บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    การสร้างแบรนด์ สร้างตราสินค้า
2.6K
2 นาที
25 ตุลาคม 2559
มุขขำๆ กับการตลาด! สร้างฮา สร้างแบรนด์ได้ดีกว่า
 
อย่าเพิ่งคิดว่าการทำโฆษณาทางการตลาดจะต้องเน้นเนื้อหาแบบซีเรียส หรือไอเดียแบบบรรเจิดสร้างสรรค์เท่านั้น หากมองในมุมตรงกันข้ามเอาพื้นฐานของความรู้สึกเป็นตัวตั้งจะพบว่าคนเราส่วนใหญ่ใครๆ ก็ชอบเสียงหัวเราะกันแทบทั้งนั้น

ด้วยเหตุนี้นักการตลาดจึงเสนอเทคนิคที่เรียกว่า LOL(Large Opportunity of Laughing) มาเป็นกลยุทธ์หนึ่งเพื่อเพิ่มสีสันการตลาดแต่ที่น่าแปลกใจคือสินค้าที่เอาวิธีนี้มาใช้กลับได้ผลดีชนิดเกินคาดเลยทีเดียว
 
ในประเทศไทยเองโฆษณาแบบสุดฮาก็เคยมีผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็น “ไอ้ฤทธิ์มันกินแบล็ค” หรือว่า โฆษณายาริดสีดวงทวารกับวลีที่น่าจดจำ “ก็ลมมันเย็น” www.ThaiFranchiseCenter.com กำลังมองว่าถ้าจะหาจุดเด่นที่ทำให้คนจดจำและอยากให้สินค้าและบริการ การโฆษณาแบบ LOL นี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

มุขยิ่งขำ ยิ่งทำให้ดังง่าย!

มีงานวิจัยมากมายพูดถึงประโยชน์ของอารมณ์ขันและเสียงหัวเราะ ซึ่งส่วนใหญ่จะนำความคิดสร้างสรรค์นี้ไปเชื่อมโยงกับบริบททางวัฒนธรรมและเหตุการณ์ร่วมสมัย ก่อนจะดัดแปลงเป็นมุกตลกที่สามารถสร้างรอยยิ้ม การเปิดใจ และจินตนาการ และยิ่งตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา

อินเทอร์เน็ตได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางการแพร่กระจายข่าวสารยิ่งทำได้ง่ายสินค้าที่ติดมุขตลกเข้าไปจึงเกิดกระแสโด่งดังได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและกลายเป็นอาวุธสำคัญในการสร้างไวรัลของสื่อออนไลน์ เพราะมันช่วยสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและแบรนด์ ด้วยความตลกที่จูงใจให้ลูกค้ายอมใช้เวลาและเปิดใจรับข้อความที่ถูกส่งออกมามากขึ้น 
 
สินค้าที่มากับความฮา ขายได้ขายดีทั่วโลก

1. HEMA เว็บไซต์ขายของออนไลน์ จัดหน้าเพจตัวเองด้วยมุขตลก

เว็บไซต์ขายของออนไลน์ของร้านเฮมา (HEMA) ร้านค้าปลีกสัญชาติดัตช์ มองเผินๆ มีการจัดหน้าตาของร้านและสินค้าที่ดูสวยงามและน่าเชื่อถือ เว็บไซต์ร้านขายของธรรมดาท่ามกลางร้านค้าออนไลน์มากมายและไม่มีใครพูดถึง

หากแต่การทำหน้าเพจให้สินค้าวางเรียงเป็นแนวตั้ง และมีความเคลื่อนไหวจากแก้วน้ำที่อยู่แถวบนหล่นลงมาด้านล่างจนกระทบสินค้าตัวอื่นเป็นโดมิโน ก่อให้เกิดความเสียหายและท้ายที่สุดทำให้ตัวอักษรหล่นลงมาจนเพจพังไม่เป็นท่า กลับทำให้ผู้คนจดจำร้านค้าออนไลน์แห่งนี้ได้ขึ้นใจ และยินดีที่จะส่งต่อให้ผู้อื่นรับรู้อย่างเต็มใจ   
 
2. ฮาสร้างแบรนด์แบบ Old Spice
 
Old Spice คือ แบรนด์โคโลญ น้ำหอมหลังโกนหนวด และน้ำหอมระงับกลิ่นกายที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1934 ด้วยหน้าตาแพ็คเกจและความยาวนานของสินค้า ทำให้แบรนด์นี้ถูกมองว่าเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนรุ่นปู่รุ่นพ่อ จึงทำให้ยอดขายจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่ม

แต่เมื่อ  P&G (Procter and Gamble) ตัดสินใจซื้อแบรนด์นี้มาปรับโฉมใหม่เพื่อบุกตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับชายหนุ่มในปี 1990 ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป และเพื่อให้ต่อสู้กับเจ้าของการตลาดเดิมในสินค้าประเภทนี้อย่าง AXE ได้ดีขึ้น
 
บริษัทจึงได้ทำซีรี่ส์โฆษณาผลิตซีรีส์โฆษณาที่สามารถสื่อสารได้ทั้งหญิงและชายด้วยคำพูดที่ว่า “ผู้ชายที่ผู้ชายของคุณมีกลิ่นเหมือนได้” (The Man Your Man Could Smell Like)

เมื่อประกอบกับฉากและบทสนทนาทำให้ภาพที่ปรากฏในโฆษณาดูเกินจริงและน่าขำ จนทำให้มีผู้ชมผ่านยูทูบมากกว่า 40 ล้านครั้งและยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว ขึ้นแท่นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นจากสมบัติเก่า มาผสมกับอารมณ์ขันอย่างชาญฉลาดภายใต้บริบทของคนอเมริกัน

ด้วยเหตุนี้แคมเปญต่อๆ มาของ Old Spiceจึงยังคงรักษาความขำแบบเหนือจริงนี้ ผ่านโปสเตอร์และสื่อออนไลน์อย่างทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กที่ปรากฏข้อความขำขันที่ทำให้คนนำไปแชร์ต่อ ทำให้ผู้คนรู้จักผลิตภัณฑ์มากขึ้นแม้ว่าจะยังไม่ได้ซื้อก็ตาม 
 
3. Zappos กับกลยุทธ์สร้างบรรยากาศให้ดูตลกในองค์กร

Zappos เป็นร้านขายรองเท้าและเสื้อผ้าออนไลน์ที่สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1,000  ล้านเหรียญสหรัฐ เคล็ดลับที่ผลักดันให้ Zappos ก้าวขึ้นมายิ่งใหญ่เช่นนี้เพราะ Tony Hsieh ผู้เป็นตำแหน่ง CEO ใช้หลักการการบริหารและสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบมีความตลกเป็นศูนย์กลาง (Humour-Centric) พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานที่เป็น Call Center

ซึ่งต้องพูดคุยกับลูกค้าโดยตรงและเป็นหัวใจของการให้บริการเข้าคอร์สอบรมของโรงเรียนความตลกแห่งชาติ ที่ Zappos ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้พนักงานได้กลับมาพร้อมกับอารมณ์ที่สดใสและมีแนวคิดใหม่มาพัฒนาองค์กรได้มากขึ้นด้วย
 
ตัวอย่างเหล่านี้อาจจะยังไม่ขำขันและเห็นพลังของการทำตลาดแบบสุดฮามากพอ ขอแนะนำว่าถ้ายังไม่รู้ว่าเทคนิคที่ว่านี้มีข้อดีอย่างไรลองไปค้นหาโฆษณาเก่าๆที่ใช้มุขสุดฮามาเป็นตัวเชื่อมระหว่างลูกค้ากับผลิตภัณฑ์ ลองเปิดดูถ้าไม่ยิ้มมุมปาก หรือว่าไม่ฮาจริงๆ วิธีนี้ก็คงไม่ได้ผลแต่ถ้าคุณขำ คุณฮา แสดงว่าวิธีนี้ได้ผลดีอย่างน้อยก็รู้ว่าเขาโฆษณาอะไรนั่นเอง 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
476
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
412
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
377
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
374
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
358
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
356
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด