บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
355
3 นาที
18 พฤษภาคม 2569
ด้านมืดของคนถูกหวย ที่ไม่เคยรวยนาน!
 

หวยหรือล็อตเตอรี่ เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 หรือในปี พ.ศ. 2375 ที่ตอนนั้นเรียกว่าหวย ก ข แต่ถ้าเป็นรูปแบบลอตเตอรี่จะเริ่มครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือ พ.ศ. 2417 นับเฉพาะแบบลอตเตอรี่อายุตอนนี้ก็กว่า 152 ปี

ซึ่งลอตเตอรี่ทุกวันนี้แทบไม่ต่างจากความหวังของคนไทย แม้จะรู้ดีว่ามีโอกาสถูกรางวัลน้อยมากแต่ก็ยังอยากเสี่ยงเผื่อว่าจะมีดวงฟลุ๊คเข้าสักวัน ถ้าไปดูโอกาสถูกรางวัลจากการซื้อลอตเตอรี่จะพบว่า
  • รางวัลที่ 1 (รางวัลละ 6 ล้านบาท) โอกาสถูกรางวัล 0.0001%
  • รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0005%
  • รางวัลที่ 3 มี 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0010%
  • รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0050%
  • รางวัลที่ 5 มี 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.0100%
  • เลขหน้า 3 ตัว มี 2 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.4000%
  • เลขท้าย 3 ตัว มี 2 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 0.4000%
  • เลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท โอกาสถูกรางวัล 1 %
คนไทยกับลอตเตอรี่ วิถีชีวิตที่แยกกันไม่ออก
 

ในทุก 15 วันเชื่อว่าจะมีคนถูกหวยรางวัลใหญ่ ถึงขั้นเปลี่ยนชีวิตให้เป็นเศรษฐีย่อม ๆ เริ่มต้นก็หลักล้าน บางทีถูกหลายใบก็หลักสิบล้าน ยิ่งถ้ามีหวยชุดใหญ่ ๆ อาจกระโดดได้ไปถึงหลักร้อยล้าน ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า คนไทยเล่นสลากกินแบ่งรัฐบาลมากกว่า 24.6 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 3 ของประเทศ กลุ่มที่เล่นมากที่สุดคือช่วงอายุ 50-59 ปี มีประมาณ 24%รองลงมาคือช่วงอายุ 40-49 ปี
 
ข้อมูลย้อนหลัง 20 ปีระบุว่า คนไทยใช้เงินซื้อลอตเตอรี่ไปกว่า 9 แสนล้านบาท แต่ได้รับเงินรางวัลกลับคืนมาเพียง 5.5 แสนล้านบาท ส่วนอีก 3.5 แสนล้านบาท คือส่วนที่ ถูกกิน และกลายเป็นรายได้กลับคืนสู่ภาครัฐ

หรือถ้าดูข้อมูลจากกองสลากฯ ช่วงปี 2568-2569 พบว่าในแต่ละเดือนจะมีผู้โชคดี (รวมทุกรางวัล) ไปขอรับเงินรางวัลเฉลี่ย เดือนละ 300,000 - 360,000 ราย ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่เล่นสลากกินแบ่งรัฐบาล ถ้าถามว่ารู้ทั้งรู้ว่าโอกาสถูกยากแต่ทำไมก็ยังเลิกไม่ได้ มีเหตุผลหลายปัจจัยคือ
  1. คนไทยเชื่อถือในสิ่งลี้ลับ เกิดปรากฏการณ์ตีสิ่งผิดปกติทุกอย่างออกมาเป็นตัวเลข แม้กระทั่งมีเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับการทำนายฝัน ให้ข้อมูลการตีความเรื่องตัวเลข แม้กระทั่งในโซเชี่ยลก็มีการทำคอนเทนต์แนวลี้ลับตอกย้ำให้คนไทยสนใจกันมากยิ่งขึ้น
  2. ความหวังในราคาถูก ยิ่งภาวะเศรษฐกิจไม่ดี สลากกินแบ่งรัฐบาลก็ยิ่งขายดีมากขึ้น เพราะทุกคนต้องการขยับฐานะทางสังคม แก้ปัญหาการเงินที่มี การซื้อสลากฯ ใบละ 80-100 อาจไม่แพงถ้าเทียบกับเงินรางวัลที่อาจจะได้รับเมื่อถูกรางวัลใหญ่ๆ 
  3. โอกาสลุ้นทุกเดือนๆละ 2 ครั้ง เป็นความหวังของคนไทยในทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน ถ้าซื้องวดนี้ไม่ถูกก็ไม่เป็นไร งวดหน้ายังมี และความรู้สึกว่ามีโอกาสลุ้นตลอด ซื้อทิ้งๆไว้ ไม่ถูกก็เริ่มใหม่ ทำให้เราออกจากวัฏจักรการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ได้
  4. การพัฒนาของเทคโนโลยีที่ทำให้ซื้อง่ายขึ้น ตอนนี้นอกจากการซื้อตามแผง ยังมีแอปพลิเคชั่นให้เราเลือกซื้อได้ทันทีก็ยิ่งเพิ่มความสะดวกที่ตอบโจทย์ทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่าได้เป็นอย่างดี
 กรณีศึกษา “ของคนถูกหวย” แต่ไม่เคย “รวยนาน”
 
 

เราคงเคยได้ยินกันมาอย่างต่อเนื่องสำหรับบางคนที่มีโชคถูกรางวัลใหญ่ๆจากการเสี่ยงดวง บางคนก็เอาเงินนี้ไปต่อยอดกลายเป็นคนรวยที่แท้จริงได้แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคนที่รวยชั่วครู่แต่สุดท้ายก็กลับมาที่เดิม ซึ่งมีหลายเคสตัวอย่างที่น่าสนใจยกตัวอย่างล่าสุด ของอดีตช่างเสริมสวยรายหนึ่งเป็นผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 เมื่อปี 2561 ได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 5.79 ล้านบาทจนถึงวันนี้เวลาผ่านมา 8 ปี เงินล้านกลับหายไปจนเหลือเงินติดบัญชีแค่ 8,000 บาท 
 
หรืออีกเคสที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเรื่องราวของคนที่เคยถูกหวยกว่า 42 ล้านบาท เมื่อปี 2564 แต่กลับใช้เงินจำนวนนั้นหมดลงภายในเวลาเพียงแค่ 2 ปี รวมถึงกรณีของโชเฟอร์ 10 ล้อรายหนึ่งที่เคยถูกรางวัลที่ 1 เมื่อปี 2560 ได้เงินไปกว่า 18 ล้านบาท

แต่ผ่านไปเพียง 5 ปี เงินที่ได้มาก็หมดไป กลายเป็นคนหาเช้ากินค่ำเหมือนเดิม หรือที่ฮือฮามากหน่อยก็คือกรณีถูกหวย 90 ล้าน เมื่อปี 2561 หลังจากแบ่งเงินให้ลูกหลานไว้ใช้ในอนาคต ในส่วนแบ่งของตัวเองที่เหลืออยู่ก็ใช้ไปจนหมด ต้องหันมาทำงานหาเงินเหมือนเดิม
 
คำถามก็คือเมื่อมีโชคมาหล่นใส่ขนาดนี้ทำไมถึงรักษาความรวยเหล่านี้เอาไว้ไม่ได้ ซึ่งถ้าไปดู 5 อันดับสิ่งที่คนถูกหวยจะใช้จ่ายมากที่สุด คือ
  1. เคลียร์หนี้สิน ผลสำรวจระบุว่ากว่า 70-80% สิ่งแรกที่ทำคือการปิดหนี้! โดยเฉพาะหนี้บ้าน หนี้รถ และหนี้บัตรเครดิต เพื่อเป็นการปลดล็อกความเครียดที่สะสมมานาน 
  2. การซ้ออสังหาริมทรัพย์ งานวิจัย พบว่าผู้ถูกรางวัลใหญ่กว่า 82% เลือกที่จะย้ายที่อยู่หรือซื้อบ้านใหม่ทันที รวมถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อความมั่นคงในระยะยาว
  3. แบ่งปันครอบครัวและทำบุญ ในบริบทของไทย การทำบุญและการให้เงินก้อนแก่คนในครอบครัวยังเป็นตัวหลักในการจ่ายอันดับต้นๆ หลายคนเลือกที่จะแจกจ่ายเงินบางส่วนให้ญาติสนิทเพื่อเป็นการกระจายความโชคดี
  4. การลงทุนเพื่อความมั่นคง เศรษฐีใหม่ที่มีการวางแผนทางการเงินมักนำเงินไปต่อเงิน เช่น การซื้อสลากออมทรัพย์ ทองคำ หรือกองทุนรวม เพื่อให้มีเงินใช้ตลอดชีวิตโดยไม่กระทบเงินต้น
  5. ไลฟ์สไตล์และความบันเทิง การท่องเที่ยวแบบ First Class หรือซื้อของแบรนด์เนม เป็นรางวัลชีวิตที่มักเกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีแรก นอกจากนี้ยังพบว่า พฤติกรรมการใช้เงินฟุ่มเฟือยจะสูงที่สุดในช่วงปีแรกหลังได้รับรางวัล
3 เหตุผลที่ควรู้! ถูกรางวัลใหญ่ ทำไมรวยได้แป๊บเดียว
 


การที่คนถูกหวยรางวัลใหญ่แล้วกลับมาไม่มีเงินเหมือนเดิมในระยะเวลาไม่นาน บางคนบอกว่าเงินรางวัลนั้นคือทุกขลาภ ได้มาแล้วก็ต้องหายไป บางคนบอกว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ไม่ได้กำหนดมาให้รวย แต่ถ้าอธิบายด้วยจิตวิทยาพฤติกรรมและหลักเศรษฐศาสตร์มี 3 เหตุผลน่าสนใจคิอ
 
1.การลำดับคุณค่าของเงินที่ได้มาแบบไม่เท่ากัน ถ้าเป็นเงินที่หามาได้จากน้ำพักน้ำแรง ส่วนใหญ่จะใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เพราะรู้ว่าต้องแลกมาด้วยการทำงานที่เหน็ดเหนื่อย แต่พอเป็นเงินรางวัลเรามักมองว่าเป็นโชคดี เป็นลาภลอยทำให้กลไกการยับยั้งชั่งใจต่ำลง จึงนำไปใช้กับของฟุ่มเฟือยหรือการลงทุนที่เสี่ยงเกินตัว
 
2.ภาวะการหลงระเริงกับความสุข เหมือนที่คนส่วนใหญ่มักพูดว่า “สามล้อถูกหวย” หมายถึงคนที่ไม่เคยมีเงินพอมีเงินมากขึ้นก็ใช้จ่ายแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง เนื่องจากภาวะความสุขในขณะนั้นพุ่งสูง ยอมจ่ายแบบไม่ยั้งคิด จากที่เคยกินราคาถูกก็ยอมจ่ายราคาแพง อะไรที่อยากได้ก็ซื้อทันที วงจรนี้ทำให้เพดานการใช้จ่ายมีแต่จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ
 
3.การไม่รู้จักวางแผนการเงิน เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ละเลย ยิ่งมีเงินเข้ามารวดเร็วชนิดที่รวยข้ามคืน ก็คิดอะไรไม่ทันใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์แนะนำว่าถ้ามีเงิน 1 ก้อนควรบริหารสัดส่วนให้ดีว่าเงินไหนควรใช้ เงินส่วนไหนควรเก็บ และเงินส่วนไหนที่ควรเอาไปลงทุนเพื่ออนาคต
 
ทั้งนี้มีงานวิจัยจากสิงคโปร์ ในปี 2025 ที่ระบุว่าผู้ถูกรางวัลมักใช้เงินเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมดภายในเวลาเพียง 12 เดือนแรก และยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่าคนที่ทำงานประจำถ้าถูกรางวัลมักจะไม่ลาออกทันที แต่จะเปลี่ยนไปทำงานที่ตัวเองรักแทนการทำงานเพื่อหาเงินเหมือนแต่ก่อน
 
ซื้อสลากอย่างไร ให้มีโอกาสรวยมากที่สุด?
 

ไม่มีเทคนิคในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่จะทำให้ถูกรางวัลใหญ่ๆ ได้แบบชัดเจน เพราะในเชิงสถิติ โอกาสถูกรางวัลต่อใบ ของทุกคนเท่ากันคือ 1 ใน 1,000,000 แต่ถ้าให้วิเคราะห์ในเชิงกลยุทธ์ก็มีวิธีน่าสนใจเช่น
  • การซื้อแบบเลขชุด เช่น ชุด 3 ใบ 5 ใบ 10 ใบ วิธีนี้คือการเดิมพันที่หากถูกรางวัลก็พลิกชีวิตได้ทันที แต่ก็ต้องแลกกับเงินลงทุนตั้งแต่ 300 , 500 หรือ 1,000 (ขึ้นอยู่กับจำนวนที่เลือก) ในเชิงผลตอบแทนถ้าถูกจะได้รางวัลใหญ่ที่มากกว่า 6 ล้าน แต่ถ้าไม่ถูกก็จะกลายเป็นสูญเงินเปล่าทันที
  • การซื้อแบบกระจายตัวเลข หลักการง่ายๆ คือ ในสลาก 100 ใบ (00-99) จะมีรางวัลเลขท้าย 2 ตัวอยู่ 1 รางวัลเสมอ ดังนั้นหากซื้อครบทุกเลขท้าย จะถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 100% แน่นอน หรือถ้ามองถึงรางวัลที่ 1 และซื้อ 100 ใบ แบบที่เลขไม่ซ้ำกันเลย โอกาสถูกรางวัลจะกลายเป็น 1 ใน 10,000 แต่ก็ต้องแลกกับต้นทุนการซื้อประมาณ 8,000 – 10,000 บาท วิธีนี้มีโอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัวมากขึ้นด้วย หรือถ้าฟลุ๊คจริงๆ ก็อาจถูกรางวัลใหญ่ตั้งแต่รางวัลที่ 1 ถึงรางวัลที่ 5 
  • การรวมกลุ่มกันซื้อ เป็นโมเดลที่น่าสนใจในเชิงบริหารจัดการ โดยนำทุนของหลายคนมารวมเป็นทุนใหญ่เพื่อไล่ซื้อเลขให้ครอบคลุมที่สุด เช่น กลุ่มเพื่อนในที่ทำงานลงเงินคนละเท่าๆกันเพื่อซื้อเลขที่ไม่ซ้ำกันจำนวนมาก แต่ปัญหาของวิธีนี้ก็คือความไว้วางใจหากไม่มีการทำสัญญาหรือสลักหลังสลากให้ชัดเจน เมื่อถูกรางวัลใหญ่ขึ้นมามักจะเกิดคดีความแย่งชิงกัน
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ “อาชีพคนขายหวย” มีโอกาสถูกรางวัลมากแค่ไหน เราเคยถามพ่อค้าแม่ค้าหลายคนก็บอกว่าสลากที่ขายไม่หมด เหลือเก็บไว้เอง ก็ยังไม่ถูกรางวัล แต่สิ่งที่เจอแน่ๆคือยิ่งเหลือมากคนขายก็๖องแบกรับต้นทุนของสลากที่ขายไม่หมดซึ่งหากไม่ถูกรางวัลเลย นั่นคือภาวะขาดทุนทางธุรกิจที่หนักเช่นกัน ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสลากจึงหวังกำไรจากส่วนต่างราคามากกว่าการลุ้นรางวัลเพราะมันคือรายได้ที่แน่นอนกว่าการพึ่งพาค่าความน่าจะเป็นที่ 0.0001% เท่านั้น
 
อ้างอิง
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
408
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
384
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
381
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
378
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
356
ย้อนตำนาน "อาจารย์ยอด" จากคนเขียนโปสเตอร์หนัง สู..
329
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด