บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
264
5 นาที
4 กุมภาพันธ์ 2569
เกี๊ยวหยวนจี Yuan Ji Yun Jiao จากร้านเกี๊ยวธรรมดา สู่แบรนด์อาหารจีนที่คิดไกลระดับโลก
 

ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารจีนที่ต้องเผชิญทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ หยวนจี้ หยุนเจี่ยว (Yuan Ji Yun Jiao) หรือที่คนไทยเรียกว่า “เกี๊ยวหยวนจี” เป็นแบรนด์ร้านอาหารที่งค่อยๆ สร้างความแข็งแกร่ง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยโทนร้านสีเขียว และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดเกี๊ยวสดของประเทศจีน
 
เกี๊ยวหยวนจี เริ่มต้นจากอาหารพื้นฐานอย่าง “เกี๊ยว” ซึ่งเป็นเมนูที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของชาวจีนมาอย่างยาวนาน ทางแบรนด์ไม่ได้ต้องการยกระดับสินค้าไปสู่ภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม หากแต่มุ่งพัฒนาเกี๊ยวสดให้เป็นอาหารประจำวันคุณภาพมาตรฐาน ผ่านแนวคิดการทำสดในร้าน รสชาติที่คุ้นเคย และระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้หยวนจีสามารถสร้างฐานกลุ่มผู้บริโภคได้ในวงกว้าง และเติบโตอย่างมั่นคงตั้งแต่ระยะเวลาการเริ่มต้นของธุรกิจ
 
เมื่อธุรกิจขยายตัว หยวนจีไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่ให้ความสำคัญกับการวางโครงสร้างระบบสนับสนุนธุรกิจในระยะยาว ตั้งแต่การบริหารซัพพลายเชน วัตถุดิบ ไปจนถึงการกำหนดมาตรฐานการดำเนินงานในร้านอย่างเป็นระบบ 
 
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้แบรนด์สามารถรักษาคุณภาพของเกี๊ยวสดได้อย่างสม่ำเสมอในหลายร้อยเมืองทั่วประเทศ และกลายเป็นปัจจัยใจสำคัญในการผลักดันให้หยวนจีก้าวจากร้านอาหารท้องถิ่น สู่แบรนด์อาหารจีนในตลาดระดับนานาชาติ
 
จุดเริ่มต้น ความจริงใจในอาหารจานพื้นฐาน
 

ภาพจาก https://citly.me/xlBih

Yuan Ji Food Group ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 ที่มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวัฒนธรรมอาหารของจีน จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Yuan Ji Yun Jiao จริงๆ แล้วต้องย้อนกลับไปถึง ปี ค.ศ. 1946 เป็นช่วงที่ร้านเกี๊ยวดั้งเดิมในรูปแบบธุรกิจครอบครัวเริ่มดำเนินกิจการ ถ่ายทอดสูตรอาหารและเทคนิคการผลิตจากรุ่นสู่รุ่น สร้างชื่อเสียงด้านรสชาติและคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
 
ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอาหารในจีน จึงได้พัฒนาเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ และทางผู้ก่อตั้งไม่ได้มีความทะเยอทะยานในการสร้างเชนร้านอาหารขนาดใหญ่ 
 
แต่ต้องการทำ “เกี๊ยวสดที่ดีมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเข้าถึงคนทั่วไป” ในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคจำนวนมากต้องเลือกระหว่างร้านท้องถิ่นที่คุณภาพไม่สม่ำเสมอ กับ เชนร้านอาหารดั้งเดิมที่ขาดความยืดหยุ่นในการปรับตัว
 
ในวันที่ตลาดอาหารจีนยังเต็มไปด้วยร้านเล็กๆ กระจัดกระจาย และเชนขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานในรูปแบบเดิม หยวนจีเลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการหยิบอาหารจานพื้นฐานอย่างเกี๊ยว ซึ่งเป็นเมนูที่คุ้นเคยในทุกครัวเรือน มาพัฒนาใหม่ผ่านระบบและมาตรฐานที่สามารถทำซ้ำได้ในหลายสาขา ตั้งแต่วัตถุดิบ สูตร ไปจนถึงกระบวนการผลิตในร้าน เป้าหมายไม่ใช่การทำให้เกี๊ยวพิเศษเกินจริง แต่ทำให้ “เกี๊ยวธรรมดา” มีคุณภาพมาตรฐานที่ผู้บริโภคไว้วางใจได้ทุกครั้งที่กลับมากิน
 
ชื่อ “云饺” หรือ “เกี๊ยวเมฆ” จึงไม่ใช่เพียงชื่อทางการตลาดที่ฟังดูสวยงาม หากแต่เป็นการสื่อสารตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน เกี๊ยวของหยวนจีถูกออกแบบให้แป้งบาง เบา นุ่ม สด และทำสดใหม่ในร้าน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เรียบง่ายแต่จริงใจ เอกลักษณ์นี้จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้หยวนจีสามารถขยายตัวจากร้านอาหารเล็กๆ ในกวางตุ้ง สู่เชนร้านเกี๊ยวสดที่ผู้บริโภคทั่วประเทศจีนคุ้นเคย และจดจำได้ตั้งแต่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง
 
เติบโตท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ
 

ภาพจาก https://citly.me/xlBih

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา Yuan Ji Yun Jiao เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในเชนอาหารที่ขยายสาขาเร็วที่สุดในจีน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ผันผวน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แบรนด์หยวนจีสามารถขยายจากร้านอาหารท้องถิ่นไปสู่เครือข่ายร้านอาหารขนาดใหญ่ที่มีบทบาทชัดเจนในตลาดอาหารร้านอาหารของจีน
 
ในปี 2023 Yuan Ji Yun Jiao มีสาขามากกว่า 3,500 แห่งทั่วประเทศจีน และสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 4.7 พันล้านหยวน ขณะที่ในปัจจุบันจำนวนสาขาได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 4,000 แห่ง ครอบคลุมกว่า 161 เมือง ทั้งในเมืองขนาดใหญ่และเมืองระดับรอง ตัวเลขจำนวนสาขาดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของแบรนด์ในการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาที่ร้านอาหารจำนวนมากกลับต้องชะลอการเติบโต หรือแม้กระทั่งถอนตัวออกจากตลาด
 
เจิ้ง ป๋อฉี หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Yuan Ji Yun Jiao มองว่าความสำเร็จของหยวนจีไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวแล้วถูกต้อง แต่เป็นผลลัพธ์ของการทดลองเล็กๆ อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ตั้งแต่การปรับเมนูให้เข้ากับรสนิยมท้องถิ่น การทดสอบรูปแบบร้านใหม่ ไปจนถึงการพัฒนาระบบหลังบ้านและซัพพลายเชน การปรับตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้แบรนด์สามารถรักษาความยืดหยุ่น และรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดได้ดีขึ้น พร้อมวางรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
เอกลักษณ์ร้านและเมนู เกี๊ยวสดที่ออกแบบมาให้กินได้ทุกวัน
 
หากมองในเชิงภาพลักษณ์ ร้าน Yuan Ji Yun Jiao ถูกออกแบบให้เป็นร้านอาหารแบบเรียบง่าย เข้าถึงง่าย และเน้นความโปร่งใส พื้นที่ร้านส่วนใหญ่เปิดให้ลูกค้ามองเห็นกระบวนการทำเกี๊ยว ตั้งแต่การเตรียมไส้ การห่อ ไปจนถึงการต้มและจัดเสิร์ฟ แนวคิดดังกล่าวช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความสดใหม่ และตอกย้ำภาพของ “เกี๊ยวทำสดในร้าน” ซึ่งเป็นหัวใจของแบรนด์
 
เมนูของหยวนจีเน้นในเรื่องความชัดเจน ไม่ซับซ้อน และมีโครงสร้างที่ทำซ้ำได้ในทุกสาขา เกี๊ยวสดถือเป็นเมนูหลัก แบ่งเป็นเกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวต้ม และวอนตัน พร้อมตัวเลือกไส้ที่หลากหลาย เช่น หมู หมูผสมผัก กุ้ง เนื้อวัว และไส้ตามฤดูกาลหรือภูมิภาค เพื่อตอบโจทย์รสนิยมของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่
 
นอกจากเกี๊ยว ยังมีเมนูเสริมอย่างบะหมี่ ซุป เครื่องเคียง และเมนูอาหารจานเดียว ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มมื้ออาหารให้ครบถ้วนในราคาที่เข้าถึงได้ การจัดเมนูในลักษณะนี้ช่วยให้ร้านสามารถรองรับลูกค้าได้ทั้งมื้อเร่งด่วนและมื้อประจำวัน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเมนูจำนวนมากจนกระทบต่อความรวดเร็วในการให้บริการ
 
ในบางสาขา หยวนจียังทดลองแนวคิดเมนูใหม่ เช่น เกี๊ยวสูตรพิเศษ เกี๊ยวเนื้อวัวซีรีส์ใหม่ หรือการจับคู่เกี๊ยวกับเครื่องดื่มและเมนูสไตล์คาเฟ่ภายใต้แนวคิด “เกี๊ยว +” เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริโภค และดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น โดยยังคงยึดแกนหลักคือ ความเรียบง่าย ความคุ้มค่า และความสม่ำเสมอของคุณภาพอาหารในทุกสาขา
 
กลยุทธ์ Yuan Ji Yun Jiao ทำให้แบรนด์ขยายได้จริง
 

ภาพจาก https://citly.me/xlBih

เบื้องหลังการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Yuan Ji Yun Jiao ไม่ได้มีเพียงจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น แต่เกิดจากการวางระบบที่แข็งแกร่ง หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือ การพัฒนาสินค้าและเมนูที่เข้าใจผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ แบรนด์ไม่ยึดติดกับสูตรเดียวทั่วประเทศ แต่เลือกปรับเมนูให้สอดคล้องกับรสนิยมท้องถิ่น เช่น ภาคตะวันออกที่นิยมไส้ปลาและไข่ปู ขณะที่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือเน้นไส้เนื้อวัวและต้นหอม แนวทางนี้ช่วยให้เกี๊ยวสดของหยวนจียังคงความคุ้นเคยสำหรับผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค
 
การพัฒนาเมนูยังขยายไปสู่การเปิดตัวซีรีส์เกี๊ยวเนื้อวัวใหม่ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าผ่านระบบสมาชิก ปัจจุบันหยวนจี้มีสมาชิกมากกว่า 18 ล้านคน ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ แต่ยังเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและต่อยอดการพัฒนาสินค้าในอนาคต
 
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการพัฒนาโมเดลธุรกิจแบบ “สามขา” จากเดิมที่ร้านตั้งอยู่ใกล้ตลาดสด หยวนจีขยายบทบาทไปสู่การเป็นทั้งร้านค้าปลีกวัตถุดิบสด ร้านนั่งรับประทานในร้าน และแพลตฟอร์มออนไลน์ควบคู่กัน พร้อมทดลองแนวคิดร้านใหม่ๆ เช่น “เกี๊ยว +”, เกี๊ยวกับไวน์, Yuan Café และร้านเนื้อหมูดำ โมเดลนี้ช่วยกระจายแหล่งรายได้ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 
 
ด้านการขยายสาขา หยวนจีให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบแฟรนไชส์ควบคู่กับดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยเปลี่ยนเกี๊ยวสด ซึ่งเคยควบคุมคุณภาพได้ยาก ให้กลายเป็นสินค้าที่สามารถรักษามาตรฐานเดียวกันได้ในร้านแฟรนไชส์ทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ทำเล ระยะเวลาคืนทุน และความเป็นไปได้ของความสำเร็จ ช่วยลดความเสี่ยงในการขยายการเติบโตของธุรกิจอย่างรวดเร็ว
 
ขณะเดียวกัน การลงทุนในซัพพลายเชนและความปลอดภัยอาหาร ถือเป็นอีกเสาหลักที่หยวนจี้ให้ความสำคัญ แบรนด์ขยายการควบคุมตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ฟาร์ม โรงงานผลิตซอส ไปจนถึงกระบวนการตรวจสอบร้านในแต่ละสาขา พร้อมวางแผนนำเทคโนโลยี AI และระบบจดจำภาพมาใช้ในการตรวจสอบมาตรฐานอาหาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในระยะยาว
 
หยวนจียังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโต ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน การสนับสนุนผู้ประกอบการแฟรนไชส์ หรือการอนุรักษ์วัฒนธรรมอาหารจีน แนวคิดเหล่านี้ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นพลังขับเคลื่อนที่ช่วยให้แบรนด์สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง
 
ก้าวออกสู่ตลาดโลก…อย่างระมัดระวัง
 
ภาพจาก https://citly.me/eZWA8

ท่ามกลางกระแสที่แบรนด์อาหารจีนจำนวนมากเร่งขยายสาขาไปยังตลาดต่างประเทศ Yuan Ji Yun Jiao เลือกก้าวเดินในจังหวะที่แตกต่างออกไป ด้วยแนวทางค่อยเป็นค่อยไป และให้ความสำคัญกับความพร้อมของระบบมากกว่าความรวดเร็ว แม้แบรนด์จะเริ่มมีการปรากฏตัวในต่างประเทศแล้ว เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนตลาดทดสอบสำหรับผู้บริโภคนอกประเทศจีน แต่การขยายตลาดในระดับโลกยังคงดำเนินไปอย่างระมัดระวัง
 
สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศแห่งแรกที่หยวนจีเลือกเปิดสาขาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นตลาดที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับอาหารจีน มีมาตรฐานด้านอาหารสูง และสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของแบรนด์ในการดำเนินงานนอกประเทศจีนได้ ขณะเดียวกัน ตลาดอเมริกาเหนือก็ยังอยู่ในขั้นตอนการออกแบบโมเดลขยายธุรกิจ ทั้งในด้านรูปแบบร้าน เมนู และโครงสร้างซัพพลายเชน เพื่อให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่
 
เจิ้ง ป๋อฉี หนึ่งในผู้ก่อตั้งแบรนด์มองว่า แม้ตลาดต่างประเทศจะเปิดโอกาสใหม่ให้กับแบรนด์อาหารจีน แต่ตลาดภายในประเทศยังคงมีขนาดใหญ่และท้าทายเพียงพอ หากระบบในประเทศยังไม่แข็งแรง การขยายออกไปต่างประเทศเร็วเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยง ทั้งในด้านคุณภาพมาตรฐาน การบริหารจัดการ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ หยวนจีจึงเลือกใช้การขยายสาขานอกประเทศในฐานะพื้นที่เรียนรู้และปรับตัว มากกว่าการเติบโตเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว
 
แบรนด์เกี๊ยว สู่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร
 

ภาพจาก https://citly.me/X71DQ

เดือนเมษายน 2024 Yuan Ji Food Group ประกาศเดินหน้าพัฒนาองค์กร ทุ่มเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านหยวน เพื่อก่อสร้างสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตแห่งใหม่ในเขต ซุ่นเต๋อ เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง โครงการดังกล่าวไม่เพียงเป็นการขยายพื้นที่ของบริษัทเท่านั้น ยังสะท้อนการยกระดับธุรกิจร้านอาหารไปสู่การเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสมัยใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
 
ตามแผนการพัฒนาพื้นที่แห่งใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลักของกลุ่ม Yuan Ji Food โดยประกอบด้วย ฐานการผลิตระดับประเทศ ศูนย์ปฏิบัติการ (Operation Center) และศูนย์บริหารและชำระบัญชี (Settlement Center) การรวมฟังก์ชันสำคัญเหล่านี้ไว้ในพื้นที่เดียว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ลดต้นทุนในระยะยาว และเสริมความคล่องตัวในการตัดสินใจเชิงธุรกิจ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 
การลงทุนดังกล่าวยังสะท้อนวิสัยทัศน์ระยะยาวขององค์กร ในการยกระดับจาก “แบรนด์เกี๊ยว” ที่ผู้บริโภครู้จักคุ้นเคย สู่การเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารครบวงจร ที่ผสมผสานการวิจัยและพัฒนา (R&D) การผลิต การจัดจำหน่าย และการกระจายสินค้าไว้ในระบบเดียว เบื้องหลังเกี๊ยวสดหนึ่งจาน จึงไม่ได้มีเพียงรสชาติและราคาที่เข้าถึงได้ หากแต่มีโครงสร้างอุตสาหกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ทั้งในตลาดจีนและตลาดต่างประเทศ
 
ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีของการพัฒนาในตลาด Yuan Ji Food ได้สร้างและขยายแบรนด์อาหารหลายแบรนด์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในหลากหลายเซ็กเมนต์ ได้แก่ Yuan Ji Yun Jiao (เกี๊ยวสดเชนหลักของกลุ่ม), Yuan Liang Hong และ Yuan Ji Wei Xiang โครงสร้างแบรนด์ที่หลากหลายช่วยให้ Yuan Ji Food สามารถกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนและมาตรฐานการผลิตไปสู่รูปแบบธุรกิจอาหารที่ครบวงจรมากขึ้นในอนาคต
 
Yuan Ji Yun Jiao ปักหมุดในไทย เปิด 2 สาขาแรก 
 
Yuan Ji Yun Jiao เปิดให้บริการสาขาแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ที่ซอยเซนต์หลุยส์ 3 ใกล้สำนักงานเขตสาทร เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2025 นับว่าเป็นก้าวสำคัญของการเข้าสู่ตลาดไทยของเชนร้านอาหารเกี๊ยวรายใหญ่จากจีน
 
การเปิดสาขาในย่านสาทรถูกมองว่าเป็นการเลือกทำเลเชิงกลยุทธ์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ มีทั้งพนักงานออฟฟิศ ผู้อยู่อาศัย และชาวต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก
 
ครัวเปิด–เกี๊ยวสด จุดแข็งที่ยกมาจากจีน
 

ภาพจาก https://citly.me/g7Wfp

สาขาแรกในประเทศไทยยังคงแนวคิดเดียวกับร้านต้นแบบตั้งเดิมในจีน โดยเน้นรูปแบบครัวเปิดที่ลูกค้าสามารถมองเห็นการห่อเกี๊ยวสดใหม่ภายในร้าน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพมาตรฐานและความสดใหม่
 
เมนูหลักประกอบด้วยเกี๊ยวน้ำ เกี๊ยวแห้ง และบะหมี่ มีให้เลือกหลายไส้ ทั้งหมู ผัก และกุ้ง โดยเฉพาะไส้กุ้งที่เป็นกุ้งเป็นตัว ขณะที่น้ำซุปใช้เบสจากหมู ไก่ ปลา และกุ้ง ให้รสชาติใส หอม และกลมกล่อม ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์
 
ราคาเข้าถึงง่าย พร้อมเซตเมนู
 
Yuan Ji Yun Jiao วางตำแหน่งราคาในระดับกลาง เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย โดยมีเซตเมนูที่รวมบะหมี่เกี๊ยว ผัก และเครื่องดื่ม ในราคาประมาณ 160 บาท ช่วยตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าออฟฟิศและผู้ที่มองหามื้ออาหารคุณภาพในราคาคุ้มค่า
 
ระบบการสั่งอาหารภายในร้านใช้การสแกน QR Code บนโต๊ะ รองรับทั้งการนั่งรับประทานและสั่งกลับบ้าน สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองใหญ่
 
ขยายสาขา 2 ต่อเนื่อง เซ็นทรัลปิ่นเกล้า
 
หลังเปิดสาขาแรกได้ไม่นาน แบรนด์ Yuan Ji Yun Jiao ได้เปิดสาขา 2 ในไทยที่ Central Pinklao ชั้น G ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วตามรูปแบบแฟรนไชส์ร้านอาหารจากจีน
 
หยวนจีน มีโอกาสเติบโตในตลาดไทยได้ไม่ยาก ด้วยรสชาติที่เข้ากับผู้บริโภค ราคาไม่สูง และมาตรฐานอาหารที่สม่ำเสมอ หากสามารถรักษาคุณภาพและขยายสาขาได้ตามแผน อาจกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์จีนที่สร้างฐานลูกค้าในไทยได้ในระยะยาว
 
บทสรุป
 
เส้นทางของ Yuan Ji Yun Jiao สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตของแบรนด์อาหารจีนในยุคที่ความไม่แน่นอน กลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับไอเดียที่หวือหวา หากแต่เกิดจากความสามารถในการยึดมั่นในธุรกิจ จากเกี๊ยวสดจานเรียบง่ายในกวางตุ้ง สู่เครือข่ายร้านอาหารนับพันสาขา หยวนจีเลือกเดินบนเส้นทางที่เน้นระบบ ความจริงใจ และความเข้าใจผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง
 
ในวันที่หลายแบรนด์เร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มจำนวนสาขา หยวนจีกลับให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐาน ตั้งแต่ซัพพลายเชน มาตรฐานอาหาร ไปจนถึงการพัฒนาผู้ประกอบการแฟรนไชส์ การลงทุนในสำนักงานใหญ่และฐานการผลิตแห่งใหม่จึงไม่ใช่เพียงแค่ขยายธุรกิจ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับบทบาทใหม่ในฐานะกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ครบวงจร
 
ท้ายที่สุด เส้นทางของ Yuan Ji Yun Jiao อาจไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปสำหรับธุรกิจอาหาร แต่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แบรนด์ที่เริ่มจากอาหารพื้นฐานที่สุด ก็สามารถก้าวสู่เวทีโลกได้ หากรู้จักเติบโตอย่างมีจังหวะ กล้าปรับตัว และไม่หลงลืมเหตุผลที่เริ่มต้นทำธุรกิจตั้งแต่วันแรก ความจริงใจในอาหารหนึ่งจาน และความเชื่อมั่นในการส่งมอบอาหารที่มีคุณภาพให้ผู้บริโภคในทุกมื้อ
 
แหล่งข้อมูล 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เซลล์ร้อยล้าน! ต้องมีเป้าหมาย มีวินัย แก้ปัญหาลู..
715
อวสานตึกธนาคาร ความงดงามที่ไม่เหลือ
691
ยกระดับธุรกิจของคุณด้วยพลังแห่งการออกแบบ
518
รู้รายได้ รู้ลูกค้า Business Model Canvas เครื่อ..
426
SWOT Analysis ไม่รู้จริง มีแต่เจ๊ากับเจ๊ง!
416
สงครามไก่ทอด 6 สัญชาติ รุมสกรัม ช่วงชิงพื้นที่ ใ..
412
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด