บทความทั้งหมด    บทความแฟรนไชส์    การเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์    ความรู้ทั่วไประบบแฟรนไชส์
458
3 นาที
17 มิถุนายน 2569
เจ้าของแฟรนไชส์ หรือ แฟรนไชส์ซี คนไหนรวยกว่า?
 

หลายคนฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่อยากเริ่มจากศูนย์ การซื้อแฟรนไชส์จึงกลายเป็นทางเลือกยอดนิยม เพราะได้ใช้แบรนด์ที่มีชื่อเสียง มีระบบบริหารจัดการที่พร้อม และมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว
 
อย่างไรก็ตาม คำถามที่น่าสนใจคือ ในระบบแฟรนไชส์ที่มีผู้เล่นอยู่ 2 ฝ่าย ได้แก่ "เจ้าของแบรนด์" หรือ Franchisor และ "ผู้ซื้อแฟรนไชส์” หรือ Franchisee ใครกันแน่ที่ได้รับผลตอบแทนมากกว่า
 
หลายคนอาจมองว่าแฟรนไชส์ซีหรือเจ้าของสาขาแฟรนไชส์เป็นผู้รับรายได้จากการขายสินค้าโดยตรง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเจ้าของแบรนด์เป็นผู้ได้รับค่าธรรมเนียมจากทุกสาขาโดยแทบไม่ต้องลงมาบริหารร้านเอง
 
แล้วในโลกความเป็นจริง ใครคือผู้ที่สร้างความมั่งคั่งได้มากกว่ากัน?
 
ผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายในธุรกิจแฟรนไชส์
 

ก่อนตอบคำถามว่าใครรวยกว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ละฝ่ายทำหน้าที่แตกต่างกันอย่างไร
 
Franchisor หรือ เจ้าของแบรนด์
 
Franchisor คือ ผู้คิดค้นแบรนด์ พัฒนาสินค้า และสร้างระบบธุรกิจขึ้นมา เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือร้านสะดวกซื้อ จากนั้นนำโมเดลธุรกิจดังกล่าวไปขายสิทธิ์ให้ผู้อื่นนำไปดำเนินกิจการ หน้าที่ของ Franchisor คือ พัฒนาแบรนด์ วางมาตรฐานการดำเนินงาน ทำการตลาดภาพรวม สนับสนุนและฝึกอบรมผู้ซื้อแฟรนไชส์ ควบคุมคุณภาพของทั้งระบบ
 
Franchisee หรือ ผู้ซื้อสิทธิ์
 
Franchisee คือ ผู้ลงทุนเปิดสาขา โดยจ่ายเงินเพื่อซื้อสิทธิ์ในการใช้แบรนด์และระบบของเจ้าของแฟรนไชส์ หน้าที่หลักคือ ลงทุนเปิดร้าน จ้างพนักงาน ดูแลยอดขาย บริหารต้นทุน รับความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ
 
พูดง่ายๆ คือ Franchisor เปรียบเสมือน "เจ้าของสูตร" ส่วน Franchisee คือ "คนลงเงินเปิดร้าน"
 
 
เงินไหลเข้ากระเป๋าใคร
 
เมื่อร้านเปิดดำเนินการแล้ว รายได้จะถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน
 
Franchise Fee
 
เป็นค่าแรกเข้า หรือค่าซื้อสิทธิ์ในการใช้แบรนด์ เงินก้อนนี้ไหลเข้าสู่เจ้าของแฟรนไชส์ทันทีตั้งแต่วันเริ่มต้นธุรกิจ
 
Royalty Fee
 
เป็นค่าธรรมเนียมรายเดือนที่ Franchisee ต้องจ่ายให้เจ้าของแบรนด์ จุดสำคัญคือ Royalty มักคำนวณเป็น 3-5% จาก "ยอดขาย" ไม่ใช่ "กำไร" นั่นหมายความว่า แม้ร้านจะมีกำไรไม่มาก เจ้าของแบรนด์ก็ยังได้รับส่วนแบ่งตามสัดส่วนยอดขายอยู่ดี

Marketing Fee
 
ธุรกิจแฟรนไชส์หลายแบรนด์จะเก็บเงินส่วนกลาง เพื่อนำไปใช้ทำโฆษณาและสร้างการรับรู้แบรนด์ แม้ผู้ซื้อแฟรนไชส์จะเป็นผู้จ่ายเงิน แต่ผลประโยชน์จะกระจายไปยังทั้งระบบ
 
 
รายได้จากวัตถุดิบ
 
หลายแบรนด์กำหนดให้ซื้อวัตถุดิบจากบริษัทแม่หรือผู้จัดจำหน่ายที่กำหนด ทำให้เจ้าของแบรนด์มีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง
 
รายได้จากอสังหาริมทรัพย์
 
ในบางระบบ เจ้าของแฟรนไชส์เป็นผู้เช่าพื้นที่ก่อนแล้วนำไปปล่อยต่อให้แฟรนไชส์ซี จึงมีรายได้จากค่าเช่าเพิ่มเติม เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าเจ้าของแบรนด์มีรายได้หลายช่องทาง ขณะที่เจ้าของสาขาพึ่งพารายได้จากการขายสินค้าเป็นหลัก
 
ความเสี่ยงอยู่ที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ 
 
แม้แฟรนไชส์จะมีระบบช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จเสมอไป
  • ต้นทุนแรงงาน ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นส่งผลโดยตรงต่อกำไรของร้าน
  • ค่าเช่าพื้นที่ หากยอดขายไม่เติบโตตามที่คาด ค่าเช่าอาจกลายเป็นภาระสำคัญ
  • เงินเฟ้อ ราคาวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และต้นทุนดำเนินงานที่สูงขึ้น ล้วนกระทบต่อกำไรของสาขา
  • ความเสี่ยงจากยอดขาย
หากลูกค้าลดลง หรือมีคู่แข่งรายใหม่เข้ามา แฟรนไชส์ซีเป็นผู้รับผลกระทบโดยตรง กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ เจ้าของแบรนด์มีความเสี่ยงในระดับระบบ แต่เจ้าของสาขาต้องเผชิญความเสี่ยงในชีวิตจริงทุกวัน หากขายไม่ได้ เจ้าของสาขาเป็นผู้ขาดทุนก่อน

 
แฟรนไชส์ซีรวยได้จริงหรือไม่
 
คำตอบคือ "รวยได้" แต่ไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด
 
กรณีมีเพียง 1 สาขา
 
เจ้าของร้านจำนวนมากสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง และมีผลตอบแทนดีกว่าการเป็นพนักงานประจำ แต่การจะกลายเป็นเศรษฐีจากร้านเพียงสาขาเดียวไม่ใช่เรื่องง่าย
 
กรณีมีหลายสาขา
 
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ นักลงทุนที่ซื้อแฟรนไชส์และประสบความสำเร็จในต่างประเทศมักไม่ได้หยุดอยู่ที่สาขาแรก เมื่อร้านแรกประสบความสำเร็จ พวกเขาจะขยายเป็น 5 สาขา 10 สาขา หรือมากกว่านั้น ยิ่งมีหลายสาขา ต้นทุนบางส่วนยิ่งเฉลี่ยลดลง และกำไรโดยรวมมีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
 
Multi-unit Franchisee
 

ในสหรัฐอเมริกา มีนักลงทุนจำนวนมากที่ถือสิทธิ์แฟรนไชส์หลายสิบสาขา คนกลุ่มนี้มักมีรายได้สูงกว่าผู้ประกอบการทั่วไป และบางรายสามารถสร้างอาณาจักรธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านบาทได้ 
 
ในไทยผู้ถือสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ KFC มีทั้งหมด 3 รายหลัก ภายใต้การดูแลของบริษัทแม่คือ Yum Restaurants International (Thailand) โดยผู้รับสิทธิ์ ได้แก่ บริษัท เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด (QSR of Asia - QSA) บริหารงานโดยกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ เป็นผู้ถือสิทธิ์รายใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน, บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) บริหารงานโดยกลุ่มเซ็นทรัล

ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์รายแรกที่นำ KFC เข้ามาในไทย และ บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) บริหารงานโดยกลุ่มนักลงทุนเดิม ร่วมกับ Devyani International ยักษ์ใหญ่ด้านร้านอาหารจากอินเดียที่เข้ามาร่วมทุน
 
กรณีศึกษา 1 เมื่อเจ้าของแบรนด์รวยกว่าคนซื้อแฟรนไชส์
 

McDonald's ธุรกิจที่ขายมากกว่าแฮมเบอร์เกอร์ หลายคนเข้าใจว่า McDonald's เป็นธุรกิจขายอาหารจานด่วน แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์จำนวนมาก บริษัทสร้างรายได้มหาศาลจากระบบแฟรนไชส์และอสังหาริมทรัพย์

โมเดลของ McDonald's คือ การให้ผู้ประกอบการลงทุนเปิดร้านเอง ขณะที่บริษัทได้รับค่าแฟรนไชส์ ค่า Royalty และค่าเช่าพื้นที่ในหลายประเทศ
 
ผลลัพธ์คือ ยิ่งมีสาขามาก บริษัทแม่ยิ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น แม้ไม่ได้เป็นผู้ทอดเฟรนช์ฟรายส์หรือยืนรับออเดอร์เอง กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่สร้างแบรนด์และระบบธุรกิจสำเร็จ มักได้รับผลตอบแทนในระดับที่สูงกว่าเจ้าของร้านแต่ละสาขา

กรณีศึกษา 2 เมื่อแฟรนไชส์ซีรวยกว่าที่หลายคนคิด
 
จากร้านเดียวสู่หลายสิบสาขาในสหรัฐอเมริกา มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่เริ่มต้นจากการซื้อแฟรนไชส์เพียง 1 สาขา หลังจากบริหารจนประสบความสำเร็จ พวกเขานำกำไรไปลงทุนเปิดสาขาเพิ่ม จาก 1 สาขา เป็น 5 สาขา, จาก 5 สาขา เป็น 20 สาขา และบางรายขยายไปมากกว่า 100 สาขา คนกลุ่มนี้เรียกว่า Multi-unit Franchisee
 
พวกเขาไม่ได้เป็นเจ้าของแบรนด์ แต่สามารถสร้างรายได้ระดับหลายล้านดอลลาร์ต่อปีจากการบริหารเครือข่ายร้านของตนเอง นักวิเคราะห์ด้านแฟรนไชส์ในสหรัฐฯ มองว่า คนกลุ่มนี้คือผู้ชนะตัวจริงในระบบแฟรนไชส์ เพราะใช้แบรนด์ของผู้อื่นสร้างอาณาจักรธุรกิจให้เป็นของตัวเอง เหมือนกรณีผู้ถือสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ KFC ในไทยมีทั้งหมด 3 รายหลัก QSA, CRG, RD
 
สรุป
 
หากถามว่าใครรวยกว่ากันระหว่างเจ้าของแบรนด์กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ คำตอบอาจเป็นเรื่องของใครมีโมเดลสร้างรายได้อย่างไร  เจ้าของแบรนด์มีข้อได้เปรียบจากการได้รับรายได้จากหลายสาขาพร้อมกัน และสามารถขยายธุรกิจได้โดยใช้เงินลงทุนของผู้อื่นถือเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตธุรกิจ ขณะที่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องรับความเสี่ยงมากกว่าเจ้าของแบรนด์ แต่ก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง หากสามารถบริหารร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายกิจการได้หลายสาขา
 
แหล่งข้อมูล
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความแฟรนไชส์ยอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 แฟรนไชส์ขายดีทุกวัน คนซื้อซ้ำสูง! ลูกค้ากลับมา..
509
Panera Bread โมเดล “ค่ากาแฟแบบรายเดือน” ยอดขาย 2..
455
93 แฟรนไชส์ ร่วม “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ ..
447
เปิดสูตรลับเจ้าของแฟรนไชส์! เงินก้อนจากค่าแรกเข้..
428
Lelecha รายได้ 4,000 ล้าน! ยังขาดทุน แก้ปัญหาด้ว..
410
แฟรนไชส์การศึกษาโกลเด้นเบรน All Students, One St..
393
บทความแฟรนไชส์มาใหม่
บทความอื่นในหมวด