บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
352
4 นาที
18 พฤษภาคม 2569
แฟรนไชส์ไก่ทอด KFC ในไทย ใหญ่แค่ไหนบนเวทีโลก
 

อุตสาหกรรมอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันของแบรนด์ข้ามชาติที่ต่างเร่งขยายสาขาเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด 
 
คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของร้านอาหารบริการด่วนทั่วโลกจะสูงถึง 1,930.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032 
 
โดยแฟรนไชส์ไก่ทอด KFC นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่สามารถประสบความสำเร็จได้สูงสุด จากจุดเริ่มต้นในรัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา สู่การสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ร้านอาหารบริการด่วนครอบคลุมมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
 
ท่ามกลางภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติ ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ KFC อย่างมีนัยสำคัญ 
 
โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ระบุว่า ไทยมีจำนวนสาขาสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดในประเทศ และความสามารถในการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
การเติบโตดังกล่าวไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความนิยมของแบรนด์ไก่ทอด KFC ในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์หลักของ KFC ในภูมิภาคเอเชีย 
 
ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวของธุรกิจฟาสต์ฟู้ดทั่วโลกสูงที่สุดในปัจจุบัน คำถามที่ว่าตลาดไก่ทอด KFC ในไทยเทียบกับทั่วโลก ใหญ่แค่ไหน มาดูกัน 
 
ภาพรวมตลาด KFC ระดับโลก 
 

ในระดับโลกไก่ทอด KFC ยังคงรักษาสถานะหนึ่งในเครือข่ายร้านอาหารบริการด่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีสาขากระจายอยู่ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก สะท้อนถึงความสามารถของแบรนด์ในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการบริโภคที่หลากหลาย
 
ข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ระบุว่า ประเทศจีน ครองอันดับ 1 ของโลกในด้านจำนวนสาขาอย่างทิ้งห่าง 
 
ด้วยตัวเลขเกือบ 13,000 แห่ง ภายใต้การบริหารของ Yum China ซึ่งเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐอเมริกา ประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์ รั้งอันดับ 2 ด้วยจำนวนราว 3,900 แห่ง แม้จะเป็นตลาดที่อิ่มตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
 
ขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียได้กลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตของแฟรนไชส์ไก่ทอด KFC อย่างชัดเจน โดยหลายประเทศในเอเชียติดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งในแง่จำนวนสาขาและอัตราการขยายตัว 
 
ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ไทย และ อินเดีย สะท้อนถึง ศักยภาพของตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เติบโตต่อเนื่อง
 
แนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ KFC จะถือกำเนิดในโลกตะวันตก แต่การดติบโตและการขยายตัวของธุรกิจหลักในปัจจุบัน กลับอยู่ในฝั่งเอเชีย ซึ่งกำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของธุรกิจฟาสต์ฟู้ดระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ
 
Top 10 ประเทศที่มีสาขา KFC มากที่สุดในโลก ปี 2569
 

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงต้นปี 2569 การจัดอันดับประเทศที่มีจำนวนสาขา KFC มากที่สุดในโลก มีดังนี้
  1. จีน — ประมาณ 13,000 สาขา
  2. สหรัฐอเมริกา — ประมาณ 3,986 สาขา
  3. ญี่ปุ่น — ประมาณ 1,277 สาขา
  4. ไทย — ประมาณ 1,226 สาขา
  5. แอฟริกาใต้ — ประมาณ 1,052 สาขา
  6. สหราชอาณาจักร — ประมาณ 1,001 สาขา
  7. อินเดีย — ประมาณ 950 สาขา
  8. มาเลเซีย — ประมาณ 770 สาขา
  9. ออสเตรเลีย — ประมาณ 759 สาขา
  10. อินโดนีเซีย — ประมาณ 749 สาขา
ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็น “จุดพีค” ของการจัดอันดับในปี 2569 โดยสามารถขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก และเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงการเติบโตของตลาดและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
 
เจาะลึกความสำเร็จ KFC ในประเทศไทย
 

การที่จำนวนสาขา KFC ในประเทศไทยก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 4 ของโลก ไม่ได้เป็นเพียงผลจากการขยายสาขาเชิงปริมาณเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของตลาดไก่ทอดในประเทศอย่างรอบด้าน
 
ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า KFC ในประเทศไทย มีจำนวนสาขาประมาณ 1,226 สาขาครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ 
 
ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการขยายธุรกิจ ส่งผลให้ไทยกลายเป็นตลาดที่มีสาขา KFC ความครอบคลุมในเชิงพื้นที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และครองอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านจำนวนสาขา
 
เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว มาจากการดำเนินกลยุทธ์ Hyper-Localization หรือการปรับตัวเชิงลึกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ 
 
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมนูที่ตอบโจทย์รสนิยมของคนไทย เช่น เมนูข้าว ไก่แซ่บ หรืออาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน รวมถึงการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสนใจของผู้บริโภคในระยะยาว
 
ขณะเดียวกัน การขยายช่องทางการเข้าถึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดย KFC ได้กระจายสาขาไปยังทำเลหลากหลาย ทั้งศูนย์การค้า สถานีบริการน้ำมัน และพื้นที่ชุมชนต่างๆ ตลอดจนการเติบโตของแพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหาร (เดลิเวอรี่) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างมากขึ้นในยุคดิจิทัล
 
นอกจากนี้ การเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 41 ปีในประเทศไทย ยังสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการเครือข่ายแฟรนไชส์ ซัพพลายเชน และการตลาดในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ KFC สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง 
 
ปัจจุบัน KFC อยู่ภายใต้การบริหารแบรนด์และแฟรนไชส์ โดย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และมีการบริหารร้าน KFC โดยแฟรนไชส์ซี จำนวน 3 ราย
  1. บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)
  2. บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD)
  3. บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA)
ด้วยปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว จึงทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดไก่ทอด KFC ขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ KFC ในระดับโลกอย่างชัดเจน
 
KFC ในไทย “ต่าง” เวทีโลกอย่างไร 
 
 

เมื่อพิจารณาโมเดลการดำเนินธุรกิจของ KFC ในแต่ละประเทศ จะพบว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากสูตรความสำเร็จแบบเดียวกัน หากแต่เกิดจากการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ของแต่ละตลาด
 
ญี่ปุ่น 
 
ในญี่ปุ่น KFC ถูกยกระดับเป็นวัฒนธรรมตามฤดูกาลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผู้บริโภคจำนวนมากนิยมสั่งชุดไก่ทอดล่วงหน้า จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำปี ส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จากกลยุทธ์ Seasonal Marketing ที่มีประสิทธิภาพ
 
จีน 
 
ขณะที่ จีน เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ KFC ใช้กลยุทธ์ขยายขนาด (Scale) เป็นหัวใจสำคัญ ด้วยจำนวนสาขาหลายหมื่นแห่งกระจายอยู่ในเมืองขนาดใหญ่และเมืองรอง รองรับฐานผู้บริโภคจำนวนมหาศาล พร้อมทั้งพัฒนาเมนูและรูปแบบร้านให้มีความหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละเมือง
 
ไทย 
 
 

ส่วน ไทย โดดเด่นด้วยโมเดล “การเข้าถึง” ที่ครอบคลุมและกระจายตัวครอบคลุมทุกจังหวัด โดยเน้นการขยายสาขาให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกระดับพื้นที่ ตั้งแต่ศูนย์การค้าในเขตเมือง ไปจนถึงสถานีบริการน้ำมันและชุมชนในต่างจังหวัด ผสานกับระบบเดลิเวอรี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
 
ประเทศที่ยังไม่มี KFC
 
แม้ KFC จะขยายสาขาครอบคลุมมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายประเทศที่ไม่มีแม้แต่สาขาเดียว สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของ KFC ไม่ได้เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ และต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลากหลายด้าน
 
เกาหลีเหนือ 
 
ในมิติทางการเมือง เกาหลีเหนือ เป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่ไม่มี KFC เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและนโยบายปิดประเทศ ส่งผลให้แบรนด์ต่างชาติไม่สามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้
 
อัฟกานิสถาน 
 
ด้านความไม่มั่นคงและความปลอดภัย อัฟกานิสถาน ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศ ทำให้การลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารข้ามชาติ มีความเสี่ยงสูงและไม่เอื้อต่อการขยายสาขา
 
ภูฏาน 
 
ในแง่นโยบายและวัฒนธรรม ภูฏาน เลือกจำกัดการเข้ามาของแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดต่างชาติ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและส่งเสริมอาหารท้องถิ่น 
 
ขณะที่บางประเทศมีมาตรการควบคุมด้านโภชนาการและต้นทุนที่เข้มงวด เช่น นอร์เวย์ ซึ่งมีค่าครองชีพและค่าแรงสูง ส่งผลต่อความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจ
 
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยในหลายประเทศของทวีปแอฟริกา เช่น แอลจีเรีย เอริเทรีย เอธิโอเปีย มาลี ไนเจอร์ โซมาเลีย ซูดาน และ ซูดานใต้ ยังคงมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค ระบบซัพพลายเชน และโครงสร้างโลจิสติกส์ที่ไม่รองรับมาตรฐานของแบรนด์ระดับโลก
 
ขณะเดียวกัน ในบางกรณีปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน หรือระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (cold chain) ที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ไม่สามารถขยายเข้าสู่ตลาดนั้นได้
 
ในฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะประเทศในยุโรปและอเมริกา แม้จะเป็นภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูงและเปิดรับแบรนด์ต่างชาติ แต่ก็ยังมีบางประเทศที่ KFC ไม่สามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้ หรือไม่สามารถรักษาการดำเนินงานไว้ได้ในระยะยาว
 
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ นครรัฐวาติกัน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และนโยบายผังเมือง ทำให้ไม่เอื้อต่อการเปิดร้านอาหารเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ 
 
ไอซ์แลนด์ ยังเป็นอีกกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงความท้าทายของการดำเนินธุรกิจในบางตลาด โดยแม้เคยมีสาขา KFC ให้บริการในอดีต แต่ได้ยุติการดำเนินงานไปในเวลาต่อมา อันเป็นผลจากข้อจำกัดด้านต้นทุนและสภาพเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้น
 
เบื้องหลังการเติบโตของ KFC
 

1.ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่มีประสิทธิภาพ แฟรนไชส์กี่ทอด KFC ให้ความสำคัญกับมาตรฐานวัตถุดิบ โดยเฉพาะคุณภาพของเนื้อไก่และกระบวนการจัดเก็บรักษา 
 
ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมและมีเสถียรภาพ ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์พร้อม ย่อมได้เปรียบในการรองรับการขยายสาขาในวงกว้าง
 
2. พันธมิตรแฟรนไชส์ (Franchise Partner) ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในแต่ละประเทศ ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความเข้าใจตลาด สามารถบริหารจัดการสาขา ทำการตลาด และบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถช่วยให้แบรนด์ KFC มีการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
 
3. การปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น (Localization) ซึ่งถือเป็นหัวใจของความสำเร็จในยุคปัจจุบัน โดย KFC ไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดียวกันทั่วโลก แต่เลือกพัฒนาเมนูและกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ เช่น การเพิ่มเมนูข้าวหรือรสชาติจัดจ้านในไทย ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้างมากขึ้น
 
4. กำลังซื้อของผู้บริโภค (Purchasing Power) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดความคุ้มค่าของการลงทุน ตลาดที่มีชนชั้นกลางมีการขยายตัวและมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารนอกบ้านสูง มักเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน
 
บทสรุป
 

การก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของโลกของ KFC ในไทย ไม่ได้เป็นเพียงตัวชี้วัดความนิยมของแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งในด้านกำลังซื้อของชนชั้นกลาง พฤติกรรมการบริโภคอาหารนอกบ้านที่เพิ่มขึ้น และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์
 
ความสำเร็จดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เอเชียกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้
 
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในตลาดฟาสต์ฟุ้ด โดยเฉพาะไก่ทอด ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและผู้ประกอบการท้องถิ่น ความท้าทายในระยะต่อไปจึงไม่ได้อยู่เพียงการขยายสาขา แต่รวมถึงการรักษาความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความแตกต่าง และการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ภายใต้สถานการณ์ของตลาดไก่ทอดที่เติบโตและแข่งขันสูงเช่นนี้ แฟรนไชส์ไก่ทอด KFC ในประเทศไทยจะสามารถต่อยอดความสำเร็จ และขยับขึ้นสู่ลำดับที่สูงกว่านี้ในเวทีโลกได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต
 
อ้างอิงข้อมูล
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
406
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
383
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
381
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
376
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
356
ไทยช่วยไทยพลัส อัดฉีดอย่างหนัก 1.8 แสนล้าน! เดือ..
325
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด