บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
345
3 นาที
18 พฤษภาคม 2569
รวมเทคนิคกันพนักงานโกง! บทเรียนราคาแพง ที่ไม่ควรต้องจ่าย
 

การทำธุรกิจความไว้ใจคือสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเชื่อใจแบบไม่มีการตรวจสอบใดๆเลย เจ้าของกิจการหลายรายมีบทเรียนราคาแพงจากการถูกโกงโดยพนักงาน และการทุจริตดังกล่าวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับบริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ SME หรือร้านค้าขนาดเล็กก็มีความเสี่ยงไม่แพ้กัน ถ้าเราลองจำแนกประเภทธุรกิจออกมาสามารถแบ่งกลุ่มความเสี่ยงที่จะถูกพนักงานโกงได้ดังนี้
 
1.ธุรกิจร้านอาหาร / คาเฟ่
 

ภาพจาก https://app.envato.com

มีโอกาสเกิดการทุจริตแบบรายวันสูงที่สุด เนื่องจากมีธุรกรรมจำนวนมาก และรูปแบบการทำงานในแต่ละวันมักจะวุ่นวายโดยเฉพาะร้านที่มีลูกค้าเยอะ มีการประเมินเบื้องต้นว่าร้านอาหารมีโอกาสสูญเสียรายได้เฉลี่ยประมาณ 5-7% จากการทุจริตโดยพนักงาน เช่นหากร้านเรามียอดขาย 1 ล้านบาทต่อเดือน เราอาจเสียเงินไปจากการถูกโกง 50,000 – 70,000 บาท โดยไม่รู้ตัว

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลน่าสนใจระบุว่าการทุจริตมักใช้เวลาเฉลี่ย 12-18 เดือน กว่าเจ้าของจะรู้ตัว และส่วนใหญ่ธุรกิจร้านอาหาร / คาเฟ่มักมีกำไรสุทธิเฉลี่ย 10-15% นั่นหมายความว่าหากใครถูกโกงไป 5-7% ของยอดขาย กำไรที่ควรจะได้จริงก็หายไปเกือบครึ่งในทันที
 
2. ธุรกิจค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อ
 

ภาพจาก https://app.envato.com

เป็นธุรกิจที่ส่วนใหญ่มีการวางระบบมาอยางชัดเจนแต่ก็มีความเสี่ยงในเรื่อง สินค้าหาย เนื่องจากสินค้ามีจำนวนเยอะ พนักงานเข้าถึงสต็อคได้ง่ายตลอดเวลา และถ้ามีการทุจริตจะมีโอกาสสูญเสียสินค้าประมาณ 1.4 – 2 % ของยอดขาย รวมถึงหากมีพนักงาน 1 คนที่เริ่มโกงและไม่ถูกจับได้ มีแนวโน้มจะทำซ้ำเฉลี่ย 6.5 ครั้งต่อปี และมูลค่าการโกงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความย่ามใจนั้นๆ โดยสินค้าที่เสี่ยงหายได้มากที่สุดสคือกลุ่มที่มีมูลค่าสูงและนำไปขายต่อได้ทันทีเช่นบุหรี่ / สุรา / เครื่องสำอาง เป็นต้น
 
3.ธุรกิจความงามและบริการ
 

ภาพจาก https://app.envato.com

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใช้ความเชื่อใจของลูกค้ามากกว่าธุรกิจอื่น ซึ่งความใกล้ชิดระหว่างพนักงานกับลูกค้าก็อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เกิดการทุจริตได้ จากข้อมูลในอุตสาหกรรม Wellness & Beauty ในไทยและต่างประเทศ พบว่าในร้านที่ไม่มีระบบติดตามลูกค้าที่ดีพนักงานมีโอกาสรับงานจากลูกค้าโดยตรงกว่า 30-40% และที่น่าห่วงอีกอย่างคือการที่ลูกค้าบางคนติดพนักงานมากกว่าพอใจการให้บริการของแบรนด์

นั่นหมายความว่าหากพนักงานนั้นๆลาออก ลูกค้ากลุ่มนี้อาจตามพนักงานไปใช้บริการไม่ว่าจะไปอยู่ร้านอื่นหรือสร้างแบรนด์เอง รวมถึงโอกาสสิ้นเปลืองผลิตภัณฑ์เช่นครีมนวด เซรั่ม น้ำยาต่างๆ ที่พนักงานใช้ให้กับลูกค้าสนิทคิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มกว่า 15-20% 
 
** เป็นการยกตัวอย่างตัวเลขประมาณการจากภาพรวมไม่ได้หมายความว่าทุกร้านจะต้องเสียเงินจากการถูกโกง **
 
รวมรูปแบบการทุจริตและวิธีป้องกันเบื้องต้น
 
ต้องบอกว่าไม่มีวิธีไหนที่จะป้องกันการทุจริตได้แบบ 100% เพียงแต่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาหรือให้วิธีการทุจริตทำได้ยากขึ้น ซึ่งมีหลายวิธีที่น่าสนใจที่รวบรวมจากหลายธุรกิจได้แก่
 
1.บันทึกยอดขายไม่ตรงกับความจริง
 

ภาพจาก https://app.envato.com

โดยเฉพาะร้านที่ไม่ได้มีระบบบริหารจัดการ ใช้ระบบรับเงินสด เป็นช่องโหว่ที่อันตรายมาก บางทีลูกน้องรับเงินมาก็ไม่บันทึกยอดขาย ไม่ออกบิลให้ลูกค้า เงินที่ได้มาก็เก็บไว้เองบ้าง เป็นต้น

วิธีแก้ไข : ใช้ระบบ POS ควบคุมการบริหารจัดการในร้าน
 
2.รับราคาส่วนต่างจากซัพพลายเออร์
 
เป็นวิธีการทุจริตที่ร้านมักจับได้ยากเพราะบางครั้งราคาอาจแตกต่างจากราคาตลาดเพียง 3-5% เช่นสมมุติว่าวัตถุดิบราคาปกติ 350 บาท/กิโลกรัม พนักงานจัดซื้อขอเพิ่มกับซัพพลายออร์อีกโลละ 10 บาททำให้ร้านต้องจ่าย 360 ส่วนต่าง 10 / กก. เข้ากระเป๋าพนักงาน  

วิธีแก้ไข : มีระบบตรวจสอบราคาจากซัพพลายเออร์ ที่แสดงข้อมูลราคาขายชัดเจน
 
3.ทุจริตจำนวนสต็อกสินค้า
 

ภาพจาก https://app.envato.com

โดยเฉพาะบริษัทจำหน่ายอะไหล่รถยนต์หรือวัสดุก่อสร้าง มักเจอเคสพนักงานคลังสินค้าแอบนำสินค้าออกไปขายเอง โดยพนักงานแอบคัดสินค้าสภาพดีไปรวมกับ สินค้าชำรุด แล้วทำเรื่องตัดออกจากสต็อก แต่จริงๆ คือแอบขนออกไปขายต่อในราคาที่ถูกกว่าซึ่งทำให้ร้านเสียหาย

วิธีแก้ไข : ตรวจเช็คสินค้าทุกวัน/สัปดาห์แบบสุ่ม (Random Audit)
 
4.โปรโมชั่นไปไม่ถึงลูกค้าพนักงานเก็บส่วนต่างไว้เอง
 
เมื่อลูกค้าจ่ายเงินสดและไม่รอใบเสร็จ ถ้าพนักงานทุจริตจะทำการ "Void" (ยกเลิกรายการ) หรือใช้ฟังก์ชัน ส่วนลด หลังลูกค้าออกจากร้านไปแล้ว เพื่อดึงเงินส่วนต่างนั้นเข้ากระเป๋าตัวเอง แม้ต่อวันความเสียหายจะไม่มากแต่รายได้ส่วนนี้ก็ควรจะเป็นของร้านไม่ใช่เป็นของพนักงาน

วิธีแก้ไข : ทำป้ายบอกสิทธิ์โปรโมชันหน้าร้านให้ชัดเจนรวมกับการใช้ระบบ POS 
 
5.โกงเวลาในการทำ OT
 

ภาพจาก https://app.envato.com

สำหรับบางธุรกิจมีการกำหนดให้พนักงานทำ OT ซึ่งจะเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นของพนักงาน แต่บางคนใช้กลโกงลงทำงานล่วงเวลาแต่ไม่มีผลงานกลายเป็นว่าเจ้าของธุรกิจต้องจ่ายเงินให้ฟรีๆ โดยที่ไม่มีผลงานอะไรเพิ่ม
 
วิธีแก้ไข : บันทึกงานที่ทำในช่วงโอที + ต้องให้หัวหน้าลงนามอนุมัติ
 
6.เอาเงินในร้านไปหมุนก่อน
 
เป็นความตั้งใจทุจริตโดยตรงเริ่มจากการสรุปยอดไม่ตรงกับที่ขาย รายได้ที่แท้จริงส่วนหนึ่งลูกน้องยักยอกเอาไปใช้ก่อนหวังว่าเดี๋ยวหามาคืน แต่หลายครั้งที่ถึงกำหนดก็เอาเงินมาคืนไม่ได้ก็กลายเป็นความเสียหายของร้านอาหารนั้นๆ 

วิธีแก้ไข : บังคับให้นับเงินส่งยอดทุกสิ้นกะ โดยห้ามพนักงานรู้ยอดในระบบ POS ก่อนนับจริง ถ้าเงินขาด ต้องรับผิดชอบทันที
 
7.ใช้บัญชีพร้อมเพย์ส่วนตัวรับเงินลูกค้า
 
ปัจจุบันยุคสังคมไร้เงินสดเป็นเทรนด์ฮิตที่สะดวกต่อการจับจ่าย แต่ก็กลายเป็นอีกช่องโหว่ในการทุจริต บางครั้งมีการรับเงินจากลูกค้าโดยใช้บัญชีพร้อมเพย์ของตัวเอง และไม่ได้นำเงินนั้นเข้าสู่ระบบของร้าน

วิธีแก้ไข : ให้ใช้เฉพาะบัญชีร้าน และแสดง QR Code ที่ระบุชื่อบัญชีร้านเท่านั้น
 
นอกจาก 7 วิธีทุจริตที่ยกตัวอย่างมาให้เห็นนี้ก็มีอีกหลายวิธีที่เจ้าของกิจการควรต้องก้าวตามให้ทันกลโกง เช่นการปลอมบิลสำหรับการเบิก , การใช้ทรัพยากรของร้านไปใช้ส่วนตัว , ขโมยสูตรอาหารไปทำเอง เป็นต้น บางธุรกิจที่ถูกพนักงานโกงมูลค่าความเสียหายแตะหลักล้าน หรือมากกว่านั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบการทุจริตและระยะเวลากว่าที่เจ้าของจะรู้ตัว และถ้าถามถึงแนวทางป้องกันก็มีวิธีที่น่าสนใจอยู่คือ


ภาพจาก https://app.envato.com
 
1.การแยกหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจน เช่น คนถือเงิน ห้ามทำบัญชี คนตรวจรับของ ห้ามเป็นคนสั่งซื้อ ต้องมีการคานอำนาจกันเสมอ และยังถือเป็นวิธีการช่วยกันตรวจสอบความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจอย่างการคีย์ตัวเลขผิด หรือนับของพลาด วิธีนี้ในฐานะเจ้าของธุรกิจยังมั่นได้อีกว่าตัวเลขผลประกอบการที่เห็นคือตัวเลขที่ผ่านการตรวจสอบมาแล้วไม่ใช่ตัวเลขที่พนักงานคนใดคนหนึ่งทำขึ้นมา
 
2.การให้รางวัลในการแจ้งเบาะแสคนทุจริต เมื่อมีการให้รางวัล พนักงานที่คิดจะโกงด้วยกันจะเริ่มระแวงกันเอง เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมงานจะเอาข้อมูลไปแลกรางวัลเมื่อไหร่ และมีข้อมูลน่าสนในอีกว่าระบุว่า การทุจริตส่วนใหญ่ กว่า 40% ถูกตรวจพบจากการ แจ้งเบาะแส มากกว่าการใช้ระบบตรวจสอบบัญชีหรือการสุ่มตรวจโดยเจ้าของ และองค์กรที่มีช่องทางแจ้งเบาะแสที่ชัดเจนและมีรางวัลตอบแทน สามารถ ลดความเสียหายจากการทุจริตได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับองค์กรที่ไม่มีระบบนี้
 
3.ใช้ระบบ POS เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ในปัจจุบันพบว่าการใช้ระบบ POS ช่วยลดอัตราการทุจริตได้กว่า 60% ยิ่งยุคนี้ฟีเจอร์ของ POS ได้พัฒนาไปมาก โดยระบบจะแสดงกราฟยอดขายแยกตามรายชั่วโมง หากพบว่าบางวันมียอดขาย หายไป ในช่วงเวลาที่ลูกค้าเยอะผิดปกติ แต่ไม่มีบิล อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเงินอาจถูกยักยอกไปก่อนเข้าเครื่อง หรือเมื่อเปลี่ยนรอบพนักงาน ระบบจะบอกทันทีว่าเงินสดในลิ้นชักควรมีเท่าไหร่ หากพนักงานนับแล้วไม่ตรง ระบบจะบันทึกไว้เป็นหลักฐานทันที
 
4.การติดตั้งกล้องวงจรปิด ทั้งนี้กล้อง CCTV มีประสิทธิภาพในเชิง จิตวิทยา และ ใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคนทุจริตได้ โดยเจ้าของต้องคอยตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่เสมอ ในกรณีติดกล้องวงจรปิดแต่ไม่เคยดูย้อนหลัง สถิติบอกว่าลดอัตราการทุจริตได้เพียง 10% เพราะพนักงานรู้ว่าเจ้าของไม่เคยตรวจสอบเลย แต่ร้านที่มีการสุ่มตรวจและเรียกพนักงานมาสอบถามเมื่อพบจุดน่าสงสัย สามารถลดการทุจริตได้มากกว่า 50%
 
5.สร้างแรงจูงใจให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกลยุทธ์เชิงรุกให้พนักงานรู้สึกว่าได้ผลตอบแทนจากการทำงานที่คุ้มค่า มีสวัสดิการครอบคลุม และเมื่อพนักงานมีความสุขไม่ใช่แค่งานที่จะออกมาดี พนักงานเหล่านี้จะคอยสอดส่องดูแลกิจการเหมือนคนในครอบครัวเพราะพนักงานก็ไม่อยากให้ร้านเจ๊งหรือมีปัญหา เพื่อที่ตัวเองจะได้รับประโยชน์จากการทำงานด้วย
 
ในฐานะเจ้าของธุรกิจก็ต้องเข้าใจเบื้องต้นว่าพนักงานบางคนอาจไม่ได้อยากจะทุจริตตั้งแต่แรก แต่พอเห็นช่องทาง เห็นโอกาสว่าทำได้ ก็เริ่มจากน้อยๆและค่อยเพิ่มมากขึ้นภายหลัง แรงจูงใจในการทุจริตมักมาจาก 3 ปัจจัยคือ แรงกดดันจากการที่เงินไม่พอใช้ + หาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ว่าทำแค่ครั้งเดียวไม่เป็นไรหรือไม่ก็คิดว่าบริษัทรวยแล้วแบ่งมาใช้บ้างก็ได้ + โอกาสและการมองเห็นช่องทาง หน้าที่เจ้าของธุรกิจคือต้องปิดช่องโหว่เหล่านี้ให้สนิทที่สุดแม้จะป้องกันไม่ได้ 100% แต่ก็ลดโอกาสลงได้มาก การลงทุนป้องกันน่าจะดีกว่ามาเสียเงินและเสียความรู้สึกในสิ่งที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้
 
อ้างอิง :
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
407
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
383
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
381
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
378
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
356
ไทยช่วยไทยพลัส อัดฉีดอย่างหนัก 1.8 แสนล้าน! เดือ..
325
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด