บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
4.1K
3 นาที
27 พฤศจิกายน 2563
เปิดร้านชานมไข่มุก VS ทำงานประจำ ใครรายได้ดีกว่ากัน


สถานการณ์ปี 2563 ที่ผ่านมาผลักดันให้ใครหลายคนเริ่มมองหาช่องทางสร้างอาชีพให้กับตัวเองมากขึ้น คำถามคือ “จะเลือกลงทุนอะไรดี” หนึ่งในคำตอบที่ได้ยินคงหนีไม่พ้น “เปิดร้านชานมไข่มุก” นั่นเพราะกระแสนิยมของ “ชานมไข่มุก” ก็ชวนให้เราคิดถึงเรื่องการเปิดร้าน แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่า ร้านชานมไข่มุกที่เราเปิด ทำแล้วจะดี จะมีกำไร ไหนจะเรื่องคู่แข่งที่มีจำนวนมาก ยิ่งหากไม่มีประสบการณ์ก็ยิ่งเริ่มต้นได้ยาก

www.ThaiFranchiseCenter.com จึงได้ลองนำข้อมูลของการเปิดร้านชานมไข่มุกมาเทียบกับการทำงานประจำ สะท้อนออกมาให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจน เผื่อว่าใครกำลังตัดสินใจอยู่ตอนนี้จะได้มีข้อมูลมากขึ้น
 
ร้านชานม 1 ร้าน ลงทุนอะไรบ้าง?


ลองตัดเรื่องทำเลออกไปก่อน มาดูกันเฉพาะต้นทุนในการเปิดร้านกรณีที่เราคิดเอง ทำเอง จะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเช่น
 
ค่าตกแต่งร้านขนาดเล็ก ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท 
 
ค่าอุปกรณ์ ประมาณ 20,000 – 25,000 บาท โดยอุปกรณ์หลักๆที่จำเป็นต้องมีเช่นแก้วตวง , ถังพักชา , หม้อต้มน้ำร้อน , เครื่องซีลแก้ว (เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น) , ที่ปั่นผสมชา , ถังน้ำแข็ง ,เมนู , ป้ายร้าน เป็นต้น
 
ค่าวัตถุดิบในการขายครั้งแรก ประมาณ 5,000 บาท โดยวัตถุดิบที่ต้องมีเบื้องต้นคือชาแบบต่างๆ ,ชาเขียว ,ชาเนสที , ไข่มุก , ผงโกโก้ , น้ำผลไม้ต่างๆ , นมข้นหวาน , นมสด , โซดา ,น้ำแข็ง เป็นต้น
 
รวมไปถึงค่าคีออสหรือเคาน์เตอร์สำหรับขาย บางร้านลงทุนทำเอง ก็มีค่าใช้จ่ายประมาณ 10,000 บาทหรือหากจ้างผลิตราคาก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบ ความสวยงาม 
 
เบ็ดเสร็จลงทุนเปิดร้านชานมไข่มุกสัก 1 ร้าน (แบบดูดีมีมาตรฐานไม่ใช่ร้านตั้งโต๊ะชงชาธรรมดา) ค่าใช้จ่ายประมาณ40,000 -50,000 บาท 
 
จุดคุ้มทุนของร้านชานมไข่มุก อยู่ที่ไหน? เมื่อไหร่?
 

ต้นทุนชานมไข่มุกต่อแก้ว = ราคาซื้อ X (ปริมาณที่ใช้จริงต่อแก้ว / ปริมาณน้ำหนักต่อถุง ) คิดแยกวัตถุดิบออกมาทีละชนิดแล้วค่อยมาบวกรวมกัน เช่น เมนูชานมไข่มุกไต้หวัน ขนาด 16 oz. 1 แก้ว ประกอบด้วย
  • ชาไต้หวัน ราคา 183 บาท/600 กรัม ชงได้ 15 ลิตร ใช้ 200 ซีซี/แก้ว = 2.47 บาท
  • ครีมเทียม 70 บาท/กิโลกรัม ใช้ 25 กรัม/แก้ว = 75 บาท
  • น้ำตาลทราย 23 บาท/กิโลกรัม ต้มน้ำเชื่อมได้ 1,100 ซีซี ใช้ 45 ซีซี/แก้ว = 0.94 บาท
  • ไข่มุก 45 บาท/กิโลกรัม ใช้ 20 กรัม/แก้ว = 0.9 บาท
  • แก้ว+ฝา ชุดละ 3 บาท
  • หลอด 40 บาท/แพค (250 อันต่อแพค) = 0.16 บาท
  • ฟิล์มปิดปากแก้ว 500 บาท/ 2,000 ดวง = 25 บาท
  • น้ำแข็ง 55 บาท/กระสอบ 1 กระสอบ ใช้ได้ 40 แก้ว (คำนวณเผื่อละลาย) = 1.4 บาท
รวมต้นทุนวัตถุดิบทั้งหมด 10.87 บาท ซึ่งยังไม่รวมต้นทุนคงที่และต้นทุนแปรผันอื่นๆ เช่น ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ค่าแรง ค่าการตลาด เป็นต้น 
 
ถามว่าจุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหนก็ต้องมาคำนวณรวมกับค่าเช่าสถานที่ ค่าแรง ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ต่างๆ และจำนวนการขายในแต่ละวัน แต่ส่วนใหญ่กำไรต่อแก้วไม่ต่ำกว่า 50% นั่นหมายความว่าถ้าเราได้ทำเลดี มีลูกค้ามาก จะสามารถคืนทุนได้ไวเบ็ดเสร็จต่อเดือนจากที่เราเคยถามอดีตพนักงานโรงงานที่ผันตัวเองมาขายชานมไข่มุก บอกว่าขายได้วันละประมาณ 100 แก้ว ราคาแก้วละ 20-25 บาท

รายได้ต่อวันประมาณ 2,000 – 2,500 บาท หักรายจ่ายรายวัน กำไรเฉลี่ยประมาณ 1,000 – 1,500 บาท เท่ากับว่าในแต่ละเดือนเขามีกำไรประมาณ 30,000 -45,000 บาท ในกำไรต่อเดือนก็เอาไปหักกับค่าเช่าสถานที่ประมาณ 10,000 บาท เหลือเบ็ดเสร็จต่อเดือนประมาณ 20,000 แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นกำไรที่เท่ากันทุกเดือนขึ้นอยู่กับลูกค้าเป็นสำคัญด้วย
 
ทำงานประจำ รายได้ดีแค่ไหน?
 

ภาพจาก pixabay.com/

ทีนี้ลองมาดูในมุมของการทำงานประจำ ข้อแรกคือเราไม่ต้องเสียเงินก้อนไปลงทุน และมีรายได้ต่อเดือนแน่นอน คิดจากฐานเงินเดือนขั้นต่ำที่ 15,000 บาท หรือให้ดีหน่อยบางคนทำงานมานานเงินเดือนก็ประมาณ 20,000 บาท คิดที่ตัวเลขนี้ ถามว่าคนทำงานมีรายจ่ายอะไรบ้าง เริ่มจากค่ารถ , ค่าน้ำมัน (สำหรับคนขับรถไปทำงาน) , ค่าทางด่วน , ค่าอาหาร , ค่าประกันสังคม , รายจ่ายจิปาถะ ต่างๆ , ค่าบัตรเครดิต (สำหรับบางคน) เบ็ดเสร็จเราจะพบว่ารายจ่ายต่อเดือนของคนทำงานประจำไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

หากเงินเดือนที่ได้รับมีแค่ 15,000 เท่ากับว่าคนทำงานประจำจะรายได้เดือนชนเดือนแต่ส่วนใหญ่จะไม่พอใช้ หรือคนที่ทำงานเงินเดือนสูงกว่านี้เช่นได้เงินเดือน 20,000 บาทก็จะเหลือต่อเดือนแค่ประมาณ 5,000 บาทเท่านั้น แต่สำหรับคนทำงานประจำยังมีความหวังอีกอย่างคือ “โบนัส” ที่จะได้เป็นเงินก้อน แตกต่างกันไปตามแต่ละบริษัท คิดขั้นต่ำที่คนละ 3 เดือน หากเงินเดือน 15,000 ถ้าได้โบนัสก็จะได้รับเงิน 45,000 บาท และบางบริษัทมีการจ่ายโบนัสปีละ 2 ครั้ง หรือตามแต่ตกลง ตรงนี้ก็เป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ของคนทำงานประจำที่แตกต่างจากคนทำธุรกิจของตัวเอง 
 
แล้วอะไรดีกว่า ระหว่างเปิดร้านชานมไข่มุก กับ ทำงานประจำ
 

ถ้าว่ากันตามตัวเลข เปิดร้านชานมไข่มุกยังไงก็ดีกว่า เพราะตัวเลขเงินเหลือเยอะกว่า และจากที่เราเคยถามแม่ค้าร้านชานมไข่มุกหลายคนก็ยืนยันว่าดีกว่าทำงานประจำ เพียงแต่การเปิดร้านใช่ว่าจะมีรายได้แน่นอน ปัจจัยความเสี่ยงมีหลายอย่างทั้งคู่แข่งที่มากขึ้น

ค่าสาธารณูปโภคที่ราคาสูงขึ้น เรื่องทำเลในการขาย สภาพดินฟ้าอากาศในแต่ละวัน บางวันขายดีเป็นเทน้ำเทท่า บางวันขายได้น้อยมาก ต้องมาเฉลี่ยกันไปในแต่ละเดือนว่าเหลือมากน้อยเท่าไหร่ จะฟันธงชัดเจนเรื่องรายได้ไม่อาจทำได้ แตกต่างจากการทำงานประจำที่ไม่ต้องวางแผนอะไร ทำงานไปตามที่ได้รับมอบหมาย ยิ่งเป็นคนงานธรรมดาก็ยิ่งไม่ต้องคิดมาก ทำงานตามคำสั่งเจ้านาย รอรับเงินตอนสิ้นเดือน และรอลุ้นโบนัสที่จะได้เป็นเงินก้อนในแต่ละปี
 

ภาพจาก pixabay.com/

แต่คนทำงานประจำก็มีข้อเสียตรงที่รายได้มีแค่เดือนละ 1 ครั้ง แตกต่างจากการเปิดร้านชานมที่มีรายได้มาหมุนเวียนใช้ทุกวัน หากเป็นคนที่วางแผนการใช้เงินและทำระบบบัญชีที่ดี ก็จะรู้ได้ว่าแต่ละวัน แต่ละเดือนตัวเองมีกำไรเหลือมากน้อยไหนจากการเปิดร้าน
 
ซึ่งคนส่วนมากก็เข้าใจในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนี้ และเลือกการเปิดร้านชานมไข่มุกเป็นอาชีพเสริมให้กับตัวเอง โดยที่ยังยึดงานประจำเอาไว้ เผื่อร้านชานมไม่ทำกำไรตัวเองก็ยังไม่เดือดร้อนมากนัก แต่การเปิดร้านชานมที่ไม่ได้มาบริหารจัดการเอง ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงที่ลูกน้องอาจบริการไม่ดี ลูกค้าไม่พอใจ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เราขายได้ไม่ดีพอ ดังนั้นหากคิดจะทำเป็นอาชีพเสริมก็ควรมีคนที่ไว้ใจได้มาช่วยเปิดร้านจะช่วยให้การลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ https://bit.ly/2V6RTEL
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
469
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
412
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
373
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
370
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
356
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
354
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด