บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    เรื่องราวความสำเร็จ
287
3 นาที
27 มีนาคม 2569
จากเด็กพาร์ทไทม์ อายุ 19 สร้างธุรกิจจาก Dropshipping รายได้เดือนละ 12 ล้านบาท
 

นิยามความสำเร็จของวัยรุ่นยุคนี้เปลี่ยนแปลงไปจากวัยรุ่นในอดีตอย่างสิ้นเชิง เมื่อก่อนจะมองเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานเป็นหลัก แต่ในยุคใหม่นี้วัยรุ่นต้องการความสำเร็จเช่นเดิม แต่เปลี่ยนมุมมองเน้นอิสรภาพทางการเงินควบคู่กับสุขภาพทางจิตใจไปพร้อมกัน ความทะเยอทะยานของวัยรุ่นในยุคนี้ไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรใหญ่ แต่ต้องการมีชีวิตในแบบที่เลือกเองสะท้อนจากตัวเลขน่าสนใจคือ
  • 84% ของ Gen Z ต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ (Entrepreneur) หรือมีบริษัทของตัวเองในอนาคต
  • 66% สนใจการหารายได้เสริมระหว่างทำงานประจำ
  • 60% ยกให้ อิสรภาพทางการเงินเป็นเป้าหมายสูงสุดของชีวิต
  • 81% พร้อมที่จะสร้างความมั่งคั่งผ่านทุกช่องทาง ทั้งงานประจำ, งานจ้าง และการลงทุน
  • 44% พร้อมลาออกจากงานทันทีหากรู้สึกว่างานนั้นไม่มี ความหมาย หรือขัดกับความเชื่อส่วนบุคคล
  • 56% วางแผนที่จะอยู่ในบริษัทเดิมเพียง 1-2 ปีเท่านั้น หากไม่ตอบโจทย์เรื่องความยืดหยุ่นและคุณค่าในชีวิต
Content & Creator โมเดลสร้างรายได้ที่วัยรุ่นนิยมสูงสุด
 
วัยรุ่นยุคนี้มักเลือกธุรกิจที่ ต้นทุนต่ำ แต่ขยายตัวได้เร็ว ซึ่ง Content & Creator คือโมเดลที่วัยรุ่นส่วนใหญ่นิยม วิธีนี้ไม่ใช่แค่การเป็น Influencer แต่คือการสร้างรายได้ผ่าน TikTok Shop หรือ Affiliate Marketing ต่างๆ ยิ่งการมี AI เข้ามาเกี่ยวข้องวัยรุ่นยิ่งใช้โอกาสนี้ในการสร้างรายได้กันมากขึ้น เช่น รับออกแบบ Logo ด้วย AI, รับทำ Prompt Engineering ให้บริษัท, หรือการใช้ AI ช่วยเขียน Code เพื่อสร้างแอปพลิเคชันในรูปแบบต่างๆ 
 
อย่างไรก็ดีแม้วิธีการจะดูน่าสนใจและสร้างรายได้ดีแต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่ทำแล้วจะสำเร็จในทันที มีหลายปัญหาและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอีกมากทั้งเรื่องความมุ่งมั่น + ตั้งใจจริง บางคนทำตามความรู้สึกแต่ไม่ได้รักและชอบในสิ่งที่ทำ หรือบางคนตั้งใจทำจริงแต่ขาดปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียน บางทีก็มีปัญหาทำแล้วรายได้ไม่เป็นไปตามที่คิด ก็ท้อแท้และหมดกำลังใจหลายคนก็ล้มเลิกไป

แต่ถึงแม้จะมีอัตราการล้มเหลวแต่ความแตกต่างของวัยรุ่นยุคนี้กับยุคก่อนๆ คือคิดใหม่ ทำใหม่และมูฟออนรวดเร็ว ธุรกิจไหนที่ไปไม่รอดก็พร้อมจะเลิกและเปลี่ยนไปสู่ธุรกิจใหม่ในทันทีก็เป็นข้อดีที่ทำให้เกิดภาพรวมความสำเร็จของชีวิตในระยะยาวได้
 
Sebastian Ghiorghiu จากเด็กพาร์ทไทม์ สร้างธุรกิจจาก Dropshipping
 
ภาพจาก https://citly.me/IiGE2

เพื่อให้มองเห็นภาพของวัยรุ่นที่เอาดีด้านทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ กรณีศึกษาของ Sebastian Ghiorghiu (เซบาสเตียน ยอร์-จู) ถือว่าน่าสนใจมาก ซึ่งพื้นฐานครอบครัวของ Sebastian ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย ในช่วงหนึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “จำความรู้สึกที่ไม่มีเงินซื้ออาหารได้ดี” ในช่วงวัยรุ่นเขาเคยทำงานพาร์ทไทม์หลายอย่างเพื่อช่วยครอบครัว เช่น พนักงานล้างรถ และพนักงานในร้าน Taco Bell

ซึ่งจุดเปลี่ยนคือแนวคิดที่ Sebastian ไม่อยากมีชีวิตที่ต้องกังวลเรื่องเงินเหมือนพ่อแม่ จึงเริ่มหมกมุ่นกับการหาวิธี หาเงินออนไลน์ ตั้งแต่อายุ 15 ปี ก่อนจะสำเร็จ เขาเคยลองมาแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ขายของใน eBay, ทำช่อง YouTube เกี่ยวกับเกม จนไปถึงการเทรดหุ้น ตัวของ Sebastia เคยสะสมเงินได้ประมาณ 1,000 เหรียญจากการทำงานหนัก แต่กลับสูญเสียมันไปทั้งหมดในการลงทุนที่ผิดพลาดครั้งแรก ซึ่งเขามองว่าเป็น "บทเรียนราคาแพง" ที่คุ้มค่าที่สุด
 
ในวัย 19 ปี Sebastian ค้นพบโมเดลธุรกิจ Dropshipping ผ่านทาง YouTube และเริ่มศึกษาอย่างจริงจังรวมถึงการลองผิดลองถูกในช่วงแรก แน่นอนว่าเจอกับความล้มเหลวหลายครั้ง โดยร้านแรกในออนไลน์ที่เปิดแล้วล้มเหลวคือการขายอุปกรณ์ทำเล็บ (Nail Extensions) ที่ตัวเขาเองขาดความเข้าใจในการเลือกสินค้าจึงไม่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือหลังจากขาดทุนและเงินเกือบหมด แต่ก็ไม่เลิกกลับใช้เวลาว่างทั้งหมดศึกษาจาก YouTuber คนอื่นที่แชร์เทคนิค Dropshipping จนเริ่มเข้าใจว่าหัวใจสำคัญไม่ใช่แค่มีสินค้า

แต่คือ "การหา Winning Product และการทำการตลาดที่แม่นยำ หลังจากนั้น Sebastian เริ่มขายสินค้าหลายอย่างเพื่อทดสอบตลาด และสินค้าบางตัวก็เริ่มมียอดขาย ก้าวต่อมาคือการทุ่มงบไปกับการยิงโฆษณา Facebook แบบเน้นการเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ร่วมกับการนำ Google Ads มาใช้ จนร้านที่ 2 ของเขาสามารถสร้างรายได้ถึง 35,000 เหรียญหรือประมาณ 1.2 ล้านบาท ภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดที่เคยเห็นในชีวิตขณะนั้น
 
จากธุรกิจ Dropshipping ก้าวสู่ มหาเศรษฐีวัยรุ่น
 

ภาพจาก https://citly.me/CiRYw

ความสำเร็จจากธุรกิจ Dropshipping เป็นเพียงจุดเริ่มต้น Sebastian ได้เริ่มทำธุรกิจอื่นๆ มากขึ้นเช่นก่อตั้งเอเจนซี่โฆษณาเพื่อช่วยแบรนด์อื่นๆ ยิงโฆษณาและทำ Marketing ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่มี Margin สูงกว่าการขายของเอง หรือการทำ YouTube Channel เพื่อแชร์ความรู้เรื่องการหาเงินออนไลน์ การทำธุรกิจ และไลฟ์สไตล์การเป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุยังน้อย จนกลายเป็นหนึ่งใน Influencer สายธุรกิจที่มีอิทธิพลมากที่สุด
 
ข้อมูลล่าสุดในปี 2025-2026 ระบุว่าเขาสามารถสร้างรายได้รวมจากทุกช่องทางได้มหาศาล ยกตัวอย่างปลายปี 2025 มีคลิประบุว่าเขาสามารถสร้างธุรกิจที่มีรายได้สูงถึง 350,000 - 400,000 เหรียญต่อเดือนหรือประมาณ12-14 ล้านบาท ซึ่งก็เป็นรายได้ที่มาจากหลายช่องทางทั้ง E-commerce & Dropshipping , YouTube Channel , Affiliate Marketing , Real Estate & Crypto เป็นต้น
 
Dropshipping ในปี 2026 ยังน่าสนใจแค่ไหน?
 
แน่นอนว่าในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ Dropshipping ที่ Sebastian เคยใช้เป็นจุดเริ่มต้นจนประสบความสำเร็จหลายคนอาจสงสัยว่าธุรกิจนี้ยังเหมาะสมกับยุคนี้หรือไม่ คำตอบคือ “ยังน่าสนใจ” เพียงแต่รูปแบบอาจแตกต่างจากในอดีต ซึ่งตอนนี้หมดยุคของ การหยิบสินค้ามาลง -ยิงแอด - รอรับเงิน ผู้ที่ทำ Dropshipping ในยุคนี้ต้องปรับตัวจากพ่อค้าคนกลางสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์มากขึ้นเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่น่าสนใจคือ
  • การเลือก Niche Market  เพราะการเปิดร้านขายทุกอย่างเหมือนในอดีตจะทำให้เรามีต้นทุนสูงแต่กลับกันถ้าเราโฟกัสสินค้าใดให้ชัดเจนจะสร้างการรับรู้และมุ่งเป้าหมายในการทำตลาดได้ดีกว่า
  • คอนเทนต์ต้องเน้นคุณภาพ ในปี 2026 อัลกอริทึมของ TikTok และ Reels ให้ความสำคัญกับ Original Content อย่างมาก สิ่งสำคัญคือการเลิกใช้ภาพจาก Supplier แต่ควรสั่งสินค้าตัวอย่างมาถ่ายเอง ทำคลิปรีวิว หรือใช้ AI ช่วยสร้างภาพไลฟ์สไตล์ที่ดูน่าสนใจ
  • การใช้ AI เพื่อหาสินค้าที่ตลาดต้องการ  เป็นการนำเครื่องมือมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการวิเคราะห์เทรนด์เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าที่เข้าถึงความต้องการได้มากขึ้น
Key Takeaway ที่ได้จาก Sebastian Ghiorghiu
 

ภาพจาก https://citly.me/CiRYw

แนวคิดและบทสรุปที่ได้จากความสำเร็จของ Sebastian Ghiorghiu มีหลายอย่างที่เราในฐานะคนอยากสร้างธุรกิจสามารถนำเอาไปใช้ได้เช่น
  1. กลยุทธ์ Test, Test, and Test some more หรืออย่ารักสินค้าตัวไหนนานเกินไป ถ้าเทสโฆษณาแล้วไม่ทำเงินภายใน 3-7 วัน ให้ตัดทิ้งแล้วหาตัวใหม่ทันที
  2. กลยุทธ์ Speed to Market ใครเร็วคนนั้นชนะ เพราะสินค้าตามกระแสมีอายุขัยถ้าไม่ใช่ให้รีบเปลี่ยน
  3. เมื่อธุรกิจเริ่มรันได้ เราต้องจ้างคนมาดูแลระบบแทนเพื่อให้ตัวเองมีเวลาไปโฟกัสกลยุทธ์ใหม่ๆ
Sebastian มักพูดเสมอว่า ความจนคือแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเขาใช้ความกลัวที่จะกลับไปลำบากเป็นเชื้อเพลิงในการทำงานหนักกว่าคนอื่นในช่วงเริ่มต้น รวมถึง Mindset ที่มองว่าเงินไม่ได้มาจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการสร้างระบบ ที่ทำงานแทนเราได้    
 
ด้วยแนวคิดต่างๆ เหล่านี้คือกรณีศึกษาที่วัยรุ่นยุคนี้หรือคนที่สนในใจอยากสร้างธุรกิจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ ทุกความสำเร็จไม่ได้เริ่มต้นกันง่ายๆ แต่ต้องผ่านความมุ่งมั่น+พยายาม และต้องมีแนวคิดในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพด้วย
 
อ้างอิง
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
Raising Cane´s ร้านไก่ทอดไม่มีกระดูก 900 สาขา พา..
503
อวสานสงครามราคา จีนไปก่อน ใครต่อไป
432
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงรุก: ..
409
ทะเลเดือด! สงครามโยเกิร์ต 2569 ใครไหวเดินหน้า ใค..
384
สงครามเชนร้านกาแฟในไทย ใครกวาดเรียบ ใครแพ้เพียบ
365
Nissin ตำนาน “บะหมี่สู้ชีวิต” ยากจน! ล้มละลาย สู..
354
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด