บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
437
3 นาที
19 พฤษภาคม 2569
กาแฟ เต็มเชียงใหม่! ทุก 160 เมตร เจอ 1 ร้าน
 

ถ้าให้จัดอันดับว่าในประเทศไทยจังหวัดไหนที่มีร้านคาเฟ่มากที่สุด หากวัดกันที่จำนวนร้านต่อตารางกิโลเมตร หรือจำนวนร้านต่อสัดส่วนประชากรในพื้นที่ เชื่อได้เลยว่า เชียงใหม่ติดอันดับ 1 ถึงกับมีคำที่พูดกันว่า “ถ้าล้มตัวลงตรงนี้ ขาจะอยู่ร้านหนึ่ง หัวจะอยู่อีกร้านหนึ่ง” สะท้อนให้เห็นความหนาแน่นของของร้านคาเฟ่ในเชียงใหม่ได้อย่างดี
 
ทั้งนี้จากข้อมูลในเบื้องต้นคาดว่าเชียงใหม่มีร้านกาแฟและคาเฟ่ไม่ต่ำกว่า 2,500 – 3,000 แห่ง ซึ่งก็รวมทั้งแบบที่มีหน้าร้านชัดเจน ทั้งร้านขนาดกลาง ขนาดเล็ก รวมถึงแบบรถเข็นในบางพื้นที่ บริเวณที่หนาแน่นมากที่สุดอยู่ในอำเภอเมือง 
และที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่นแม่ริม , หางดง , ช้างม่อย , นิมมานเหมินท์ เป็นต้น
 
สัดส่วนความหนาแน่น 1 : 150 ในเขตอำเภอเมือง
 
ภาพจาก www.facebook.com/thebaristroofficial

การจำแนกความหนาแน่นของประชากรต่อร้านคาเฟ่ / ร้านกาแฟในเชียงใหม่ แตกต่างกันไปตามย่านเศรษฐกิจต่างๆ ถ้าดูเฉพาะในเขตอำเภอเมืองพบว่ามีร้านอยู่ประมาณ 1,500 แห่ง (ร้านที่จดทะเบียนและร้านอิสระขนาดเล็ก) โดยในเขตอำเภอเมืองนี้มีประชากร 230,000 คน (ข้อมูลตามทะเบียนราษฏร์) ที่ยังไม่นับรวมนักท่องเที่ยวที่เข้ามา

สัดส่วนความหนาแน่นเบื้องต้นประมาณ 1 : 150 คน เปรียบเทียบสัดส่วนนี้ถือว่าหนาแน่นสูงมาก เพราะหากเทียบกับมาตรฐานเมืองใหญ่ในระดับโลก บางเมืองอาจมีสัดส่วน 1 ร้านต่อประชากร 500-1,000 คน
 
หรือถ้าคิดคำนวณจำนวนร้าน ต่อ พื้นที่ ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่มีพื้นที่ประมาณ 40 ตร.กม.หรือประมาณ 40 ล้านตารางเมตร จำนวนร้านกาแฟประมาณ 1,500 แห่ง ค่าเฉลี่ยคือ 3.75 ร้านต่อ 1 ตารางกิโลเมตร หมายความว่าหากกระจายร้านให้เท่ากันทุกจุดในทุกๆ 160 เมตรเราจะเดินไปเจอร้านกาแฟ 1 ร้าน
 
ในย่านนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อย่างที่นิมมานเหมินทร์ ซอย 1 ถึง 17 ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1 ตร.กม.หรือประมาณ (1 ล้านตารางเมตร มีร้านกาแฟอยู่ประมาณ 200 ร้านค้า ความหนาแน่นเทียบพื้นที่คือ 1 ต่อ 5,000 ตารางเมตร หรือในพื้นที่ขนาดเท่าสนามฟุตบอลขนาดใหญ่จะมีร้านกาแฟอยู่ประมาณ 1.4 ร้าน อย่างไรก็ดีอาจมีบางคนแย้งว่าในกรุงเทพฯน่าจะมีร้านกาแฟ /คาเฟ่เยอะกว่า อันนี้ก็ถูกต้องแต่ถ้าวิเคราะห์ในขนาดพื้นที่ร่วมกับจำนวนประชากร เชียงใหม่มีการกระจุกตัวมากที่สุด
 
เปรียบเทียบความหนาแน่นร้านกาแฟ /คาเฟ่ใน เชียงใหม่ vs เกาหลีใต้
 

ภาพจาก www.facebook.com/thebaristroofficial

ในขณะที่เชียงใหม่มีความหนาแน่นที่ประมาณ 1:150 ในเขตอำเภอเมือง ไปดูที่กรุงโซล ของเกาหลีใต้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีร้านกาแฟหนาแน่นแห่งหนึ่งในโลก โดยเกาหลีใต้มีร้านกาแฟรวมกว่า 100,000 แห่ง เฉพาะในโซลมีร้านกาแฟแทบจะทุกหัวมุมถนนคล้ายเชียงใหม่

แต่เน้นไปที่ร้านแบบ Chain Store และร้านขนาดเล็กพื้นที่จำกัด ซึ่งมีอยู่ประมาณ 20,000 แห่ง สัดส่วนความหนาแน่นประมาณ 1:500 หากวัดเฉพาะประชากรเทียบพื้นที่และจำนวนร้าน เชียงใหม่หนาแน่นกว่า แต่คนเกาหลีมีอัตราการดื่มกาแฟที่สูงกว่าเฉลี่ย 367 แก้วต่อปี 
 
สาเหตุที่ทำให้ร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่ดูหนาแน่นทั้งที่ในกรุงโซลมีร้านกาแฟ / คาเฟ่เยอะกว่า เป็นเพราะขตเมืองเชียงใหม่มีขนาดเล็กและกระจุกตัว ร้านส่วนใหญ่จึงตั้งอยู่เบียดกันในย่านเดียว ทั้งในนิมมานฯ, ช้างม่อย, คูเมือง ไม่ได้กระจายตัวเหมือนในกรุงโซลที่ส่วนใหญ่ไปอยู่ตามสถานีรถไฟฟ้าต่างๆ

หรืออาจเป็นเพราะการออกแบบร้าน เนื่องจาก คาเฟ่เชียงใหม่มักเป็นแบบ Standalone มีดีไซน์เด่นชัด กินพื้นที่กว้าง ทำให้ มองเห็น และสัมผัสถึงร้านได้มากกว่าร้านในโซลที่มักจะอยู่ในตึกแถวหรือชั้นใต้ดิน

อย่างไรก็ดีนี่คือการเปรียบเทียบความหนาแน่นระหว่างเชียงใหม่กับกรุงโซล แต่ในความเป็นจริง เกาหลีใต้ไม่ใช่ประเทศที่มีร้านกาแฟ / คาเฟ่มากที่สุดหากดูข้อมูลอัปเดตในปี 2025 – 2026 พบว่าอินโดนีเซีย ครองตำแหน่งประเทศที่มีร้านกาแฟ/คาเฟ่มากที่สุดในโลก จำนวน 460,000 ร้าน ตามมาด้วย จีนจำนวน 190,000 ร้าน ขณะที่เกาหลีใต้อยู่อันดับที่ 5 จำนวน 100,000 ร้าน และไทยตามมาในลำดับที่ 6 จำนวน 97,000 ร้าน
 
ร้านเยอะ! คนแยะ! ธุรกิจร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่ กำไรดีแค่ไหน?
 
ภาพจาก www.facebook.com/akhaamacoffee

การกระจุกตัวของคาเฟ่/ร้านกาแฟ ในเชียงใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเทรนด์ฮิตเท่านั้น แต่เกิดจากโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยทางเศรษฐกิจร่วมด้วย ถ้าวิเคราะห์เหตุผลเบื้องต้นพบว่า
  1. เชียงใหม่เป็นแหล่งวัตถุดิบกาแฟ โดยอยู่ใกล้แหล่งปลูกอาราบิก้าคุณภาพดีทั้งที่ดอยช้าง หรือว่าแม่กำปอง ทำให้โรงคั่วและร้านคาเฟ่สามารถเข้าถึงเมล็ดกาแฟสดใหม่ได้ในราคาที่ต่ำกว่าจังหวัดอื่น
  2. ต้นทุนค่าเช่าและดีไซน์ร้านที่มีความพิเศษ ซึ่งต้นทุนค่าเช่าในเชียงใหม่ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯถือว่าถูกกว่า เปิดโอกาสให้คนที่ทุนน้อยก็เริ่มสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาได้ขึ้นอยู่กับการดีไซน์ร้านและกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ
  3. ศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยว เป็นเสน่ห์สำคัญของจังหวัดท่องเที่ยวที่จะดึงดูดลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาก เป็นจุดหมายปลายทางที่คนต้องการเดินทางไปสัมผัสโดยเฉพาะในฤดูท่องเที่ยวที่คนจะมากเป็นพิเศษ
ถ้ามองในเรื่องกำไรและความอยู่รอดของธุรกิจร้านกาแฟ /คาเฟ่ในเชียงใหม่ ก็อาจจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่
  • กลุ่มที่มีกำไรมหาศาล ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนทั้งการเป็นร้านที่มีชื่อเสียง , การได้รับรางวัลระดับโลก , มีจุดเด่นและความพิเศษของร้าน กลุ่มนี้จะมีกำไรต่อแก้วเฉลี่ย 60-70% ราคาขายต่อแก้วอาจสูงถึง 150-200 บาท แน่นอนว่ารายได้อีกส่วนคือการขายของที่ระลึกที่บางครั้งกำไรจากสินค้าเหล่านี้สูงกว่าการขายกาแฟด้วย
  • กลุ่มที่อยู่รอดและพอมีกำไร ส่วนใหญ่เป็นร้านขนาดกลาง - เล็ก เน้นลูกขาประจำและคนในพื้นที่ เน้นการขายในปริมาณมากและมีการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพกำไรสุทธิอาจจะอยู่ประมาณ 15-25% แต่หัวใจสำคัญของกลุ่มนี้คือต้องพยามปรับตัวและแข่งขันสู้กับคู่แข่งที่เปลี่ยนตัวเองตลอดเวลา
  • กลุ่มขาดทุน / เท่าทุน มักจะเป็นร้านที่เน้นดีไซน์สวยตามเทรนด์ แต่ไม่มีจุดขายเรื่องรสชาติ หรือไม่มีระบบบริหารจัดการที่ดี แน่นอนว่ากลุ่มนี้มีจำนวนเยอะที่สุดในสถิติของการปิดตัวลง หลายๆร้านอาจอยู่ได้ไม่ถึงปี เพราะค่าการตลาดพุ่งสูงแต่ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำมีจำนวนน้อย
อย่างไรก็ดีถ้าพูดถึงร้านคาเฟ่ / กาแฟ ที่ยอดขายดี อาจต้องใช้เกณฑ์ความนิยม , การขยายสาขา มาเป็นตัวชี้วัด ซึ่งก็มีหลายร้านที่น่าสนใจยกตัวอย่างเช่น 
  • The Baristro เป็นร้านที่มีการขยายสาขาได้มากที่สุดแบรนด์หนึ่งในเชียงใหม่ เช่นสาขาหลัง มช. (ถ.สุเทพ) , สาขาป่าตัน(ริมแม่ปิง) , สาขาหน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่ , สาขาศิริมังคลาจารย์ เป็นต้น สาขาที่ได้รับความนิยมสูงมีรายได้เฉลี่ยต่อสาขาประมาณ 1-3 ล้านบาทต่อเดือน 
  • Roast8ry (โรสทรี) สาขาแรกสุดตั้งอยู่ที่ นิมมานเหมินท์ ซอย 3 เจ้าของคือแชมป์โลก World Latte Art โดยเลข 8 ที่อยู่ในชื่อร้านคือ Brand DNA ที่บอกเล่าเรื่องราวความพยายามจากบาริสต้าอันดับ 8 ของโลก จนก้าวขึ้นสู่การเป็น World Latte Art Champion ในปี 2017 ถือเป็นร้านกาแฟแบบพรีเมี่ยมที่อัตรากำไรต่อแก้วค่อนข้างสูง
  • Akha Ama มีสาขาที่โดดเด่นคือ สาขาอำเภอแม่ริม , สาขาในตัวเมือง เป็นแบรนด์ที่มี Brand Loyalty สูงมากทั้งคนไทยและต่างชาติ มีจุดเด่นคือการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบได้ดีกว่าคู่แข่ง เพราะเน้นการรับมาจากไร่ของชุมชนเองโดยตรง นอกจากเครื่องดื่มยังขายผลิตภัณฑ์อย่างเมล็ดคั่วกาแฟที่ส่งให้ร้านอื่น (B2B) เป็นรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่งด้วย
Checklist ให้ดีก่อนตัดสินใจเปิดร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่
 

ภาพจาก www.facebook.com/thebaristroofficial

เหตุผลประกอบการตัดสินใจว่าควรเปิดร้านกาแฟ / คาเฟ่ในเชียงใหม่ยุคนี้หรือไม่ มีทั้งเหตุผลที่ควรทำและไม่ควรทำก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอย่างละเอียด เริ่มจากเหตุผลที่ไม่ควรลงทุน เพราะมองว่าตอนนี้ตลาดเกินจุดอิ่มตัว

ถ้าเป็นร้านกาแฟที่ไม่มีจุดขายโอกาสรอดแทบเป็นศูนย์ ไหนจะต้องสู้กับสงครามราคา และร้านใหญ่ก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องการบริหารจัดการวัตถุดิบ รวมถึงร้านใหญ่มีงบด้านการตลาดที่มากกว่า แต่เหตุผลที่ยังน่าทำก็เป็นเพราะถ้าเปิดร้านโดยใช้ไอเดียหรือจับจุดในทำเลที่เมืองกำลังขยายออกไป รวมถึงโมเดลธุรกิจที่เน้นความเร็ว คุณภาพ ราคาเข้าถึงได้ง่าย กลุ่มนี้ยังมีความต้องการสูง หรือจะเน้นธุรกิจที่ไปทางสายสุขภาพเพื่อจับกลุ่มคนรักษ์สุขภาพให้มาใช้บริการมากขึ้น
 
อย่างไรก็ดีเราก็ควร Checklist เบื้องต้นว่าเรามีทำเลที่ดีแค่ไหน เป็นที่ดินตัวเองหรือเช่า มีแหล่งวัตถุดิบที่ถูกกว่าเจ้าอื่นแค่ไหน รวมถึงโมเดลธุรกิจของเราขายประสบการณ์หรือความคุ้มค่า ทั้งนี้ก็ควรมองหารายได้เสริมที่ไม่ใช่แค่การขายเครื่องดื่มแต่เป็นการเพิ่มเมนูอื่นๆ ในร้านหรือสินค้าที่น่าสนใจเพื่อทำให้ธุรกิจมีรายได้จากหลายช่องทางมากขึ้น
 
ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งเชียงใหม่อาจมีเสน่ห์ดึงดูดสำหรับการเปิดร้านคาเฟ่ / กาแฟ แต่ในจังหวัดอื่นๆ ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กันสิ่งสำคัญอยู่ที่การจับจุดความต้องการลูกค้าและพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สอดคล้อง เราอาจไม่ต้องโฟกัสแค่การเปิดร้านที่เชียงใหม่ อาจเป็นจังหวัดใกล้ๆ ที่ต้นทุนถูกกว่าแต่ความต้องการของลูกค้ามีมากไม่แพ้กัน ก็ขึ้นอยู่กับการตลาด + คุณภาพสินค้าและบริการของผู้ลงทุนเป็นสำคัญด้วย
 
อ้างอิง
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
TPC Pizza ร้านพิซซ่าของกัมพูชา 100% ถอยห่างทุนไท..
409
ลิขสิทธิ์บอลโลก 1,700 ล้าน จอดำไม่ไหว ทำไปไม่คุ้ม
387
โนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นิยามใหม่แห..
385
IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น จิ๊กซอว์ใหม่ MAG..
380
อวสานคาเฟ่ ยุค 80 ต้นทุนสูง คนทำไม่ไหว ตลก นักร้..
356
ย้อนตำนาน "อาจารย์ยอด" จากคนเขียนโปสเตอร์หนัง สู..
333
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด