้งสุกประมาณ 25-35 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น เพื่อไม่ให้แป้งเหนียวมากเกินไป สำหรับระดับครัวเรือนจะใช้วิธีการต้ม ส่วนในโรงงานจะใช้วิธีการนึ่งแทน
 
7.การนวดแป้ง โดยนำก้อนแป้งมาบี้ให้ส่วนแป้งสุก และแป้งดิบผสมกัน ซึ่งอาจใช้มือหรือเครื่องจักรหรือครกไม้ ก้อนแป้งที่เหมาะสำหรับโรยเส้นนั้น จะมาข้าวประมาณ 1 กิโลกรัม ที่ทำให้ได้ก้อนแป้งเหลวหนักประมาณ 3-3.5 กิโลกรัม
 
8.การโรยเส้น เป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้ขนมจีนเป็นเส้น ด้วยการบีบดันก้อนแป้งเหลวให้ไหลผ่านรูขนาดลงในน้ำเดือดเพื่อทำให้เส้นสุก โดยยังคงรูปเส้นเหมือนเดิมและเมื่อบีบเส้นลงหม้อต้มแล้ว ให้พยายามรักษาความร้อนให้คงที่ และรอจนกว่าเส้นขนมจีนจะลอยตัวจึงใช้ตะแกรงหรือกระชุตักขึ้นมา
 
9.การจัดเรียงเส้น  หลังจากตักขึ้นมาจากหม้อต้มแล้วให้จุ่มลงในน้ำเย็นทันที รอจนเส้นเย็นสามารถใช้มือจับได้โดยให้ใช้มือข้างที่ถนัดจับเส้นขึ้นมาพันรอบฝ่ามืออีกข้างที่วางในแนวตั้ง จนกระทั่งหมดความยาวเส้น และเรียงเส้นใส่ภาชนะให้เป็นแนวสม่ำเสมอ

 
ในระดับโรงงานผลิตวัตถุดิบตั้งต้นอย่างเมล็ดข้าวส่วนใหญ่มักจะใช้ข้าวหักหรือปลายข้าวเป็นหลัก เพื่อลดต้นทุนในการผลิตแต่คุณภาพสินค้าไม่ต่างกันมากนักและกระบวนการหมักหากเป็นครัวเรือนใช้เวลา 2-3 วันแต่ในโรงงานส่วนใหญ่จะหมักเพียง 1-2 วัน

ทั้งนี้การโรยเส้นในครัวเรือนจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่าแว่นหรือเฝื่อนแต่ในโรงงานมักใช้ปั๊มแรงดันต่อท่อดันก้อนแป้งเหลวผ่านตะแกรงที่มีรูขนาดเล็กลักษณะคล้ายแว่นลงหม้อต้ม ซึ่งจะประหยัดแรงงาน และได้เส้นขนมจีนที่รวดเร็วกว่าโดยเฉลี่ยการทำงานของเครื่องจักรจะทำเส้นขนมจีนได้ประมาณ 150 กก./วัน
 
อย่างไรก็ดีการทำธุรกิจผลิตขนมจีนไม่ว่าจะเป็นโรงงานหรือว่าอุตสาหกรรมครัวเรือนส่วนใหญ่มักต้องทำตามออร์เดอร์ลูกค้าให้ทันจึงต้องตื่นมาทำกันตั้งแต่ตีสามตีสี่และมีวิธีการทำที่ค่อนข้างยุ่งยากหากไม่มีการบริหารจัดการที่ดีพอก็อาจทำให้เกิดปัญหาในการผลิตขึ้นมาได้
 
สำหรับท่านใดสนใจอยากเข้าคอร์สเรียนสร้างอาชีพอื่นๆ เรามีให้เลือกหลากหลาย ดูรายละเอียดการอบรมเพิ่มเติมได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/seminar/index.php หรือ Add LINE id : @thaiseminar

ขอบคุณรูปภาพจาก  https://goo.gl/Ab5haa
 
บทความสร้างอาชีพมาใหม่
บทความอื่นในหมวด