บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
298
3 นาที
10 มีนาคม 2569
Gwangjang Market ตลาดเก่าเกาหลีใต้ เน้น Local Legend ไม่เน้นแฟรนไชส์
 

ในปี 2025 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวในเกาหลีใต้สูงสุดเป็นประวัติการณ์จำนวน 18.7 ล้านคน มากกว่าในปี 2024 ที่มีจำนวน 16.37 ล้านคน เป้าหมายในปี 2026 นี้คาดว่าจะสูงถึง 21 ล้านคน 
 
โดยรัฐบาลเกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายเชิงรุกไว้ที่ 30 ล้านคนภายในปี 2027 โดยเน้นไปที่การขยายการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองด้วย คนที่ไปเที่ยวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่มาจากหลายเหตุผล 
 
บางคนก็เน้นตามรอยซีรีย์ , บางคนก็นิยม K-Pop หรือ  K-Beauty สิ่งเหล่านี้อาจเป็น Softpower ก็จริง แต่เสน่ห์ที่ชัดเจนสุดๆในความเป็นเกาหลีใต้คืออาหารและวัฒนธรรมที่มีจุดเด่นมาก 
 
นักท่องเที่ยวที่มาเกาหลีใต้อาจนิยมการไปเดินห้างสรรพสินค้าเช่น The Hyundai Seoul, Shinsegae หรือว่า Lotte ซึ่งก็จะได้ความสะดวกสบาย ได้เลือกซื้อสินค้าที่น่าสนใจตามความต้องการ 
 
แต่ถ้าจะสัมผัสวิถีชีวิตแบบเกาหลีใต้จริงๆ การไปเดินตลาดหรือย่านชุมชนต่างๆ ก็เป็นอีกประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดซึ่งในเกาหลีใต้ก็มีตลาดที่น่าสนใจอยู่มาก
 
ตลาดน่าสนใจในเกาหลีใต้! ทำเล ยอดฮิต นักท่องเที่ยวเยอะ
 

ภาพจาก www.facebook.com/namdaemunglobalmarket

ในปี 2025 – 2026 กระแส K-Life Tourism ในเกาหลีใต้กำลังมาแรง นักท่องเที่ยวอยากเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่นซึ่งมีหลายตลาดที่น่าสนใจได้แก่
 
1.ตลาดนัมแดมุน (Namdaemun Market) เป็นตลาดแบบดั้งเดิมที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี มีสินค้าให้เลือกเยอะมากทั้งของกินของใช้ของฝาก โดยมีตรอกสำหรับขายอาหารที่โด่งดัง ในหนึ่ง ซอยจะมีร้านขายอาหารชนิดเดียวกันตั้งเรียงรายกัน 5-10 ร้านขึ้นไป เช่น ตรอกคัลกุกซู (Kalguksu Alley) ตรอกคัลกุกซูที่ทุกร้านขายก๋วยเตี๋ยวเหมือนกันหมด , ตรอกปลาจริม (Galchi Jorim Alley) เน้นปลาต้มในซอสรสจัดพร้อมไชเท้าหวานๆ เป็นต้น
 
2.ตลาดดงมุน (Dongmun Traditional Market) ตลาดที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดบนเกาะเชจู รวมของดีประจำถิ่นอย่าง ส้มฮัลลาบง อาหารทะเลสด และหมูดำเชจู มีโซน Night Market ที่คึกคักและวัยรุ่นนิยมมาก
 
3.ตลาดทงแดมุน (Dongdaemun Market) เป็นย่านช็อปปิ้งที่มีทั้งโซนช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า , ร้านขายส่ง หรือตรอกอาหารที่มีหลายร้านเด่นเช่น Jin Ok-hwa Original Chicken ร้านไก่ต้มในหม้อไฟที่คนต่อคิวยาวมาก หรือตรอกปลาเผา ที่มีร้านขายปลาเผาเรียงรายเยอะมาก ทานคู่กับกิมจิและข้าวสวยร้อนๆ คืออร่อยมาก
 
4.ตลาดกวางจัง (Gwangjang Market) เป็นตลาดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโซล เปิดมาตั้งแต่ปี 1905 ดังเรื่อง Street Food มาก เป็นตลาดระดับที่เรียกว่าเป็น Landmark มีผู้เข้าชมเฉลี่ยถึง 65,000 คนต่อวัน
 
ตัวเลขน่าสนใจ! “ตลาด” แหล่งรายได้สำคัญของเกาหลีใต้
 

ภาพจาก www.facebook.com/namdaemunglobalmarket

นักท่องเที่ยวที่มาเดินตลาดในเกาหลีใต้ถือเป็นกลุ่มที่มีพลังการซื้อสูงและมีจำนวนมาก สะท้อนได้จากตัวเลขและข้อมูลที่น่าสนใจคือ
  • ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มถึง 6.5 เท่าในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
  • รายได้รวมของตลาดย่านทงแดมุน สูงถึง 1.45 ล้านวอน หรือประมาณ 3.8 หมื่นล้านบาท
  • 76.8% ของนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมการทานอาหารในในสไตล์เกาหลีใต้
ถ้าวัดกันที่รายได้ในปี 2025 ที่ผ่านมาเกาหลีใต้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวประมาณ 20,250 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 7.3 แสนล้านบาท 
 
โดยยอดใช้จ่ายต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 1,012 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,000 บาท ทั้งนี้รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2025 คิดเป็นประมาณ 2.5% ของการบริโภคภายในประเทศ ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
 
Gwangjang Market ตลาดอายุ 121 ปี ทำเลทองของร้านค้าในเกาหลีใต้!
 
ภาพจาก https://citly.me/EV2In

ตลาดกวางจังเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1905 โดยจดทะเบียนเป็น ตลาดถาวร แห่งแรกของเกาหลีใต้ คำว่า "กวางจัง" (Gwangjang) มีความหมายสื่อถึงการเชื่อมโยงระหว่างสะพานสองแห่ง คือสะพานกวางคโย และสะพานจางคโย ซึ่งเป็นทำเลทองในสมัยก่อน 
 
นับถึงตอนนี้ก็เป็นตลาดที่อายุกว่า 121 ปี ถูกยกให้เป็นถนนแห่ง Street Food ที่นักท่องเที่ยวอยากมาสักครั้ง ที่นี่มีเมนูอร่อยระดับตำนานที่ใครได้มาจะต้องลองให้ได้คือ
  • บินแดต็อก (Bindaetteok) ที่เป็นแพนเค้กถั่วเขียวทอดกรอบๆ จากกระทะจุดเด่นคือการใช้โม่หินบดถั่วเขียวให้เห็นกันหน้าร้าน ทานคู่กับหอมหัวใหญ่ดองในซีอิ้ว 
  • คัลกุกซู (Kalguksu) เมนูก๋วยเตี๋ยวเส้นสดทำมือส้นจะมีความเหนียวนุ่มและน้ำซุปที่กลมกล่อม
  • มายักคิมบับ (Mayak Kimbap) ข้าวห่อสาหร่ายชิ้นเล็กๆ จิ้มกับซอสมัสตาร์ดสูตรพิเศษ
  • ยุกฮเว (Yukhoe) ลักษณะคล้าย ซอยจุ๊ ของเมืองไทยใช้เนื้อวัวดิบคลุกน้ำมันงาและไข่แดงสด บางร้านได้รับรางวัล Michelin Bib Gourmand ด้วย

ภาพจาก https://citly.me/EV2In

Gwangjang Market มีพื้นที่ตลาดประมาณ  42,000 ตารางเมตรมีร้านค้ามากกว่า 5,000 ร้านจำนวนคนขายของ รวมถึงลูกจ้างต่างๆของแต่ละร้านมีกว่า 20,000 คน แม้ไม่มีตัวเลขสรุปยอดขายรวมที่เป็นทางการของทั้งตลาด เพราะส่วนใหญ่เป็นร้านค้าย่อย 
 
แต่คาดการณ์ว่ากลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริโภคในเขต Jongno ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาด สร้างรายได้นับ แสนล้านวอนต่อปี  
 
อย่างไรก็ดีถึงแม้จะเป็นตลาดที่ดังมากแต่ก็มีการปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่นการลงทะเบียนผู้ขายอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการโก่งราคานักท่องเที่ยว หรือการใช้ QR Code เมนูหลายภาษาและการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/Mobile Wallet แทบทุกแผง ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนได้คล่องตัวมากขึ้น
 
ตลาดเก่าแก่ที่เน้น Local Legend ไม่เน้นแฟรนไชส์
 

ภาพจาก https://citly.me/EV2In

แม้จะมีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ Gwangjang ยังรักษาความเป็น Local ไว้ได้อย่างดี  และแทบจะไม่มีร้านที่เป็นแฟรนไชส์ในตลาดแห่งนี้ เราอาจจะเห็นร้านในรูปแบบแฟรนไชส์อยู่บ้างแต่ก็ไม่ใช่ในตลาดโดยตรง แต่จะเป็นร้านที่อยู่บริเวณรอบๆตลาด 
 
อย่างไรก็ดีอาจมีหลายคนเข้าใจผิดและคิดว่าร้านดังหลายแห่งในตลาดนี้คือร้านที่เป็นแฟรนไชส์ เพราะมีบางร้านในตลาดที่ขยายสาขาจนดูเหมือนแฟรนไชส์ แต่จริงๆ แล้วคือธุรกิจแบบครอบครัวที่เติบโตขึ้น 
 
ยกตัวอย่าง ร้าน Abebe Bakery ร้านโดนัทครีมสดแม้จะมีสาขาอื่นบ้าง แต่หัวใจหลักคือร้านขนมแบบ Specialty ที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญ หรือร้าน Park’s Family Bindaetteok ที่อาจเห็นป้ายร้านนี้ในหลายจุดของตลาด แต่ที่จริงคือการขยายสาขาในตลาดที่ให้คนในครอบครัวมาช่วยกันขาย ซึ่งก็ไม่ใช่รูปแบบแฟรนไชส์เช่นกัน 
 
ในอีกมุมหนึ่งแม้จะไม่มีแฟรนไชส์ในตลาดอย่างชัดเจน แต่ก็มีหลายร้านในตลาดแห่งนี้ที่ได้รับความนิยมและพัฒนาธุรกิจตัวเองจนขยายสาขาไปยังพื้นที่อื่นที่อยู่นอกตลาดได้ยกตัวอย่างเช่น
 
Gwangjang Market Chapssal Kkwabaegi  ร้านโดนัทเกลียวที่แม้ตอนนี้จะไม่มีสาขาอยู่นอกตลาดแต่ก็มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการได้ไม่ต่างจากการเป็นร้านแฟรนไชส์แบบมืออาชีพ
 
Soonheene Bindaetteok  ร้านแพนเค้กถั่วเขียวที่มีสาขาอยู่ในตลาดหลายจุด โดยรสขาติและมาตรฐานเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นธุรกิจที่ดังจากในตลาดแต่ตอนนี้ได้ขยายสาขาไปเปิดที่ห้างสรรพสินค้า The Hyundai Seoul รวมถึงอีกหลายสาขาที่อยู่ในกรุงโซลด้วย
 
Changsin-dong Maeun Jokbal (ขาหมูเผ็ดชางชินดง) เป็นร้านชื่อดังที่มีสาขาอยู่ในตลาด Gwangjang และก็มีอีกหลายสาขาเช่นสาขาย่างชางชิน , สาขาย่านชินดัง เป็นต้น
 

ภาพจาก https://citly.me/EV2In
 
เหตุผลน่าสนใจที่ในตลาด Gwangjang ถึงไม่มีร้านแฟรนไชส์เข้ามาเนื่องจากมีกฎเหล็กของสมาคมผู้ค้าที่พยายามรักษาเอกลักษณ์เดิมของตลาดไว้ แผงลอย หรือร้านค้าในตลาดมักเป็นมรดกตกทอดของคนในครอบครัว 
 
รวมถึงความเข้าใจในพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการเห็นร้านค้าแบบ Local มากกว่าการเห็นร้านแฟรนไชส์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ Gwangjang มีมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล
 
ย้อนกลับมาดูประเทศไทยที่เราก็ได้ชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวเช่นกัน แต่สิ่งที่เราขาดหายคือมนต์เสน่ห์แบบไทยๆ แม้จะมีให้เห็นบ้าง แต่ก็ไม่ชัดเจน หลายตลาดได้ผนวกรวมเอาธุรกิจสมัยใหม่เข้ามาจนมากเกินไป 
 
ถ้ายกเอา Gwangjang เป็นกรณีศึกษาจะเห็นได้ถึงความเป็น Local ของเกาหลีที่ถูกจัดการอย่างมีระเบียบ จัดสรรพื้นที่แยกโซนสินค้าได้อย่างน่าสนใจ 
 
หากตลาดในเมืองไทยนำจุดนี้มาปรับใช้จะอัพทำเลตลาดของเราให้น่าสนใจมากขึ้น ซึ่งหมายถึงโอกาสในการขายที่เพิ่มรายได้ให้ธุรกิจมากขึ้นด้วย
 
อ้างอิง :
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ใบกำกับภาษี คือ อะไร? ความสำคัญและวิธีออกให้ถูกก..
1,647
กล้อง Sony ดีไหม? 6 จุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกใช..
1,302
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงรุก: ..
1,154
Raising Cane´s ร้านไก่ทอดไม่มีกระดูก 900 สาขา พา..
555
อวสานสงครามราคา จีนไปก่อน ใครต่อไป
478
ทะเลเดือด! สงครามโยเกิร์ต 2569 ใครไหวเดินหน้า ใค..
449
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด