บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
344
3 นาที
19 พฤษภาคม 2569
อวสานร้านเหล้าท้องถิ่น เจ้าของต้องดิ้น คนกินไม่เข้า


แม้ยามค่ำคืนในย่านท่องเที่ยวและร้านนั่งชิลยังดูคึกคัก ผู้คนยังออกมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยผู้ประกอบการร้านเหล้าขนาดเล็กที่กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่พุ่งสูง กำลังซื้อที่ชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงจนหลายร้านเริ่มไปต่อไม่ไหว
 
ช่วงที่ผ่านมา ร้านนั่งชิล บาร์ และร้านอาหารกึ่งผับจำนวนมากทยอยประกาศเซ้งกิจการ โดยเฉพาะในย่านเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน หลายร้านลงทุนหลักแสนถึงหลักล้านบาท แต่กลับอยู่ไม่ถึงปี บางแห่งปิดตัวภายในไม่กี่เดือน หลังรายได้ไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่ต้องแบกรับ
 
แม้หลายคนมองว่าขายเหล้ายังไงก็กำไร เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีมาร์จิ้นสูง แต่ความจริงผู้ประกอบการต้องรับภาระต้นทุนจำนวนมาก ทั้งค่าเช่า ค่านักดนตรี ค่าลิขสิทธิ์เพลง ค่าไฟ ค่าพนักงาน รวมถึงความเสียหายจากเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้าน
 
ขณะเดียวกัน ร้านเหล้ายังมีเวลาทำเงินจริงเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อคืน ต่างจากร้านอาหารทั่วไปที่เปิดขายได้ทั้งวัน ทำให้หลายร้านต้องเร่งจัดโปรโมชัน ลดราคา หรือทำสงครามตัดราคาเพื่อดึงลูกค้า จนสุดท้ายกระทบต่อกำไรและสภาพคล่องของธุรกิจเอง
 
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ธุรกิจร้านเหล้าขนาดเล็กในวันนี้ ไม่ใช่แค่มีเงินลงทุนก็เปิดได้ แต่ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ การบริหารต้นทุน การสร้างจุดขาย และความสามารถในการปรับตัว เพราะหาก “ไม่เก่งจริง” ก็อาจอยู่รอดได้ไม่นานในตลาดธุรกิจกลางคืนที่แข่งขันดุเดือดมากขึ้นทุกวัน
 
ภาพฝัน VS ความจริง ร้านเหล้าไม่ได้กำไรงามอย่างที่คิด
 

หนึ่งในภาพจำของธุรกิจร้านเหล้าที่หลายคนมักมองเห็น คือการขายเครื่องดื่มแอลกอฮในราคาสูง โดยเฉพาะ “มิกเซอร์” หรือเครื่องดื่มผสมเหล้า ที่มีต้นทุนเพียงไม่กี่บาท แต่สามารถขายได้แก้วละ 50-60 บาท ทำให้หลายคนเชื่อว่า ธุรกิจประเภทนี้คือ “เสือนอนกิน” ที่ยิ่งคนเต็มร้านก็จะยิ่งทำกำไรมหาศาล
 
แต่ในความเป็นจริง ผู้ประกอบการร้านเหล้าจำนวนมากกลับมองต่างออกไป เพราะแม้ยอดขายต่อคืนจะดูสูง แต่เมื่อหักต้นทุนทั้งหมดแล้ว กำไรสุทธิของร้านส่วนใหญ่อยู่เพียงประมาณ 15-20% เท่านั้น ใกล้เคียงกับธุรกิจร้านอาหารทั่วไป และบางร้านแทบไม่เหลือกำไรเลยในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว
 
สาเหตุสำคัญมาจาก “ต้นทุนแฝง” จำนวนมากที่ผู้บริโภคมักไม่เคยเห็น ตั้งแต่ค่านักดนตรีสดที่หลายร้านต้องจ้างมากกว่า 1 วงต่อคืน ค่า Sound Engineer ดูแลระบบเสียง ค่าลิขสิทธิ์เพลงที่มีค่าใช้จ่ายหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อปี รวมถึงค่าไฟฟ้าที่สูงกว่าร้านอาหารทั่วไปจากการใช้แสง สี เสียง และเครื่องปรับอากาศตลอดคืน
 
นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายนอกระบบหรือ “ค่าใต้โต๊ะ” ในบางพื้นที่ รวมถึงต้นทุนความเสียหายจากลูกค้าเมาสุรา ทั้งเหตุทะเลาะวิวาท ข้าวของเสียหาย หรือบางครั้งต้องชดเชยให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ภายในร้าน
ผู้ประกอบการรายหนึ่งสะท้อนว่า “คนภายนอกเห็นร้านแน่นอาจคิดว่ารวย แต่ความจริงบางคืนขายได้เยอะก็จริง แต่รายจ่ายก็วิ่งตามมาทุกทาง”
 
ค่าเช่าเต็มวัน แต่ขายได้ไม่กี่ชั่วโมง
 

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของธุรกิจร้านเหล้าและร้านนั่งชิล คือข้อจำกัดด้าน “เวลาทำเงิน” ที่น้อยกว่าธุรกิจร้านอาหารทั่วไปอย่างชัดเจน แม้จะต้องแบกรับต้นทุนค่าเช่าในอัตราใกล้เคียงกัน
 
โดยทั่วไปร้านอาหารทั่วไปสามารถเปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงดึก หรือประมาณ 11.00-22.00 น. คิดเป็นเวลาขายรวมกว่า 13 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ร้านเหล้าหรือร้านนั่งชิลส่วนใหญ่ แม้จะเปิดร้านตั้งแต่ช่วงเย็น แต่ลูกค้าจะเริ่มเข้าจริงในช่วงประมาณ 19.00 น. เป็นต้นไป และหลายร้านต้องปิดให้บริการภายในเวลาเที่ยงคืนถึงตี 1 ตามข้อกำหนดของกฎหมาย
 
นั่นหมายความว่า ร้านเหล้ามี “เวลาทำเงินจริง” เพียงประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อคืนเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนหลักอย่างค่าเช่า ค่าพนักงาน ค่าไฟ และค่าดูแลระบบต่างๆ ยังคงเกิดขึ้นเต็มวันเหมือนธุรกิจทั่วไป
 
ผู้ประกอบการจำนวนมากยอมรับว่า รายได้ของร้านส่วนใหญ่มักกระจุกตัวอยู่เฉพาะคืนวันศุกร์และวันเสาร์ ส่วนวันธรรมดาหลายร้านแทบไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ บางคืนมีลูกค้าเพียงไม่กี่โต๊ะ แต่ยังต้องแบกรับต้นทุนเท่าเดิมทุกวัน
 
ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะเมืองขนาดกลางหรือหัวเมืองรอง พฤติกรรมผู้บริโภคยังนิยมออกเที่ยวเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ร้านจำนวนไม่น้อยแม้จะลงทุนตกแต่งร้านหลักล้านบาท แต่กลับไม่สามารถสร้างรายได้เพียงพอให้ครอบคลุมต้นทุนระยะยาวได้
 
“ร้านเหล้าเจ๊งง่ายกว่าที่คิด” ลงทุนหลักแสน อยู่ไม่ถึงปี
 

ท่ามกลางภาพจำว่าธุรกิจร้านเหล้าสามารถสร้างรายได้จำนวนมาก ความจริงที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่จำนวนไม่น้อย
 
กรณีของเจ้าของร้านนั่งชิลรายหนึ่งที่ลงทุนเปิดร้านกว่า 500,000 บาท แต่ผ่านไปเพียง 2 เดือนกลับยังขาดทุนต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจประเภทนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้ร้านจะมีโต๊ะรองรับลูกค้ากว่า 20 โต๊ะ มีดนตรีสดในช่วงสุดสัปดาห์ และตั้งอยู่ในทำเลที่ค่าเช่าไม่สูงมากนัก แต่รายได้ที่เข้ามาก็ยังไม่เพียงพอกับต้นทุนในแต่ละเดือน
 
เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่าหลายร้านที่ไม่สามารถสร้าง “จุดขาย” ที่ชัดเจนให้กับตัวเองได้ บางร้านไม่มีครัวของตัวเอง ต้องสั่งอาหารจากร้านข้างเคียงมาขายต่อ ทำให้เสียโอกาสในการสร้างรายได้จากอาหาร ขณะที่บางร้านยังไม่มีเมนู Signature หรือเครื่องดื่มเฉพาะร้านที่สามารถดึงดูดลูกค้าให้กลับมาใช้บริการซ้ำ
 
นอกจากนี้ การแข่งขันที่รุนแรงทำให้หลายร้านต้องใช้วิธีลดราคา หรือจัดโปรโมชันหนักเพื่อดึงลูกค้า เช่น ขายมิกเซอร์ราคาต่ำกว่าท้องตลาด หรือจัดโปรเหล้าเซ็ตในราคาถูก จนท้ายที่สุดกำไรต่อโต๊ะลดลงอย่างมาก
 
ผู้ประกอบการในธุรกิจรายหนึ่งกล่าวว่า “คนเต็มร้านไม่ได้แปลว่ากำไรเสมอไป”
 
เพราะแม้ร้านจะมีลูกค้าเข้ามาจำนวนมาก แต่หากโครงสร้างต้นทุนไม่สมดุล ไม่มีรายได้จากอาหาร หรือใช้โปรโมชันหนักเกินไป สุดท้ายรายรับที่ได้อาจไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละคืน
 
เศรษฐกิจยุคใหม่ คนยังเที่ยว แต่ใช้เงินน้อยลง
 

ภาพจาก https://app.envato.com

แม้บรรยากาศร้านนั่งชิลและสถานบันเทิงหลายแห่งยังมีลูกค้าออกมาใช้ชีวิตยามค่ำคืน แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวที่ผู้คนยังออกจากบ้าน แต่ระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น
 
หลายร้านในย่านธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวอย่างทองหล่อเริ่มทยอยประกาศเซ้งกิจการ หลังแบกรับต้นทุนไม่ไหว ขณะที่ลูกค้าส่วนใหญ่มักสั่งอาหารและเครื่องดื่มน้อยลง แชร์กันกิน หรือเลือกร้านที่มองว่า “คุ้มค่า” มากที่สุด
 
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า วันนี้ธุรกิจร้านเหล้าไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องบรรยากาศหรือดนตรีอีกต่อไป แต่กำลังแข่งขันกันเรื่อง “ความคุ้มค่า” ที่สามารถตอบโจทย์กำลังซื้อของลูกค้าในยุคเศรษฐกิจเปราะบางได้มากกว่า
 
คนรอดคือใคร
 
ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด ร้านที่ยังสามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน มักไม่ใช่ร้านที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นร้านที่สามารถสร้าง “ประสบการณ์” ให้ลูกค้าได้ครบมากกว่า
 
ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่มีคุณภาพ เมนู Signature ค็อกเทลเฉพาะร้าน ดนตรีสดที่แตกต่างจากร้านอื่น หรือการทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำ รวมถึงการบริหารต้นทุนและระบบบัญชีที่ชัดเจน
 
ผู้ประกอบการหลายรายมองตรงกันว่า “ยุคนี้ร้านเหล้าไม่ใช่แค่ที่กินดื่ม แต่ต้องเป็น Experience” เพราะลูกค้าไม่ได้เลือกเพียงสถานที่นั่งดื่มอีกต่อไป แต่เลือก “ความรู้สึก” และความคุ้มค่าที่จะได้รับกลับมา
 
สรุป
 
ธุรกิจร้านเหล้าขนาดเล็กอาจดูเป็นความฝันของใครหลายคน แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เปราะบางและมีการแข่งขันสูงที่สุด เพราะต้องแบกรับทั้งต้นทุน กฎหมาย พฤติกรรมผู้บริโภค และแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
 
ในวันที่ผู้บริโภคยังออกมาใช้ชีวิต แต่ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น คำถามสำคัญของธุรกิจร้านเหล้าอาจไม่ใช่ “ร้านไหนขายดีที่สุด” แต่คือ “ร้านไหนจะอยู่รอดได้ในระยะยาว” มากกว่า
 
แหล่งข้อมูล 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
409
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
387
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
383
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
380
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
356
ย้อนตำนาน "อาจารย์ยอด" จากคนเขียนโปสเตอร์หนัง สู..
333
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด