บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
5.7K
2 นาที
9 มกราคม 2562
10 เรื่องจริงที่คุณไม่รู้! ยาหม่องตราถ้วยทอง
 

“ยาหม่อง” เป็นหนึ่งในสินค้าที่เชื่อว่าเราเกิดมาทุกคนต้องเคยเห็น และคนทั้งประเทศจะต้องเคยใช้ยาหม่องกันมาแทบจะทุกคน มองดูว่านี่คือสินค้าแบบบ้านๆ ที่ไม่น่าจะสร้างรายได้อะไรมากมาย

แต่ในความเป็นจริงผู้ผลิต “ยาหม่อง” แบรนด์ดังอย่าง “ถ้วยทอง” มีหลายแง่มุมที่เราควรศึกษา ประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาว จากอดีตถึงปัจจุบัน คือบทเรียนที่สอนนักธุรกิจรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดีและนี่แง่มุมที่ www.ThaiFranchiseCenter.com อยากนำเสนอให้ทุกคนได้รับทราบเป็น10 เรื่องจริงเกี่ยวกับยาหม่องตราถ้วยทองที่คุณไม่เคยรู้
 
1.จุดกำเนิดเริ่มต้นเมื่อ 75 ปีก่อน
 

เราอาจคุ้นเคยกับ “ยาหม่องตราถ้วยทอง” แต่ที่จริงแบรนด์นี้ไม่ใช่เจ้าแรกที่เกิดขึ้น สืบประวัติกันจริงๆพบว่า แบรนด์แรกคือ “ยาหม่องตราเสือ” ที่มาจากพม่า ตามมาด้วย ยาบริบูรณ์ ของบริษัท บริบูรณ์ โอสภ ที่นับเป็นยาหม่องของไทยแบรนด์แรก  ถึงจะมาเป็น “ยาหม่องตราถ้วยทอง” ที่เริ่มมาจากปี 2487 จากจุดเริ่มธุรกิจที่เป็นร้านขายของชำ ลี้เปงเฮง ได้คิดค้นและผลิตยาหม่องสูตรตัวเองและจดทะเบียนการค้าอย่างเป็นทางการ
 
2.ทำให้เกิดคำว่า “ยาหม่อง” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน


ในอดีตประเทศพม่าถูกปกครองโดยประเทศอังกฤษ และประเทศไทยก็ได้ใช้ยาที่มาจากพม่า ซึ่งยาที่มาจากพม่าเรียกว่า ยามาจากหม่อง โดยไม่ได้มีคำจำกัดความเฉพาะว่าเป็นยาขี้ผึ้งทาถูนวด แม้แต่แบรนด์แรกของยาประเภทนี้คือ “ไทเกอร์บาล์ม” ก็ไม่ได้เรียกว่ายาหม่องตราเสือในขณะนั้น มาถึงยาบริบูรณ์ของบริษัท บริบูรณ์โอสถ ก็ยังใช้คำว่าบาล์ม ไม่ได้ใช้คำว่ายาหม่อง

ถึงในปี 2495 ที่บริษัท ถ้วยทองโอสถ จำกัด ได้ไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพิ่มเติม เป็นรูปกล่องยาหม่องที่มีคำว่ายาหม่องตราถ้วยทอง นับเป็นหลักฐานการใช้คำว่า "ยาหม่อง" ในความหมายของยาขี้ผึ้งสารพัดประโยชน์เป็นครั้งแรกที่สามารถสืบค้นได้เป็นลายลักษณ์อักษร และในปี 2525 จึงได้เริ่มบัญญัติคำว่า “ยาหม่อง” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
 
3.ส่วนแบ่งการตลาดมาเป็นอันดับหนึ่ง
 

แม้จะเป็นยาหม่องแบรนด์ที่ 3 แต่ยาหม่องตราถ้วยทองก็มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดเกินกว่า 60%  ตัวเลขรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ล้านบาทในแต่ละปีและมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่าปีละ 30 ล้านบาท อันเนื่องมาจากกลยุทธ์การตลาดที่ลงมือทำเต็มที่และมีการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ให้สมกับยุคสมัยอย่างต่อเนื่อง
 
4.ลูกค้ากลุ่มแรกสุดคือคนดูหนังกลางแปลง
 

ในยุคแรก กลยุทธ์การตลาดของยาหม่องตราถ้วยทองนั้น จะเน้นไปที่กลุ่มคนที่มาดูหนังกลางแปลงเนื่องจากสมัยก่อน คนส่วนใหญ่เวลามานั่งดูหนังกลางแปลงจะนั่งตามพื้นหญ้า พื้นดิน ทำให้มีแมลงหรือสัตว์มีพิษ กัดต่อย รวมไปถึงปวดเมื่อยเวลานั่งนานๆ บริษัทจึงได้ใช้โอกาสนี้สร้างวลีในตำนาน อย่าง “วิงเวียนศีรษะ ทาถู ทาถู เคล็ด ขัดยอก ทาถู ทาถู แมลงสัตว์กัดต่อย ทาถู ทาถู ยาหม่องตราถ้วยทอง มิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัว”
 
5.รักษา Brand Identity ได้อย่างดี
 

ทุกคนรู้จัก ยาหม่องตราถ้วยทอง ผ่าน โลโก้ถ้วยสีทองซึ่งเป็นโลโก้ที่ใช้มาตั้งแต่กำเนิดยาหม่องตราถ้วยทองนับตั้งแต่ปี 2493 มี เนื่องจาก มองว่าโลโก้ถ้วยทองเดิมเป็นเหมือนอนุสาวรีย์ของแบรนด์ ที่อยู่ในความจดจำจากรุ่นสู่รุ่น และการรีแบรนด์หรือเปลี่ยนโลโก้ถ้วยทองใหม่จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินโฆษณาค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่จำเป็น
 
6.คำว่า “ทาถู ทาถู” จะปรากฏในสินค้าทุกประเภทของบริษัท
 

การพัฒนาสินค้าใหม่ยังคงมีคำว่ายาหม่องเข้ามาร่วมด้วย เช่น ยาหม่องเด็กตราคิดดี้ บาล์ม ,ยาหม่องน้ำแบบสเปรย์ ,ยาหม่องน้ำแบบลูกกลิ้ง เป็นต้น และสิ่งที่ไม่ลืมคือการใช้คำว่า “ทาถู ทาถู” ให้ปรากฏอยู่ในการโฆษณาของสินค้าทุกประเภทของบริษัทเพื่อตอกย้ำคำว่า  “ยาหม่องตราถ้วยทอง มิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ตัว ทาถูทาถู”ให้เป็นสโลแกนหลักที่ทุกคนจำได้ขึ้นใจ
 
7.บริหารงานด้วยทายาทรุ่นที่ 3 


ปัจจุบันยาหม่องตราถ้วยทองของบริษัทถ้วยทองโอสถจำกัดบริหารงานด้วยรุ่นที่ 3 นำโดยคุณเมธัส ลีลารัศมี ซึ่งมีการพัฒนารูปแบบสินค้าให้เข้ากับยุคสมัย ด้วยการปรับแพคเกจให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงรักษาองค์ประกอบสำคัญของตัวยาที่ไวต่อความร้อน สินค้าใหม่ของยาหม่องตราถ้วยทองเช่น ยาหม่องแบบสเปรย์ , ยาหม่องแบบลูกกลิ้ง นอกจากนี้ยังมีการบริหารต้นทุนด้วยการสั่งซื้อวัตถุดิบเป็นล็อตใหญ่เพื่ออำนาจในการต่อรองและทำให้ราคาจำหน่ายไม่สูงเกินไป
 
8.ขยายตลาดไปต่างแดนกว่า 10 ประเทศ
 

ภาพจากก goo.gl/62SHXa

การส่งออกไปต่างประเทศเป็นการขยายตลาดที่ทำให้ยาหม่องตราถ้วยทองเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้เพราะตลาดไทยเริ่มอิ่มตัวปัจจุบันยาหม่องถ้วยทองส่งออกไปต่างประเทศผ่านตัวแทนจำหน่าย 10 ประเทศทั่วโลก เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ เยเมน สหรัฐเช็ก ลาว เขมร ฟิลิปปินส์ และอื่นๆ
 
9.รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากในประเทศกว่า 85%
 

ส่วนใหญ่คนที่ซื้อยาหม่องถ้วยทองมาใช้เป็นยาสารพัดประโยชน์จะเป็นคนรุ่นเก่าที่เคยใช้กันมาอย่างยาวนาน สำหรับการดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์ทางบริษัทได้ใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้าง Awareness ให้คนรุ่นใหม่ได้สนใจ โดยสินค้าที่สร้างรายได้กว่า 85 % คือสินค้าประเภทยาหม่องบาล์ม ตามมาด้วยยาเม็ดและยาน้ำ 10%  อีก 5% เป็นสินค้าในกลุ่มยาหม่องน้ำทั้งหลาย
 
10.งบการตลาดจัดเต็มปีละ 60-70 ล้านบาท
 

อย่าได้แปลกใจว่าทำไมยาหม่องตราถ้วยทองถึงเป็นแบรนด์ขายดีแบบไม่มีทีท่าว่าจะตกเป็นสองรองใครในธุรกิจด้านนี้นั่นพราะ วิธีการทำตลาดที่เน้นตามกระแสโลกยุคใหม่ และให้ความสำคัญกับการโฆษณาในสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่องโดยพบว่างบด้านการตลาดของบริษัทถ้วยทองโอสถนั้นตั้งไว้สูงปีละ 60-70 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้สินค้าอยู่ในความรู้สึกของคนไทยตลอดไป
 
เรื่องราวอันน่าสนใจของสินค้าที่ดูแล้วไม่น่าจะมีอะไรอย่าง “ยาหม่อง” แต่กลายเป็นว่าสินค้าที่ดูบ้านๆ นี้กลับยึดพื้นที่ผู้นำทางการตลาดได้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เป็นบทเรียนให้สินค้ายุคใหม่ได้ศึกษาว่าการทำตลาดที่แท้จริงต้องทำอย่างไร และการจะเป็นธุรกิจที่เติบโตมั่นคงได้ไม่ใช่แค่จะมีกำลังเงินอย่างเดียว ไอเดียในการบริหารจัดการก็สำคัญไม่แพ้กัน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: 
@thaifranchise

 
สำหรับท่านใดที่ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจเรามีรวบรวมบทความมากมาย ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S
 
ขอบคุณรูปภาพจาก   www.facebook.com/goldencuppharma
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
410
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
392
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
388
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
381
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
357
ย้อนตำนาน "อาจารย์ยอด" จากคนเขียนโปสเตอร์หนัง สู..
335
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด