บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
283
2 นาที
22 ตุลาคม 2569
หางานในอเมริกาไม่ได้ สาวนิวซีแลนด์หันมาขายแครกเกอร์โฮมเมด สร้างธุรกิจรายได้กว่า 350 ล้านบาทต่อปี


จากคนที่หางานทำในสหรัฐฯ ไม่ได้ สู่เจ้าของธุรกิจขนมเพื่อสุขภาพที่วางขายในร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ นี่คือเรื่องราวของ Rebecca Brady ผู้ก่อตั้ง Top Seedz แบรนด์แครกเกอร์จากเมล็ดพืชที่เริ่มต้นจากครัวเล็กๆ และเงินเก็บของครอบครัวเพียง 5,000 ดอลลาร์
 
Brady เป็นชาวนิวซีแลนด์ที่เคยทำงานด้านการตลาดให้ Hewlett-Packard ก่อนย้ายไปญี่ปุ่นในปี 2005 ตามสามีที่ได้รับโอกาสทำงานในบริษัทด้านอากาศยาน แต่เนื่องจากเธอไม่สามารถขอใบอนุญาตทำงานได้ จึงต้องใช้เวลาหลายปีเลี้ยงดูลูกสามคน และทำขนมโฮมเมดที่ทำให้เธอคิดถึงบ้านเกิด
 
เมื่อย้ายมาอยู่สหรัฐฯ ในปี 2015 เธอได้รับใบอนุญาตทำงาน แต่กลับหางานประจำได้ยาก ช่วงนั้นเธอเริ่มสร้างมิตรภาพผ่านการเล่นเทนนิส และมักนำแครกเกอร์จากเมล็ดพืชที่ทำเองไปแบ่งให้เพื่อน ๆ ชิมสิ่งที่ทำให้เธอเริ่มมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ คือปฏิกิริยาของคนรอบตัว ทุกครั้งที่นำขนมไป เพื่อน ๆ ต่างชื่นชอบ และบางครั้งก็ผิดหวังเมื่อเธอไม่ได้เตรียมมาให้

 
ภาพจาก https://citly.me/zqwpdt
 
จากขนมที่ทำกินกันในกลุ่มเพื่อน Brady จึงเริ่มตั้งคำถามว่า หากนำแครกเกอร์สูตรนี้ไปขายจริง จะมีลูกค้าคนอื่นสนใจด้วยหรือไม่ในปี 2017 เธอตัดสินใจนำขนมไปขายที่ตลาดเกษตรกรในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก โดยหวังเพียงว่าจะขายได้สักหนึ่งกล่อง แต่เมื่อขายกล่องแรกสำเร็จ เธอก็เริ่มตั้งเป้าหมายใหม่ให้ขายได้สองกล่องแม้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่เล็กมาก แต่การทดลองครั้งนั้นกลายเป็นก้าวแรกของ Top Seedz

เริ่มจากเงินเก็บ 5,000 ดอลลาร์ และครัวเช่าราคาถูก

 
ภาพจาก https://citly.me/zqwpdt
 
Brady นำเงินเก็บของครอบครัว 5,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 175,000 บาท มาลงทุนในธุรกิจ โดยใช้เงินอย่างระมัดระวัง เน้นเฉพาะสิ่งจำเป็น เช่น วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าจ้างที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์เธอเลือกเช่าครัวส่วนกลางเก่าๆ ในราคาเพียงเดือนละ 400 ดอลลาร์ หรือประมาณ 14,000 บาท ซึ่งสามารถผลิตแครกเกอร์ได้ประมาณ 10-20 กล่องต่อชั่วโมง แม้จะมีข้อจำกัดมากมาย ตั้งแต่เตาอบที่มีปัญหาไปจนถึงอุปกรณ์ที่ไม่ทันสมัย
 
ในช่วงแรก Brady ยังไม่มั่นใจว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จถึงขั้นไหน จึงระมัดระวังการใช้เงินอย่างมาก ถึงกับยังไม่ได้สร้างเว็บไซต์ให้แบรนด์ เพราะกลัวว่าจะเป็นการลงทุนที่สูญเปล่าตลอดปีแรก เธอขายแครกเกอร์ได้ประมาณ 20 กล่องต่อสัปดาห์ผ่านตลาดเกษตรกรในท้องถิ่น แม้จะเป็นยอดขายที่ไม่ได้สูงมาก แต่ก็เพียงพอให้ธุรกิจทำกำไรจากเงินลงทุนเริ่มต้นได้
 
สิ่งที่เธอทำต่อจากนั้นคือ นำสินค้าไปให้ร้านขายอาหารท้องถิ่นและร้านสหกรณ์ทดลองจำหน่าย เพื่อพิสูจน์ว่าแครกเกอร์ของเธอมีโอกาสเติบโตนอกเหนือจากตลาดเกษตรกรหรือไม่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Top Seedz ได้วางขายใน Wegmans เครือซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังในสหรัฐฯ ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ และกลายเป็นผลงานที่เธอสามารถนำไปใช้เจรจากับร้านค้าอื่น ๆ ได้
 
เมื่อร้านค้าปลีกรายใหญ่ยอมรับสินค้า ร้านค้าแห่งอื่นก็เริ่มหันมาสนใจมากขึ้น จากธุรกิจเล็ก ๆ ในบัฟฟาโล Top Seedz ค่อย ๆ ขยายตลาดไปทั่วประเทศ

จากยอดขาย 5 ล้านดอลลาร์ สู่เป้าหมาย 10 ล้านดอลลาร์ต่อปี
 
 
ภาพจาก https://citly.me/zqwpdt
 
หลังดำเนินธุรกิจมา 7 ปี Top Seedz เติบโตจนมีสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้ากว่า 4,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ รวมถึง Whole Foods, Giant และ Erewhon ในปี 2023 บริษัทมีรายได้ประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 175 ล้านบาท และในช่วงที่มีการรายงานข่าว Brady คาดว่ารายได้ปี 2024 จะสูงกว่า 10 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 350 ล้านบาท พร้อมทั้งระบุว่าธุรกิจมีกำไรแล้ว
 
ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านช่องทางค้าปลีก ขณะเดียวกัน ในปี 2022 แบรนด์ยังได้รับแรงส่งจาก Gwyneth Paltrow นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ด้านไลฟ์สไตล์ชื่อดัง โพสต์ถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทบนโซเชียลมีเดียหลายครั้ง
 
สำหรับแบรนด์ขนาดเล็ก การที่บุคคลมีชื่อเสียงกล่าวถึงสินค้าโดยไม่คาดคิดสามารถช่วยเพิ่มการรับรู้และดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อสินค้ามีจุดขายชัดเจนอยู่แล้วอย่างไรก็ตาม Brady ไม่ได้พึ่งพากระแสบนโซเชียลมีเดียเพียงอย่างเดียว แต่ยังเดินหน้าพัฒนากำลังการผลิตและขยายช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
 
บริษัทกำลังย้ายเข้าสู่โรงงานแห่งใหม่ขนาดประมาณ 35,000 ตารางฟุตในตัวเมืองบัฟฟาโล ซึ่งเธอระบุว่าจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึงสิบเท่า โดยโรงงานใหม่นี้สามารถผลิตแครกเกอร์ได้ประมาณ 16,000 กล่องภายในสี่ชั่วโมง จากเดิมที่ปริมาณใกล้เคียงกันต้องใช้เวลาเกือบสองวัน
 
ความสำเร็จที่ไม่ได้วัดแค่รายได้

 
ภาพจาก https://citly.me/zqwpdt
 
อีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ Top Seedz แตกต่างจากธุรกิจอาหารทั่วไป คือแนวทางการจ้างงานของบริษัทจากพนักงานทั้งหมด 44 คน ประมาณ 90% เป็นผู้ลี้ภัยจากราว 20 ประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง บริษัทช่วยฝึกทักษะการทำงาน พร้อมสนับสนุนการเรียนภาษาอังกฤษ และจัดเตรียมห้องสำหรับคุณแม่กับห้องละหมาด เพื่อให้พนักงานปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดีขึ้น
 
Brady เข้าใจความยากลำบากของการย้ายมาอยู่ในประเทศใหม่และการหางานทำ แม้เธอจะไม่ใช่ผู้ลี้ภัย แต่ประสบการณ์ของตัวเองทำให้เธอเข้าใจว่าการเริ่มต้นชีวิตในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยนั้นไม่ง่ายเธอจึงต้องการให้ธุรกิจเป็นมากกว่าแหล่งสร้างรายได้ แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่มีโอกาสทำงานและพัฒนาตัวเองไปพร้อมกัน
 
ในอนาคต Brady ยังต้องการขยายไลน์สินค้าและตลาดจำหน่าย โดยมองทั้งแคนาดาและนิวซีแลนด์ บ้านเกิดของเธอเป็นเป้าหมายสำคัญเรื่องราวของ Top Seedz สะท้อนให้เห็นว่า บางครั้งโอกาสทางธุรกิจอาจเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่ชีวิตไม่ได้เป็นไปตามแผน จากคนที่หางานประจำไม่ได้ Brady เลือกทดลองขายสิ่งที่ตัวเองทำได้ดี ใช้เงินอย่างระมัดระวัง และค่อย ๆ สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

 
ภาพจาก https://citly.me/zqwpdt
 
เธอไม่ได้เริ่มจากโรงงานขนาดใหญ่หรือเงินลงทุนมหาศาล แต่เริ่มจากแครกเกอร์หนึ่งกล่องที่ตลาดเกษตรกร ก่อนจะพาธุรกิจไปสู่ร้านค้ากว่า 4,000 แห่ง บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นธุรกิจ แต่คือการเริ่มลงมือทำจากสิ่งที่มี ทดสอบตลาดจริง ควบคุมต้นทุน และใช้ทุกความสำเร็จเล็กๆ เป็นบันไดไปสู่โอกาสที่ใหญ่กว่าเดิม
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“สินค้าจีน–ทุนจีนบุกไทย” SME เปลี่ยนเกม ไม่แข่งร..
1,268
เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์ AMAM LONBAKERY TOWN ตลาดเบเกอ..
449
Kopi Kenangan จากร้านกาแฟทุน 5 แสน สู่ยูนิคอร์นม..
446
ทำไมไทยเบฟฯ ยอมขาย KFC? จากนักล่าซื้อกิจการ กลับ..
439
Masan Group เบอร์ 1 ค้าปลีกเวียดนาม ครองตลาด 70%..
438
ยุคเงินกู้แอปเดลิเวอรี่! คลิกเดียวกู้ง่าย! จ่ายค..
428
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด