บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    การขาย
493
2 นาที
26 กันยายน 2568
เทคนิคขายขั้นสุด ให้คนที่ไม่อยากซื้อ สร้างยอดขายได้แบบไม่ต้องตื้อ
 

การโน้มน้าวลูกค้าที่ลังเลหรือไม่มีความตั้งใจซื้อตั้งแต่แรก (reluctant buyers) เป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์จิตวิทยาและข้อมูลเชิงลึก 
 
มีงานวิจัยที่ระบุชัดว่าการออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการขายสามารถเพิ่มอัตราการซื้อได้ถึง 30-50% ในกลุ่มลูกค้าที่ไม่สนใจซื้อในตอนแรก ถ้าดูรายละเอียดให้ลึกไปอีกหน่อยพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ 57% จะเริ่มสนใจสินค้าเมื่อได้รับข้อมูลใหม่ที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน 
 
นั่นหมายความว่า ลูกค้าที่บอกว่า “ไม่เอา” จริง ๆ แล้วอาจแค่ยัง ไม่เข้าใจปัญหาที่แท้จริงของตัวเอง ซึ่งถ้าดูเหตุผลว่าทำไมคนถึงไม่อยากซื้อสินค้ามาจากอุปสรรคหลักๆ คือ
  • 40% รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องใช้สินค้า/บริการ
  • 30% ขาดความไว้วางใจในแบรนด์
  • 25% รู้สึกว่าราคาไม่สมเหตุสมผล
ลองมองในอีกมุมหนึ่งถ้าเราเปลี่ยนใจคนที่ไม่อยากซื้อให้กลายเป็นลูกค้าได้ นอกจากยอดขายที่เพิ่มยังมีโอกาสเพิ่มฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น อันจะเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจในระยะยาวด้วย
เคล็ดลับของการขายของให้คนที่ไม่อยากได้ ทำยังไงให้เขาเลือกซื้อก็มีหลายวิธีที่ใช้ได้ผลจริง 
 
1.เน้นการขายผลลัพธ์ของสินค้า ไม่ใช่การขายของ
 

เพราะลูกค้าจะตัดสินใจได้ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่าสินค้าที่ต้องจ่ายเงินนั้นมันมีประโยชน์มากพอ ถ้าลูกค้ามองว่าไม่จำเป็นการซื้อขายก็จะไม่เกิดขึ้น 
 
อาจใช้เทคนิคของ Storytelling เล่าเรื่องเชื่อมโยงทางอารมณ์ ให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้านี้เหมาะสมจะซื้อมากแค่ไหน มีตัวเลขน่าสนใจระบุว่า การใช้ storytelling ในแคมเปญการตลาดเพิ่มอัตราการซื้อถึง 20% ในกลุ่มที่ไม่สนใจซื้อ และเพิ่ม engagement บนโซเชียลมีเดียถึง 35%
 
2.เข้าใจ Pain Point และแก้ปัญหาได้
 

 
อะไรที่เป็นปัญหาของลูกค้าถ้าสินค้าเราช่วยแก้ปัญหานั้นได้ ยังไงก็ขายได้ แต่ปัญหาคือจะนำเสนอให้ลูกค้ารู้สึกแบบนั้นได้อย่างไรสถิติด้านการตลาดชี้ชัดว่า ลูกค้าที่รู้สึกว่า ปัญหาของเขาได้รับการเข้าใจและแก้ตรงจุด มีโอกาสตัดสินใจซื้อมากขึ้นถึง 48–74% และการขายเชิงแก้ปัญหา (Solution Selling) ช่วยเพิ่มอัตราการปิดการขายได้เฉลี่ย 20–30% เมื่อเทียบกับการขายทั่วไป
 
3.การใช้ Fear of Missing Out (FOMO) 
 
 
การที่ไม่อยากซื้อส่วนหนึ่งลูกค้าอาจจะยังลังเล ในทางจิตวิทยาถ้ามีตัวกระตุ้นที่น่าสนใจ อาจทำให้การตัดสินใจเป็นเรื่องง่ายขึ้น เช่นสร้างข้อจำกัดในเรื่องเวลาด้วยโปรโมชั่น สถิติในเรื่องนี้ก็ชัดเจนว่า 60% ของผู้บริโภค ตัดสินใจซื้อเพราะกลัวพลาดโปรโมชัน และแคมเปญที่ใช้ FOMO สามารถเพิ่มยอดขายได้ 22% ในช่วงโปรโมชัน
 
4.การปรับ Pack Size และราคาให้ยืดหยุ่น
 
 

การนำเสนอขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เล็กลงหรือตัวเลือกทดลองใช้ช่วยลดความรู้สึกเสี่ยงของลูกค้า โดยเฉพาะเมื่อมีความกังวลเรื่องราคาหรือความจำเป็น 
 
ดูในเชิงสถิติพบว่าการนำเสนอ Pack Size ขนาดเล็กเพิ่มอัตราการซื้อครั้งแรกได้ 25% และ 15% ของลูกค้าเหล่านี้กลายเป็นลูกค้าประจำ และการลดราคาเริ่มต้นเพียง 10% สามารถเพิ่มกลุ่มเป้าหมายให้กลายมาเป็นลูกค้า (conversion rate) ได้ถึง 18%
 
5. การให้ประสบการณ์ส่วนตัว (Personalization)
 

การปรับข้อเสนอให้ตรงกับความต้องการเฉพาะ เช่น การแนะนำสินค้าตามพฤติกรรมการซื้อ ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่า "สินค้านี้ทำมาเพื่อตัวเราโดยเฉพาะ” ตัวเลขที่น่าสนใจระบุว่า การใช้ personalization เพิ่มยอดขายได้ 10-15% และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้ 20%
 
ถ้าดูตัวอย่างของสินค้าที่ไม่คนไม่น่าสนใจแต่ขายดีก็จะทำให้เห็นภาพได้ชัดขึ้น ยกตัวอย่าง Pet Rock หรือหินสัตว์เลี้ยงที่ ส่วนใหญ่คิดว่า “ใครจะซื้อหินมาเลี้ยง” แต่ด้วยเทคนิคการสร้าง storytelling + ราคาถูก 
 
สุดท้ายสินค้านี้ขายได้ 1.5 ล้านชิ้นในเวลาเพียง 6 เดือน หรือ Snuggie ผลิตภัณฑ์ผ้าห่มมีแขนที่เปิดตัวในปี 2008 รูปลักษณ์สินค้าไม่น่าสนใจแถมยังดูเป็นตัวตลกเมื่อสวมใส่แต่เอาเข้าจริง ดันขายดีเพราะเข้าใจ Pain Point และแก้ปัญหาลูกค้าได้ เพราะสามารถใส่ Snuggie แล้วทำกิจกรรมต่างๆ เช่น อ่านหนังสือ กินขนม ได้ทันทีโดยไม่ต้องถอดตัวจากผ้าห่ม กลายเป็นภาพลักษณ์สินค้าที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และขายได้กว่า30 ล้านชิ้น สร้างรายได้กว่า 500 ล้านดอลลาร์
 
ทั้งนี้ในแต่ละวิธีขายก็มีจุดเด่นที่แตกต่างแต่ถ้าทำได้การนำเอา storytelling + social proof + FOMO มาใช้รวมกันจะมีโอกาสเพิ่มยอดขายได้มากถึง 50% และในฐานะเจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจหลักพื้นฐานว่าการขายให้ลูกค้าที่ไม่อยากซื้อ 
 
ต้องไม่ใช่การบังคับ แต่คือการ ช่วยให้เขาเห็นความจริงเชิงตัวเลข เมื่อปัญหาถูกแปลงเป็นตัวเลขเงิน/เวลา ลูกค้าจะตัดสินใจง่ายขึ้นจากที่ “ไม่อยากซื้อ” ก็จะกลายเป็น “ไม่กล้าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ” 

ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
461
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
403
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
360
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
349
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
348
KuanZhai Panda ร้านอาหารเสฉวนต้นตำรับจากเฉิงตู ส..
346
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด