บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
289
4 นาที
18 พฤษภาคม 2569
แฟรนไชส์ไก่ทอด KFC ในไทย ใหญ่แค่ไหนบนเวทีโลก
 

อุตสาหกรรมอาหารบริการด่วน (Quick Service Restaurant: QSR) ทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันของแบรนด์ข้ามชาติที่ต่างเร่งขยายสาขาเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด 
 
คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของร้านอาหารบริการด่วนทั่วโลกจะสูงถึง 1,930.14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2032 
 
โดยแฟรนไชส์ไก่ทอด KFC นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักที่สามารถประสบความสำเร็จได้สูงสุด จากจุดเริ่มต้นในรัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา สู่การสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ร้านอาหารบริการด่วนครอบคลุมมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
 
ท่ามกลางภาพการแข่งขันในระดับนานาชาติ ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ KFC อย่างมีนัยสำคัญ 
 
โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ระบุว่า ไทยมีจำนวนสาขาสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดในประเทศ และความสามารถในการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
การเติบโตดังกล่าวไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความนิยมของแบรนด์ไก่ทอด KFC ในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์หลักของ KFC ในภูมิภาคเอเชีย 
 
ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการขยายตัวของธุรกิจฟาสต์ฟู้ดทั่วโลกสูงที่สุดในปัจจุบัน คำถามที่ว่าตลาดไก่ทอด KFC ในไทยเทียบกับทั่วโลก ใหญ่แค่ไหน มาดูกัน 
 
ภาพรวมตลาด KFC ระดับโลก 
 

ในระดับโลกไก่ทอด KFC ยังคงรักษาสถานะหนึ่งในเครือข่ายร้านอาหารบริการด่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีสาขากระจายอยู่ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลก สะท้อนถึงความสามารถของแบรนด์ในการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการบริโภคที่หลากหลาย
 
ข้อมูลล่าสุดในปี 2569 ระบุว่า ประเทศจีน ครองอันดับ 1 ของโลกในด้านจำนวนสาขาอย่างทิ้งห่าง 
 
ด้วยตัวเลขเกือบ 13,000 แห่ง ภายใต้การบริหารของ Yum China ซึ่งเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐอเมริกา ประเทศต้นกำเนิดของแบรนด์ รั้งอันดับ 2 ด้วยจำนวนราว 3,900 แห่ง แม้จะเป็นตลาดที่อิ่มตัวมากกว่าเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
 
ขณะเดียวกัน ภูมิภาคเอเชียได้กลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตของแฟรนไชส์ไก่ทอด KFC อย่างชัดเจน โดยหลายประเทศในเอเชียติดอันดับต้นๆ ของโลก ทั้งในแง่จำนวนสาขาและอัตราการขยายตัว 
 
ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น ไทย และ อินเดีย สะท้อนถึง ศักยภาพของตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และพฤติกรรมการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ดที่เติบโตต่อเนื่อง
 
แนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ KFC จะถือกำเนิดในโลกตะวันตก แต่การดติบโตและการขยายตัวของธุรกิจหลักในปัจจุบัน กลับอยู่ในฝั่งเอเชีย ซึ่งกำลังกลายเป็นสมรภูมิสำคัญของธุรกิจฟาสต์ฟู้ดระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ
 
Top 10 ประเทศที่มีสาขา KFC มากที่สุดในโลก ปี 2569
 

จากข้อมูลล่าสุดในช่วงต้นปี 2569 การจัดอันดับประเทศที่มีจำนวนสาขา KFC มากที่สุดในโลก มีดังนี้
  1. จีน — ประมาณ 13,000 สาขา
  2. สหรัฐอเมริกา — ประมาณ 3,986 สาขา
  3. ญี่ปุ่น — ประมาณ 1,277 สาขา
  4. ไทย — ประมาณ 1,226 สาขา
  5. แอฟริกาใต้ — ประมาณ 1,052 สาขา
  6. สหราชอาณาจักร — ประมาณ 1,001 สาขา
  7. อินเดีย — ประมาณ 950 สาขา
  8. มาเลเซีย — ประมาณ 770 สาขา
  9. ออสเตรเลีย — ประมาณ 759 สาขา
  10. อินโดนีเซีย — ประมาณ 749 สาขา
ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็น “จุดพีค” ของการจัดอันดับในปี 2569 โดยสามารถขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก และเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนถึงการเติบโตของตลาดและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
 
เจาะลึกความสำเร็จ KFC ในประเทศไทย
 

การที่จำนวนสาขา KFC ในประเทศไทยก้าวขึ้นมาสู่อันดับ 4 ของโลก ไม่ได้เป็นเพียงผลจากการขยายสาขาเชิงปริมาณเท่านั้น แต่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของตลาดไก่ทอดในประเทศอย่างรอบด้าน
 
ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า KFC ในประเทศไทย มีจำนวนสาขาประมาณ 1,226 สาขาครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ 
 
ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการขยายธุรกิจ ส่งผลให้ไทยกลายเป็นตลาดที่มีสาขา KFC ความครอบคลุมในเชิงพื้นที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก และครองอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านจำนวนสาขา
 
เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว มาจากการดำเนินกลยุทธ์ Hyper-Localization หรือการปรับตัวเชิงลึกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ 
 
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเมนูที่ตอบโจทย์รสนิยมของคนไทย เช่น เมนูข้าว ไก่แซ่บ หรืออาหารที่มีรสชาติจัดจ้าน รวมถึงการออกสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสนใจของผู้บริโภคในระยะยาว
 
ขณะเดียวกัน การขยายช่องทางการเข้าถึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดย KFC ได้กระจายสาขาไปยังทำเลหลากหลาย ทั้งศูนย์การค้า สถานีบริการน้ำมัน และพื้นที่ชุมชนต่างๆ ตลอดจนการเติบโตของแพลตฟอร์มบริการจัดส่งอาหาร (เดลิเวอรี่) ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างมากขึ้นในยุคดิจิทัล
 
นอกจากนี้ การเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 41 ปีในประเทศไทย ยังสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการเครือข่ายแฟรนไชส์ ซัพพลายเชน และการตลาดในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ KFC สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมกับขยายฐานผู้บริโภครุ่นใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง 
 
ปัจจุบัน KFC อยู่ภายใต้การบริหารแบรนด์และแฟรนไชส์ โดย บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และมีการบริหารร้าน KFC โดยแฟรนไชส์ซี จำนวน 3 ราย
  1. บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG)
  2. บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD)
  3. บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSA)
ด้วยปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว จึงทำให้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงแค่ตลาดไก่ทอด KFC ขนาดใหญ่ แต่ยังเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของ KFC ในระดับโลกอย่างชัดเจน
 
KFC ในไทย “ต่าง” เวทีโลกอย่างไร 
 
 

เมื่อพิจารณาโมเดลการดำเนินธุรกิจของ KFC ในแต่ละประเทศ จะพบว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากสูตรความสำเร็จแบบเดียวกัน หากแต่เกิดจากการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบริบทและสถานการณ์ของแต่ละตลาด
 
ญี่ปุ่น 
 
ในญี่ปุ่น KFC ถูกยกระดับเป็นวัฒนธรรมตามฤดูกาลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผู้บริโภคจำนวนมากนิยมสั่งชุดไก่ทอดล่วงหน้า จนกลายเป็นธรรมเนียมประจำปี ส่งผลให้ยอดขายพุ่งสูงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จากกลยุทธ์ Seasonal Marketing ที่มีประสิทธิภาพ
 
จีน 
 
ขณะที่ จีน เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ KFC ใช้กลยุทธ์ขยายขนาด (Scale) เป็นหัวใจสำคัญ ด้วยจำนวนสาขาหลายหมื่นแห่งกระจายอยู่ในเมืองขนาดใหญ่และเมืองรอง รองรับฐานผู้บริโภคจำนวนมหาศาล พร้อมทั้งพัฒนาเมนูและรูปแบบร้านให้มีความหลากหลายตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละเมือง
 
ไทย 
 
 

ส่วน ไทย โดดเด่นด้วยโมเดล “การเข้าถึง” ที่ครอบคลุมและกระจายตัวครอบคลุมทุกจังหวัด โดยเน้นการขยายสาขาให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกระดับพื้นที่ ตั้งแต่ศูนย์การค้าในเขตเมือง ไปจนถึงสถานีบริการน้ำมันและชุมชนในต่างจังหวัด ผสานกับระบบเดลิเวอรี่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
 
ประเทศที่ยังไม่มี KFC
 
แม้ KFC จะขยายสาขาครอบคลุมมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายประเทศที่ไม่มีแม้แต่สาขาเดียว สะท้อนให้เห็นว่าการเติบโตของ KFC ไม่ได้เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ และต้องเผชิญกับข้อจำกัดหลากหลายด้าน
 
เกาหลีเหนือ 
 
ในมิติทางการเมือง เกาหลีเหนือ เป็นตัวอย่างสำคัญของประเทศที่ไม่มี KFC เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและนโยบายปิดประเทศ ส่งผลให้แบรนด์ต่างชาติไม่สามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้
 
อัฟกานิสถาน 
 
ด้านความไม่มั่นคงและความปลอดภัย อัฟกานิสถาน ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศ ทำให้การลงทุนจากต่างชาติ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารข้ามชาติ มีความเสี่ยงสูงและไม่เอื้อต่อการขยายสาขา
 
ภูฏาน 
 
ในแง่นโยบายและวัฒนธรรม ภูฏาน เลือกจำกัดการเข้ามาของแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดต่างชาติ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและส่งเสริมอาหารท้องถิ่น 
 
ขณะที่บางประเทศมีมาตรการควบคุมด้านโภชนาการและต้นทุนที่เข้มงวด เช่น นอร์เวย์ ซึ่งมีค่าครองชีพและค่าแรงสูง ส่งผลต่อความคุ้มค่าในการดำเนินธุรกิจ
 
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยในหลายประเทศของทวีปแอฟริกา เช่น แอลจีเรีย เอริเทรีย เอธิโอเปีย มาลี ไนเจอร์ โซมาเลีย ซูดาน และ ซูดานใต้ ยังคงมีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้บริโภค ระบบซัพพลายเชน และโครงสร้างโลจิสติกส์ที่ไม่รองรับมาตรฐานของแบรนด์ระดับโลก
 
ขณะเดียวกัน ในบางกรณีปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน เช่น การขาดแคลนวัตถุดิบที่ได้มาตรฐาน หรือระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (cold chain) ที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้แบรนด์ไม่สามารถขยายเข้าสู่ตลาดนั้นได้
 
ในฝั่งตะวันตก โดยเฉพาะประเทศในยุโรปและอเมริกา แม้จะเป็นภูมิภาคที่มีกำลังซื้อสูงและเปิดรับแบรนด์ต่างชาติ แต่ก็ยังมีบางประเทศที่ KFC ไม่สามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้ หรือไม่สามารถรักษาการดำเนินงานไว้ได้ในระยะยาว
 
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ นครรัฐวาติกัน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และนโยบายผังเมือง ทำให้ไม่เอื้อต่อการเปิดร้านอาหารเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ 
 
ไอซ์แลนด์ ยังเป็นอีกกรณีศึกษาที่สะท้อนถึงความท้าทายของการดำเนินธุรกิจในบางตลาด โดยแม้เคยมีสาขา KFC ให้บริการในอดีต แต่ได้ยุติการดำเนินงานไปในเวลาต่อมา อันเป็นผลจากข้อจำกัดด้านต้นทุนและสภาพเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้น
 
เบื้องหลังการเติบโตของ KFC
 

1.ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่มีประสิทธิภาพ แฟรนไชส์กี่ทอด KFC ให้ความสำคัญกับมาตรฐานวัตถุดิบ โดยเฉพาะคุณภาพของเนื้อไก่และกระบวนการจัดเก็บรักษา 
 
ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมและมีเสถียรภาพ ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์พร้อม ย่อมได้เปรียบในการรองรับการขยายสาขาในวงกว้าง
 
2. พันธมิตรแฟรนไชส์ (Franchise Partner) ถือว่ามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในแต่ละประเทศ ผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความเข้าใจตลาด สามารถบริหารจัดการสาขา ทำการตลาด และบริหารทรัพยากรบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถช่วยให้แบรนด์ KFC มีการเติบโตได้อย่างยั่งยืน
 
3. การปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น (Localization) ซึ่งถือเป็นหัวใจของความสำเร็จในยุคปัจจุบัน โดย KFC ไม่ได้ยึดติดกับรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดียวกันทั่วโลก แต่เลือกพัฒนาเมนูและกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ เช่น การเพิ่มเมนูข้าวหรือรสชาติจัดจ้านในไทย ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้างมากขึ้น
 
4. กำลังซื้อของผู้บริโภค (Purchasing Power) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดความคุ้มค่าของการลงทุน ตลาดที่มีชนชั้นกลางมีการขยายตัวและมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารนอกบ้านสูง มักเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน
 
บทสรุป
 

การก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของโลกของ KFC ในไทย ไม่ได้เป็นเพียงตัวชี้วัดความนิยมของแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทั้งในด้านกำลังซื้อของชนชั้นกลาง พฤติกรรมการบริโภคอาหารนอกบ้านที่เพิ่มขึ้น และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์
 
ความสำเร็จดังกล่าวยังชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทย ในการเป็นตลาดยุทธศาสตร์ของธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เอเชียกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้
 
อย่างไรก็ตาม ภายใต้การแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในตลาดฟาสต์ฟุ้ด โดยเฉพาะไก่ทอด ทั้งจากแบรนด์ระดับโลกและผู้ประกอบการท้องถิ่น ความท้าทายในระยะต่อไปจึงไม่ได้อยู่เพียงการขยายสาขา แต่รวมถึงการรักษาความสามารถในการแข่งขัน การสร้างความแตกต่าง และการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ภายใต้สถานการณ์ของตลาดไก่ทอดที่เติบโตและแข่งขันสูงเช่นนี้ แฟรนไชส์ไก่ทอด KFC ในประเทศไทยจะสามารถต่อยอดความสำเร็จ และขยับขึ้นสู่ลำดับที่สูงกว่านี้ในเวทีโลกได้มากน้อยเพียงใดในอนาคต
 
อ้างอิงข้อมูล
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ปี 2026 Brand as a Creator ไม่ทำไม่รอด!
695
ไม่รอด! อวสานร้านเล็ก ส่วนใหญ่เซ้ง - เจ๊งยับ
621
เทคนิคแก้วิกฤติปี 2026 วิธีบริหารเงินฉบับ “Famil..
613
สมรภูมิเครื่องดื่ม Southeast Asia ไทยแชมป์กาแฟ จ..
433
ร้านแว่นตาท็อปเจริญ ดูเงียบๆ แต่รวยดัง
427
“White Label” สร้างธุรกิจ ทำสินค้า “ไม่ติดแบรนด์..
420
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด