บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    การตลาดออนไลน์ SEO
1.6K
2 นาที
7 เมษายน 2563
ปีที่สินค้าไทยควรได้ส่งออกออนไลน์ของจริง
 

ภาพจาก pixabay.com

ปลายปีที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้พบกับตัวแทน Amazon.com ในประเทศไทย ที่ตอนนี้เริ่มบุกเข้ามาในตลาดไทยมากขึ้นและมุ่งที่จะนำผู้ประกอบการไทยออกไปขายของในตลาดโลกโดยเฉพาะตลาดอเมริกาและสิงคโปร์ เขามองว่าสินค้าไทยยังมีโอกาสสูงที่จะขายได้ในอีกหลาย ๆ ตลาด
 
ประเทศไทยแม้ว่าจะมีสินค้าดีอยู่มากแต่ยังติดขัดในด้านระบบที่จะนำออกไปโดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์หรือ Cross Border ซึ่งที่จริงแล้วสินค้าไทยเป็นที่ต้องการในตลาดเพื่อนบ้านอย่างลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า หรือแม้กระทั่งในจีนเอง สินค้าบางประเภทของเราก็เป็นที่นิยมมีวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่เต็มไปหมด 
 
ที่ผ่านมามีบางคนที่เห็นโอกาสนี้จึงมีการนำสินค้าไทยออกไปขายต่างประเทศผ่านทางเว็บไซต์อย่าง eBay หรือ Amazon รวมถึง Alibaba ซึ่งก็มีจำนวนไม่น้อยทีเดียว และดูเหมือนว่าในปีนี้การขายแบบ  Cross Border หรือการนำสินค้าไทยออกไปขายต่างประเทศด้วยช่องทางออนไลน์นี้จะได้รับความสนใจและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ  
 

ภาพจาก pixabay.com
 
ผมเห็นว่าภาครัฐควรให้ความร่วมมือและสนับสนุนบรรดาผู้ประกอบการที่เป็นคนไทยด้วยกันและมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และเมื่อช่วงปลายปี 62 มีการพูดถึงการการยกเว้นภาษีขาเข้าหรือการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ที่มีแวร์เฮ้าส์ในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ซึ่งทราบกันดีแล้วว่ากลุ่มอาลีบาบาเป็นผู้ที่เข้ามาลงทุนหลักในด้าน Infrastructure มีการสร้างแวร์เฮ้าส์เพื่อเก็บสินค้าและเป็นจุดกระจายสินค้าให้ออกไปทั่วอาเซียน 
 
การให้สิทธิพิเศษไม่ต้องเสียภาษีศุลกากรขาเข้านี้ อาจดูเหมือนเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้มาลงทุนใน EEC แต่หากถามว่าได้เปรียบมากหรือไม่ผมมองว่าก็ไม่ได้มากนัก ผมมองว่าภาครัฐคงพยายามให้ประโยชน์อะไรกับเขาบ้างแลกกับการแบกเงินมาลงทุนเป็นหมื่นล้าน
 
แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าก็คือ ปัจจุบันจำนวนสินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะจีนที่มีอยู่ในมาร์เก็ตเพลสใหญ่ทั้งสามของไทยคือ Lazada, Shopee และ JD Central (JSL) มีอยู่ถึง 135 ล้านชิ้น คิดเป็น 77% ในขณะที่ของผู้ค้าไทยมีอยู่ 39 ล้านชิ้นหรือ 23% เท่านั้น เห็นได้ว่าขณะนี้สินค้าจีนบุกเข้ามาในตลาดอย่างมากและสามารถขนส่งได้เร็วยิ่งขึ้น ปัจจัยเสริมส่วนหนึ่งมาจากการเปิดของ EEC นั่นเอง
 

ภาพจาก pixabay.com
 
ในช่วงต้นปีผมมีโอกาสได้เข้าพบเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ดร. คณิศ แสงสุพรรณ พูดคุยกันถึงเรื่องของธุรกิจของจีนทางออนไลน์ และผลกระทบต่อธุรกิจและเศรษฐกิจของไทย เพราะมีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง 
 
นอกจากนี้ยังได้มีการพูดถึงแนวทาง กลยุทธ์ การสนับสนุนและเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้ประกอบการไทยให้ในการแข่งขัน รวมไปถึงการเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้มากขึ้น ซึ่งได้ทราบว่าทาง EEC เองกำลังประสานกับต่างประเทศอย่างระมัดระวังในการเจรจา เพื่อให้เกิดโซลูชั่นที่ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
 
ทราบว่าทางจีนเองก็เปิดรับข้อเสนอให้ไทยใช้ Infrastructure ของเขาเป็นช่องทางนำสินค้าออกไปจีนได้ ซึ่งขณะนี้ผมและทาง EEC กำลังเตรียมแผนที่จะผลักดันสินค้าไทยออกไปจีนโดยใช้ความร่วมมือที่มีกับทางกลุ่ม Alibaba โดยผมร่างโครงการไว้หลายโครงการ และได้เริ่มพูดคุยเพื่อให้เห็นภาพไปแนวทางเดียวกัน 
 
ยังต้องมีการพูดคุยลงลึกในรายละเอียดกันมากกว่านี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลาย ๆ ฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน และผลักงานนี้เข้าสู่สมาคม E-Commerce ต่อไป หวังว่าโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการไทยในการนำสินค้าไปขายในจีนได้มากขึ้น ด้วยการสนับสนุนจาก EEC และภาครัฐ เราต้องช่วย ๆ กันครับ
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
446
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
348
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
339
KuanZhai Panda ร้านอาหารเสฉวนต้นตำรับจากเฉิงตู ส..
331
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
329
10 การขายขั้นสุด! พ่อค้าจีนขายเก่งกว่าคนไทย
326
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด