บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
279
3 นาที
7 มกราคม 2569
Checklist ธุรกิจ : สิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มธุรกิจในปี 2026
 

ในปี 2025 เศรษฐกิจไทยและภาคธุรกิจเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงและซับซ้อน ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปรับตัวอย่างหนักหน่วงหรือแม้กระทั่งปิดกิจการ จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 มีธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการกว่า 9,729 ราย หรือถ้าจะให้สรุปเป็นข้อใหญ่ของวิกฤติธุรกิจในปี 2568 ได้แก่
 
1.เงินเฟ้อต่ำแต่ค่าครองชีพสูง
 
รายได้เฉลี่ยของคนไทยแทบไม่โตแต่ราคาสินค้าจำเป็น (อาหาร เครื่องดื่ม พลังงาน) กลับขึ้นสะสมต่อเนื่องหลายปี ทำให้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ ราคาในการตัดสินใจซื้อ เกิดเป็นสงครามราคาในหลายธุรกิจ โดย 58% เปลี่ยนไปซื้อสินค้าแบรนด์ถูกกว่า แม้จะไม่ชอบในเรื่องยี่ห้อหรือคุณภาพ ขณะที่ 81% ของผู้ซื้อออนไลน์จะเช็คราคาจากหลายช่องทางก่อนตัดสินใจซื้อ
 
2.ภาระหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี
 
ภาพจาก https://app.envato.com

มีข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า ครัวเรือนไทย 64% ลดการใช้จ่ายสินค้าที่ “ไม่จำเป็น”เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนเอาไว้ใช้ในแต่ละเดือนมากขึ้น สอดคล้องกับ หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในปี 2568 สูงถึง 740,596 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี และเพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน และถ้ามองในระดับโลก หนี้ครัวเรือนไทยรั้งอันดับต้นๆ ของโลก ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 86-90% ของ GDP ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่มีเงินเหลือไปจับจ่ายใช้สอย
 
3.ต้นทุนทางธุรกิจพุ่งสูงขึ้นแบบรอบทิศทาง
 
หรือที่เรียกว่า Cost-Push Inflation เป็นปัญหาหนักที่ทำให้ภาคธุรกิจหลายรายไปต่อไม่ไหวหนักสุดก็ถึงขั้นปิดกิจการ โดยเฉพาะ 2 ตัวแปรหลักคือ ค่าแรงและพลังงาน 
  • การปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท ในหลายพื้นที่ซึ่งธุรกิจไม่ได้จ่ายเพิ่มแต่ค่าจ้างต้องจ่าย เงินสมทบประกันสังคม และ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ข้อมูลระบุว่าหากปรับค่าแรงเป็น 400 บาททั่วประเทศ จะทำให้ต้นทุนแรงงานเฉลี่ยของ SME เพิ่มขึ้นถึง 6%
  • ค่าน้ำ / ค่าไฟ / ค่าขนส่ง แม้จะมีข่าวว่าภาครัฐจะพยายามลดค่าไฟลง เหลือประมาณ 3.88 บาท/หน่วย ในต้นปี 2569 แต่ก็คาดว่าไม่น่าจะช่วยผู้ประกอบการได้มาก หรือการที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระหนี้มหาศาล ทำให้ความสามารถในการ ตรึงราคาน้ำมัน ทำได้จำกัด ธุรกิจต้องเตรียมรับมือกับราคาน้ำมันที่อาจจะเพิ่มขึ้นตามกลไกตลาดโลก
4.ปัญหาสินค้าจีนทะลักเข้ามาเมืองไทย
 
ภาพจาก https://app.envato.com

ในปี 2568 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างธุรกิจไทยสั่นคลอนอย่างรุนแรง เนื่องจากสินค้าจากจีนมีราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตในไทยเฉลี่ยถึง 20-40% ผลกระทบจึงมาถึงผู้ประกอบการไทยเต็มๆ เพราะไม่อาจสู้ในสงครามราคาได้ ชัดเจนที่สุดคือสถิติการปิดโรงงานในไทยเพิ่มขึ้น ทำให้การจ้างงานลดลง อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในทุกภาคส่วน
 
และปัญหาทางธุรกิจก็ไม่ได้มีแค่ที่กล่าวมานี้ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นผลด้านลบไม่ว่าจะเป็น ภาษีจากสหรัฐ 19% ทำให้สินค้าไทยแข่งขันยากขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีต้นทุนต่ำกว่า หรือปัญหา ความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่บั่นทอนความเชื่อมั่น ของนักลงทุนต่างชาติ (FDI) และนักลงทุนในประเทศ 
 
รวมไปถึงปัญหาภัยธรรมชาติ ทั้งปัญหาภัยแล้ง , น้ำท่วม มีผลกระทบอย่างมากทั้งในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม และการฟื้นฟูที่ต้องใช้ระยะเวลานาน ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศได้
 
การตลาดปี 69 ต้องเน้น “Long-Term Value Strategy”
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ธุรกิจปี 69 ต้องเน้นการตลาดที่แข่งในระยะยาว (Long-Term Value Strategy) มากกว่า การได้ผลในระยะสั้น (Quick Big Win) ธุรกิจควรต้องเน้นความสม่ำเสมอ การวางแผน เพื่อความยั่งยืนและโฟกัสไปที่การสร้าง คุณค่า (Value) ที่ยั่งยืนระหว่างแบรนด์กับลูกค้า โดยมองว่าลูกค้าหนึ่งคนจะสร้างรายได้ให้เราไปตลอด ซึ่งมีเหตุผล 3 ข้อว่าทำไม Long-Term Value Strategy จึงเป็นหลักการตลาดที่ควรนำมาใช้
  1. ต้นทุนค่าโฆษณาที่สูง ซึ่งการยิงแอดเพื่อหาลูกค้าใหม่มีราคาแพงขึ้นทุกปี หากขายได้ครั้งเดียวแล้วลูกค้าหายไป กำไรจะถูกกลืนหายไปกับค่าโฆษณา
  2. ลูกค้าจะเชื่อถือแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจน เพราะในยุคที่โฆษณามีความเกินจริงจากการใช้เทคโนโลยีเข้าข่วย แบรนด์ที่สื่อสารกับลูกค้าด้วยความจริงเป็นตัวตนของแบรนด์ที่เข้าใจได้ง่าย จะได้รับความสนใจมากกว่า
  3. การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวทำได้ยากขึ้น ดังนั้นแบรนด์เองจึงต้องเก็บข้อมูลผ่านการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงกับลูกค้า
ในปี 69 AI จะเข้ามามีบทบาทในธุรกิจยิ่งขึ้นหากแบรนด์ไม่มี Long-Term Value หรือความผูกพันที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า แบรนด์นั้นจะถูกแทนที่ด้วยคู่แข่งที่ราคาถูกกว่าได้ทันที แต่วิธีนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างและสะสมความเชื่อมั่น แต่เป็นวิธีที่ได้ผลดีกับการทำธุรกิจในระยะยาว และนอกจากการเตรียมความพร้อมในด้านความคุ้มค่า ธุรกิจเองก็ต้องเตรียมความพร้อมในด้านเทคโนโลยีและด้านอื่นๆ ควบคู่กันด้วย
 
Checklist ธุรกิจ : เตรียมความพร้อมสู่ปี 2026
 
ในปี 2569 จะก้าวสู่ยุคที่เรียกว่า AI-First Reality หรือการที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริมในธุรกิจแต่จะกลายเป็นกำลังสำคัญมากขึ้น ร่วมกับพฤติกรรมลูกค้าจะมีความสลับซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงเร็วมาก การทำธุรกิจจึงต้องเตรียม Checklist ให้มีความพร้อมในหลายด้านได้แก่
 
1.การเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี
 

ภาพจาก https://app.envato.com

เช่นการนำ AI มาใช้ในส่วนงานต่างๆ เช่น Chatbot บริการลูกค้า, การวิเคราะห์ข้อมูลการขาย หรือการสร้าง Content Marketing หรือการเตรียมระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าให้สอดคล้องกับ PDPA และมาตรฐานสากลที่เข้มงวดขึ้น 
 
นอกจากนี้ยังควรที่จะพัฒนาระบบหลังบ้านให้ทันยุคสมัยเพื่อให้การทำธุรกิจเกิดประสิทธิภาพได้มากที่สุด ซึ่งการเตรียมความพร้อมในด้านนี้ได้อย่างเหมาะสมจะช่วยลดต้นทุนได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาแทน รวมถึงยังช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้แบบที่เข้าความต้องการมากขึ้นด้วย
 
2.เตรียมความพร้อมในการดูแลลูกค้า
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ปี 2569 เราจะไม่ได้แข่งกันที่ใครเร็วกว่าเท่านั้น แต่แข่งกันที่ว่าใครคุ้มค่าและน่าสนใจกว่า ธุรกิจที่ทำให้ลูกค้าพอใจได้มีโอกาสอยู่รอดได้สูง ซึ่งธุรกิจต้องเข้าใจก่อนว่า ลูกค้าในอนาคตต้องการเป็นมากกว่าผู้ซื้อและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ 
 
สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือการสร้าง Brand Community หรือพื้นที่ให้ลูกค้าได้คุยกันเองและคุยกับแบรนด์ รวมถึงการนำความคิดเห็นลูกค้ามาพัฒนาสินค้าจริงๆ จะช่วยสร้างความรู้สึกดีระหว่างแบรนด์กับลูกค้ามากขึ้น
 
3.การเตรียมความพร้อมและวางแผนด้านการเงิน
 
ภาพคล่องทางการเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอกับธุรกิจในปี 2569 แต่ต้องมีแผนสำรองเพื่อรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ อาจใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย เพื่อให้มองเห็นถึงกระแสเงินสดในอีก 3-6 เดือนข้างหน้าเพื่อจะได้เตรียมแผนรับมือในกรณีที่อาจมีปัญหา 
 
หรือการเตรียมวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ธุรกิจยังมีผลประกอบการดี เพราะในยามวิกฤต การขอสินเชื่อจะทำได้ยากและมีดอกเบี้ยสูงกว่า
 
4.การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและทีมงาน
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ปี 2569 “มนุษย์” ยังเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ แต่บทบาทของจะเปลี่ยนไปเน้นการทำงานผ่านการควบคุมระบบต่างๆมากขึ้น บุคลากรในการทำงานยุคใหม่ต้องมีทักษะการใช้ AI เช่น Prompt Engineering หรือการใช้ AI Copilot ที่จะกลายเป็นทักษะพื้นฐานเหมือนการใช้ Microsoft Office ในสมัยก่อน นอกจากนี้ภาคธุรกิจควรให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีทักษะจริงมากกว่าแค่มีความรู้ตามตำราเพราะนำมาใช้ได้จริงมากกว่า
 
5.การเตรียมความพร้อมด้านการตลาดในยุค Advanced Marketing
 

ภาพจาก https://app.envato.com

คาดว่าปี 2569 อัลกอริทึมของ Social Media จะปิดกั้นการมองเห็นมากขึ้น และค่าโฆษณาจะแพงขึ้นมากเช่นกัน ธุรกิจที่อยากจะอยู่รอดจำเป็นต้องสร้างช่องทางของตัวเองเพื่อลดการพึ่งพาแค่ Facebook / TikTok รวมถึงการทำ SEO แบบเดิมที่เน้นแค่ Keyword จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะคนจะเลิกพิมพ์ค้นหา แต่จะ ถาม AI แทน ดังนั้นคอนเทนต์ของธุรกิจต้องเขียน คำตอบที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ AI หยิบยกไปอ้างอิงได้
 
นอกจากนี้ยังมี Checklist อีกอย่างที่น่าสนใจคือการเตรียมความพร้อมในการสร้างแบรนด์ที่มากกว่าการเป็นแค่สินค้า เพราะในปี 2569 คาดว่าจะมีภาพสวยงามที่เกิดจาก AI เยอะมากๆ 
 
รวมถึงข้อความการตลาดที่สมบูรณ์แบบเกินจริง เป็นผลให้ผู้บริโภคมองหาความจริงจากสินค้ามากขึ้น สิ่งที่ต้องสื่อสารแท้จริงนับจากนี้อาจไม่ใช่ว่าสินค้าเราดียังไง แต่ต้องสื่อสารว่าสินค้าเราคุ้มค่าและน่าสนใจแค่ไหน ทำไมจึงควรซื้อสินค้าของเรา เรียกว่าเป็นการสร้างแบรนด์ที่เป็น Long-Term Value Strategy แทนที่จะเป็นแค่สินค้าที่ผลิตขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าซื้อใช้เท่านั้น

 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
474
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
412
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
374
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
371
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
356
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
354
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด