บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
4.0K
2 นาที
7 มกราคม 2563
ปี 2020 หมดยุคคอนโดให้เช่า/บ้านเช่า จริงหรือ?


ก้าวเข้าสู่ปี 2020 เต็มตัวพร้อมการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านพร้อมกฏหมายใหม่ที่มาพร้อมกับปีใหม่โดยเฉพาะกฏหมายเกี่ยวกับภาษีที่ดิน ที่ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ เป็นการหาเงินจากประชาชนมากขึ้นหรือเปล่า หลากหลายความคิดที่แสดงความเห็นกันออกมา

แต่ www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่าหนึ่งในธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจากกฏหมายใหม่ด้านภาษีคือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหากลองดูในเว็บบอร์ดชื่อดัง Pantip ก็มีการตั้งกระทู้พูดถึงเรื่องนี้ในหัวข้อที่ว่า “หมดยุคคอนโดให้เช่า บ้านให้เช่าแล้ว”
 
โดยผู้ตั้งกระทู้ได้ให้ความเห็นเริ่มต้นเรื่องนี้ว่า “จากปัจจุบันโดนทั้งภาษีที่ดิน LVT ไหนจะโดนเก็บเงินได้จากค่าเช่าได้ การที่ให้เช่าบ้านหรือคอนโดตึกแถวโดยไม่จ่ายเงินหรือโรงเรือนเป็นทางที่เลือกหนึ่งของการลงทุนที่พอได้กินบ้างสำหรับชนชั้นกลางหรือล่าง

ถ้าโดนมาตราการรัดทุกทางแบบผมมองว่าจะเกิดวิกฤตใหญ่ของอสังหาเรียกว่า ยิ่งกว่าแฮมเบอร์เกอร์ด้วยซ้ำ ผมมองว่าจะถึงคราวอสังหาราคาไม่ขยับไปไหนเป็นอีก 10 ปีเลยทีเดียว เหมือนที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่น หรือประเทศอื่นๆ

ภาพจาก bit.ly/35tL3fw
 
ไหนจะโดนดอกเบี้ยจากผ่อน ส่วนกลาง นายหน้า ภาษีที่ดิน ภาษีเงินได้เรียกว่าตัดคนที่ซื้อลงทุนให้เช่าไปเลย”
 
ซึ่งก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้มากมายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่เห็นด้วยแสดงความคิดว่า ภาษีที่เพิ่มขึ้น จะทำให้ราคาบ้านและที่ดินเพิ่มขึ้น และเจ้าของก็จะเอาต้นทุนนี้ไปบวกเพิ่มกับราคาค่าเช่า ทำให้คนรายได้น้อยหมดสิทธิ์ในการเช่าบ้านหรือคอนโด ในส่วนของคนที่เห็นต่างก็มองว่าการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบบใหม่เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งไม่น่าจะมีผลต่อการเช่าซึ่งหน้าที่ของคนเช่าคือการหาค่าเช่ามาจ่ายให้เจ้าของ และการเช่าอาจไม่ได้หมายถึงแค่การเช่าอยู่แต่อาจรวมถึงการเช่าเป็นบริษัท ห้างร้าน ต่างๆ  ซึ่งอย่างไรแล้วการเช่าอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงต้องมีอยู่ในสังคมต่อไป
 
ในส่วนของเรานั้นก็คิดว่า ปี 2020 อาจไม่ใช่การหมดยุคของคอนโดให้เช่าหรือบ้านเช่า เพียงแต่รูปแบบการเช่าอาจจะเปลี่ยนแปลงไป ตามภาวะสังคมที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นในทุกด้าน ซึ่งหากจะพูดถึงเรื่องนี้เราก็ต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่าการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะทำให้อัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้นได้อย่างไร
 
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทำให้อัตราค่าเช่าเพิ่มได้อย่างไร
 
ภาพจาก bit.ly/37DR8XW

ภาษี พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 จะเก็บภาษีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถือครองโดยแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
  1. เกษตรกรรม
  2. ที่อยู่อาศัย
  3. อื่นๆ ที่ไม่ใช่เกษตรกรรมและอยู่อาศัย
  4. ที่รกร้างว่างเปล่า
ข้อแตกต่างที่ชัดเจนคือการคำนวณฐานภาษีต่ำไปหาสูง ได้แก่ ที่ดินเกษตรกรรม เริ่มต้นเก็บล้านละ 100-1,000 บาท ที่อยู่อาศัย เริ่มจัดเก็บล้านละ 200-3,000 บาท, อื่น ๆ (ทำการค้า) เริ่มจัดเก็บล้านละ 3,000-7,000 บาท และที่ดินเปล่า เริ่มจัดเก็บเท่าประเภททำการค้า คือเริ่มต้นล้านละ 3,000 บาท แต่ถ้าหากทุก ๆ 3 ปีเจ้าของที่ดินไม่ทำประโยชน์อะไร ภาษีจะถูกบวกเพิ่มล้านละ 3,000 บาท ทบไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชนเพดานไม่เกินล้านละ 30,000 บาท หรือเพดานภาษี 3%

ภาพจาก bit.ly/2MZ8ire
 
หรือโฟกัสให้มองเห็นภาพเฉพาะการสร้างบ้านให้เช่า หรือการสร้างคอนโด อพาร์ทเม้นสำหรับการเช่าอัตราภาษีตามมูลค่าของฐานภาษี ดังนี้
  • มูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 50 ล้านบาท อัตราภาษีต่อปี 0.02% = ล้านละ 200 บาท
  • ส่วนที่เกิน 50 แต่ไม่เกิน 75 ล้านบาท อัตราภาษีต่อปี 0.03% = ล้านละ 300 บาท
  • ส่วนที่เกิน 75 แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท อัตราภาษีต่อปี 0.05% = ล้านละ 500 บาท
  • ส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทขึ้นไป อัตราภาษีต่อปี 0.10% = ล้านละ 1,000 บาท
ซึ่งในงานสัมมนาแห่งปี “วิเคราะห์ทิศทางอสังหาริมทรัพย์ 2020” ที่จัดโดย REIC (ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์) ได้เชิญกูรูด้านอสังหาริมทรัพย์มาพูดถึงแนวโน้มของธุรกิจนี้ในปี 2020 มีการแสดงความเห็นที่น่าสนใจโดยสรุปคือ
 
“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มีผลทางจิตวิทยาทำให้คนกลัวไม่กล้าซื้อบ้านหลังที่สอง, บ้านพักตากอากาศ รวมทั้งมีการนำที่ดินออกมาประกาศขาย แต่เป็นที่ดินที่คนไม่อยากซื้อเพราะทำเลไกลเกินไปไม่สามารถลงทุนบ้านจัดสรรหรืออาคารชุดได้ ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงยังชะลอตัว กลุ่มราคาขาย 1.5-5 ล้านบาทจะมีสัดส่วนการขายได้มากที่สุด แต่ก็ต้องคำนึงถึงทำเลเช่นอยู่ตามแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ  หากเป็นทาวน์เฮาส์ก็ต้องอยู่ระหว่างบ้านเดี่ยวกับคอนโด หรือถ้าเป็นบ้านเดี่ยวก็ควรอยู่รอบนอกหรือปลายแนวรถไฟฟ้า”

ภาพจาก  bit.ly/2sTo400
 
โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ประมาณการจำนวนหน่วยเหลือขายที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ณ สิ้นปี 2562 มีจำนวนประมาณ 149,000 หน่วย และคาดว่า ณ สิ้นปี 2563 จะมีจำนวนประมาณ 139,000 หน่วย ลดลง 6.7% เนื่องจากรัฐบาลออกมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์

คาดว่าจะทำให้เร่งโอนกรรมสิทธิ์บ้านและคอนโดฯ ใหม่ที่สร้างโดยผู้ประกอบการ และช่วยให้ปริมาณโครงการที่เหลือขายสะสมในตลาดถูกดูดซับออกไป จนสามารถปรับสมดุลของโครงการเหลือขายให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 138,720 หน่วยได้
 
เช่นเดียวกับประมาณการจำนวนหน่วยเหลือขายที่อยู่อาศัยในจังหวัดหลักภูมิภาค 20 จังหวัด ณ สิ้นปี 2562 มีจำนวนประมาณ 109,000 หน่วย และคาดว่า ณ สิ้นปี 2563 จะมีจำนวนประมาณ 87,000 หน่วย ลดลง 20.1% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่มีจำนวนเหลือขายเฉลี่ย 106,790 หน่วย

ภาพจาก  bit.ly/2ZVBPHw
 
หากพิจารณาจากหลากหลายองค์ประกอบ เรื่องที่พักอาศัยยังเป็น หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญ แต่ในภาวะที่รายจ่ายรอบด้าน คนทำงานทั่วไปเลือกจะเช่าห้องแบบราคาถูกมากกว่า สำหรับคนที่จะซื้อหรือเช่าคอนโด บ้านเดี่ยวต่างๆ ต้องมาพิจารณารายได้ตัวเองในระยะยาวเป็นสำคัญเพราะเป็นหนี้สินผูกพันระยะยาวและมีการปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยไม่คงที่

คำว่าหมดยุคก็คงไม่หมดซะทีเดียวแต่กำลังการซื้อหรือเช่าอาจจะชะลอตัวไปบ้าง ในกลุ่มผู้ลงทุนเองก็ต้องนำปัจจัยการชะลอตัวนี้มาพิจาณาหากคิดจะเปิดโครงการใหม่ๆ  ซึ่งก็ต้องมาดูอีกว่านับจากนี้ปัญหาค่าเงิน รายจ่ายและรายได้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บ้าง
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter 
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
469
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
410
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
369
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
367
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
355
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
353
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด