บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเงิน บัญชี ภาษี การลงทุน    ความรู้ทั่วไปทางการเงิน
465
2 นาที
24 พฤศจิกายน 2564
รวมรายจ่ายที่คนไทย “ควรระวัง” ช่วงปลายปี
 

การแพร่ระบาดของโควิด 19 กว่า 2 ปีที่ผ่านมาทำให้เกิดผลกระทบในเรื่องรายได้ของคนไทยทั้งประเทศ สารพัดเทคนิคในการรัดเข็มขัดให้กับตัวเองถูกนำมาใช้ แน่นอนว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายตอนนี้เศรษฐกิจก็เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่รายได้ของคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่สูงขึ้น

www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่าช่วงนี้ทุกคนน่าจะประคองตัวเองเพื่อรอดูความชัดเจนในเรื่องต่างๆ แต่ก็ประจวบเหมาะกับตอนนี้ที่กำลังเข้าสู่ปลายปี เป็นเวลาใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่แม้บางทีไม่อยากจ่ายแต่ด้วยอารมณ์พาไปบางทีก็ทำให้เราจับจ่ายใช้สอยอย่างไม่รู้ตัวโดยเฉพาะช่วงนี้สินค้าต่างๆ มีการจัดโปรโมชั่นและมีกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจมาก ถ้าไม่ระวังการใช้จ่ายในช่วงนี้ให้ดี ความพยายามในการเก็บเงินมาตลอดทั้งปีอาจจะสูญเปล่าก็เป็นได้
 
คนไทยใช้จ่ายต่อเดือนมากแค่ไหน อะไรที่เราใช้จ่ายมากที่สุด??
 

ภาพจาก freepik.com

จากข้อมูลของการใช้จ่ายต้นปี 2564 พบว่าค่าใช้จ่ายครัวเรือนทั่วประเทศจะเฉลี่ยเดือนละ 21,329 บาท โดยผู้คนมักเสียค่าใช้จ่ายไปกับค่าอาหาร เครื่องดื่ม หรือยาสูบ มากที่สุด คิดเป็น 35.6% รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องอื่นแตกต่างกันไป ตามสัดส่วนเช่น ที่อยู่อาศัย เครื่องแต่งบ้าน และเครื่องใช้ต่างๆ 20.6% ,ค่าเดินทางและยานพาหนะ 17.2% ,เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และของใช้ส่วนบุคคล 4.7% ,การสื่อสาร 4.0% ,การศึกษา 1.5% เป็นต้น

ในขณะที่ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค คิดเป็น 13.0% ซึ่งครอบคลุมรายจ่ายประเภทภาษี เบี้ยประกันภัย ดอกเบี้ย ซื้อสลากกินแบ่ง/หวย และอื่นๆ
ซึ่งในความเป็นจริงตัวเลขที่ประเมินนี้อาจไม่ใช่ตัวเลขที่ใกล้เคียงกับบางครอบครัว บางคนอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับรายได้ของแต่ละครัวเรือนและการบริหารจัดการด้านการเงินที่แตกต่าง 
 
รวมค่าใช้จ่ายที่คนไทย “ควรระวัง” ช่วงปลายปี
 
และเพื่อให้คนที่วางแผนการเงินมาตลอดทั้งปีไม่ต้องมาพังเพราะค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี ลองไปดูว่า ช่วงส่งท้ายปลายปีแบบนี้มีค่าใช้จ่ายอะไรที่ต้องระวังบ้าง
 
1.ค่าใช้จ่ายจากบัตรเครดิต
 

ภาพจาก freepik.com

บัตรเครดิตก็เป็นธุรกิจประเภทหนึ่งและรู้ความต้องการของคนไทยในช่วงเทศกาลแบบนี้ดี ว่าต้องการเงินสด ต้องการใช้จ่าย ดังนั้นเราจึงเห็นว่าแต่ละค่ายบัตรมีแคมเปญที่น่าสนใจผุดขึ้นมาในช่วงเวลาแบบนี้เยอะมาก ไม่ว่าจะแคมเปญ 0% , ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง , ยิ่งซื้อยิ่งได้ ไม่รวมถึงการได้แต้มโบนัสเพื่อนำไปแลกของรางวัลต่างๆ ถือเป็นสุดยอดกลยุทธ์ที่อาจทำให้เราเผลอใจเลือกใช้บัตรเครดิตกันมากขึ้น และแน่นอนว่าจะกลายเป็นค่าใช้จ่ายตามมาในภายหลัง ซึ่งถ้าไม่วางแผนการใช้จ่ายดี ๆ หลังผ่านเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปเราอาจได้เริ่มต้นปี ด้วยการเป็นหนี้ก้อนโตก็ได้
 
2.ค่าใช้จ่ายที่ต้องการนำไป “ลดภาษี”
 

ภาพจาก freepik.com

สำหรับบางคนที่มีภาระในการต้องจ่ายภาษีประจำปีอาจมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อจ่ายภาษีต้นปีหน้าให้น้อยที่สุด
 
วิธีที่เห็นชัดเจนคือการมองหาการลงทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุน หรือการจ่ายซื้อสินค้าบริการทางการเงินที่สามารถมาลดหย่อนภาษีได้ ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ การซื้อประกันชีวิตไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือจะซื้อให้พ่อแม่ก็ล้วนนำมาลดภาษีได้สำหรับคนที่กำลังมองหาแบบประกันเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ ตัวเลขผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงและตัวเลขที่ทำให้ลดหย่อนภาษีได้ก็อาจจะทำให้เผลอตกปากรับคำไปก่อนจะศึกษาข้อมูลและกลายเป็นว่าแทนที่จะได้เก็บเงินในช่วงนี้ต้องมาจ่ายไปกับสินค้าและบริการเหล่านี้เพียงเพื่อต้องการนำไปลดหย่อนภาษีเท่านั้น
 
3.ค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยว/สังสรรค์
 

ภาพจาก freepik.com

เป็นเรื่องธรรมดาที่ปลายปีหลายคนจัดทริปท่องเที่ยวให้กับตัวเองและครอบครัว ยิ่งตอนนี้มีการคลายล็อคน์ และยังสนับสนุนให้คนไทยได้ออกมาเที่ยวมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากโครงการของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง มองในแง่ดีมันคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ถ้าไม่ระวังให้ดีรายจ่ายที่เกิดจากการท่องเที่ยวนี้อาจทำให้เรามีปัญหาเรื่องการเงินได้เลยทีเดียว ดังนั้นถ้าอยากจะเที่ยวต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายให้มีคุณภาพ มีการจัดงบประมาณที่เหมาะสม กำหนดค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนในแต่ละทริป และควรวางแผนให้ตัวเองมีเงินสำรองไว้ใช้ในยามฉุกเฉินด้วย
 
4.ค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าที่ไม่จำเป็น
 

ภาพจาก freepik.com

หลายคนที่นึกถึงเทศกาลปีใหม่ ก็นึกอยากแต่งบ้านให้สวยงาม นำไปสู่การซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะตอนนี้การช็อปปิ้งออนไลน์ทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้วคลิ๊ก อยากซื้ออะไรอยากได้อะไรแค่ใช้มือถือเครื่องเดียวจัดส่งให้ได้ถึงหน้าบ้าน เมื่อยิ่งซื้อได้ง่าย เราก็ยิ่งจ่ายง่าย แถมการตลาดออนไลน์ช่วงนี้มีการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ทำให้บางคนรอช่วงเวลาแบบนี้ในการซื้อ ซื้อ และซื้อ สินค้าบางอย่างที่ซื้อมาบางทีไม่จำเป็น แต่ก็ยังซื้อมาเพียงเพราะว่ามันลดราคาหรือรู้สึกว่าถ้าไม่ซื้อตอนนี้อาจได้สินค้าราคาแพงในภายหลัง ทางที่ดีควร ตั้งกฎให้แน่วแน่ว่าจะจ่ายให้กับการซื้อสินค้าเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านการเงินในภายหลังได้
 
5.ค่าใช้จ่ายจากการเป็น “เหยี่อการตลาด”
 

ภาพจาก freepik.com

นอกจากกลยุทธ์สำหรับสินค้าขนาดใหญ่แล้ว ในกลุ่มสินค้าขนาดเล็กกลยุทธ์การตลาดสุดท้ายนี้มักพบเห็นกันทั่วไปด้วยพัฒนาการของระบบการตลาดออนไลน์ที่เข้าถึงทุกคนผ่าน application บนโทรศัพท์มือถือ บริษัทอาจจัดส่ง e-coupon ทางโทรศัพท์ หรือบางแห่งอาจเตรียมคูปองบนแผ่นพับใบปลิวในห้างสรรพสินค้า เพื่อโน้มน้าวให้ลูกค้าเข้าไปใช้บริการและเลือกซื้อสินค้า ซึ่งคนส่วนใหญ่เห็นกลยุทธ์เหล่านี้แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นเหยื่อ ที่ยอมเดินเข้าไปซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องระวังเช่นกัน
 
นอกจากค่าใช้จ่ายที่เราได้กล่าวมาเชื่อว่าปลายปีแบบนี้ยังมีอีก “หลายค่า” ที่จะตามมาและบางทีจำเป็นต้องจ่าย เช่น ภาษีรถยนต์ , ประกันรถยนต์ , ประกันสุขภาพ ทางที่ดีถ้าเรารู้ว่าปลายปีแบบนี้ค่าใช้จ่ายเราสูงก็ควรวางแผนการเงินมาตั้งแต่ต้นปีเพื่อให้เรามีเงินใช้จ่ายมากพอกับทุกรายจ่ายที่ต้องเผชิญ และควรวางแผนให้เรามีเงินเหลือเก็บเอาไว้ส่วนหนึ่งด้วยเพื่อที่จะได้เริ่มต้นปีใหม่อย่างอุ่นใจว่าอย่างน้อยเราก็มีเงินติดบัญชีไว้มากพอเผื่อยามฉุกเฉิน
 
ติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter