บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
275
3 นาที
9 ตุลาคม 2569
แผงลอยไทยกำลังจะตาย 60% รายได้ดิ่งเหว


หาบเร่แผงลอยในเมืองไทยเป็นอาชีพที่อยู่คู่คนไทยมานานตั้งแต่อดีต สมัยที่ถนนหนทางยังไม่มีก็อาศัยการพายเรือเพื่อขายของ กระทั่งในปี 2404 มีการสร้างถนนเจริญกรุง ตามมาด้วยถนนบำรุงเมือง เกิดการขยับขยายจากการค้าขายทางน้ำขึ้นมาตั้งขายบนถนน มาถึงช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 ที่รัฐบาลเริ่มมองเห็นปัญหาของแผงลอยที่มีมากขึ้น จึงออกพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและหาบเร่ พ.ศ. 2484 เพื่อจัดระเบียบและเก็บภาษีเป็นครั้งแรก
 
และในปี 2515 ปัญหาแผงลอยเริ่มกระทบกับความเป็นอยู่คือกีดขวางการจราจรและมีการร้องเรียนอยู่บ่อย ทำให้รัฐบาลต้องออกพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535  ซึ่งเป็นกฏหมายสำคัญที่ให้อำนาจ กทม. ในการกำหนดจุดผ่อนผันให้ทำการค้าบนทางเท้าได้เป็นการชั่วคราว
 
ปี 2540 – 2556 ยุคทองของแผงลอยเมืองไทย


ภาพจาก https://citly.me/A0U1m
 
แผงลอยไทยช่วงหลังวิกฤติต้มยำกุ้งถือว่าเติบโตสูงมาก เพราะถ้าจำกันได้ดีมีคนตกงานในช่วงนั้นเยอะ ตัวเลขประมาณการคือไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน ทั้งที่ตัวเลขเดิมคนว่างงานมีเพียงประมาณ 5 แสน คำถามคือเมื่อไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ ก็ต้องดิ้นรนไปหาอาชีพ นั่นก็คือ “การขายของ”
 
หลังปี 2540 คนที่ตกงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท บางคนเป็นอดีตเจ้าของกิจการ จำเป็นต้องเอาของเก่าที่มีอยู่มาวางขาย บางคนมาขายอาหาร อาศัยพื้นที่ริมถนน หรือตามตลาดนัด ซึ่งมีต้นทุนค่าเช่าพื้นที่น้อยกว่าอาคารพาณิชย์ทำเลที่คนนิยมมากในตอนนั้นคือแถวสีลม สุขุมวิท  สัญลักษณ์ของยุคที่จำได้คือ คุณ ศิริวัฒน์ วรวัชรประภาส อดีตนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และโบรกเกอร์หุ้นที่ล้มละลาย แล้วหันมาขายแซนด์วิชริมถนน เป็นภาพสะท้อนถึงทางรอดของคน

ตกงานที่ลงมาทำการค้าขายริมทางได้อย่างชัดเจนที่สุดถ้าดูตัวเลขของหาบเร่แผงลอยในช่วงปี 2548 – 2556 พบว่า มีจุดผ่อนผันในพื้นที่ กทม. มากกว่า 740 จุด มีจำนวนผู้ค้าที่ถูกกฎหมาย รวมกว่า 20,000 – 30,000 ราย ยังไม่นับรวมพวกที่อยู่นอกจุดผ่อนผันอีกไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย (นับเฉพาะในพื้นที่ กทม.)  การที่มีหาบเร่แผงลอยมากในขณะนั้นด้านหนึ่งก็เป็นผลดีในทางเศรษฐกิจที่มีเงินหมุนเวียนในระบบทั่วประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 1 แสนล้านบาท
 
ทำไม “หาบเร่แผงลอย” เป็นอาชีพที่ใกล้ชิดวิถีชีวิตคนไทย


ภาพจาก https://citly.me/A0U1m

เราไม่ปฏิเสธว่าหาบเร่แผงลอยเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ใช่เพราะพบเห็นได้บ่อยมองไปทางไหนก็เจอแต่มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น ยิ่งกับคนที่หาเช้ากินค่ำคนที่มีรายได้น้อย นักเรียนคนวัยทำงาน หาบเร่แผงลอย ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากโดยเฉพาะในเรื่อง “ราคา”  เราสามารถหากินข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ชามละ 20-35 บาทได้ ขณะที่อาหารในห้างหรือร้านติดแอร์ราคาสูงประมาณ 70-100 บาท มีข้อมูลน่าสนใจจาก สถาบันวิจัย TDRI ระบุว่า แผงลอยช่วยให้แรงงานผู้มีราย

ได้น้อยและประชากรชั้นกลางใน กทม. ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้ถึง 20–30% ต่อเดือน ส่งผลให้มีเงินเหลือเพื่อนำไปใช้จ่ายในส่วนอื่นของชีวิตและการที่หาบเร่แผงลอยคือการลงทุนแบบไม่จำกัดวุฒิการศึกษา ไม่ต้องมีเงินทุนสูง เริ่มต้นแค่ 3,000 – 5,000 ก็ตั้งร้านค้าขายได้ และอีกเหตุผลที่ทำให้คนหันมาขายของริมทางเพราะสวัสดิการด้านแรงงานที่ยังไม่คลอบคลุมเพราะช่วงปี 2540 ประเทศไทยยังไม่มีระบบประกันการว่างงาน ซึ่งระบบนี้เริ่มมีการจ่ายชดเชยครั้งแรกในปี 2547 คนที่ตกงานจึงไม่มีเงินเลี้ยงชีพก็จำเป็นต้องหารายได้มาช่วยเหลือตัวเอง

รายได้แผงลอยอดีต VS ปัจจุบัน ต่างกันเยอะมาก!
 

ภาพจาก https://citly.me/A0U1m
 
ขายของริมทางสมัยก่อนมีทุกอย่างตั้งแต่อาหาร ขนม เครื่องดื่ม เสื้อผ้า ถ้าดูเงินเดือนปริญญาตรีสมัยวิกฤตต้มยำกุ้งประมาณ  8,000 บาท แต่รายได้แผงลอยทั่วไปประมาณ 1,000 บาทต่อวัน เฉลี่ยต่อเดือนก็มีรายได้ดีกว่าทำงานประจำหรือในยุคที่เงินเดือนปริญญาตรีเพิ่มเป็น 12,000 บาท รายได้แผงลอยทั่วไปทำเลปานกลางก็ประมาณ 20,000 – 30,000 ต่อเดือน  เหตุผลที่การขายของแผงลอยรายได้ดีในสมัยก่อนเกิดจากค่าเช่าที่ต่ำมาก การขายของบนพื้นที่จุดผ่อน

ผัน เสียเพียงค่าธรรมเนียมให้ กทม./เทศบาลในราคาที่ไม่แพง และสมัยนั้นก็ยังไม่มีบริการเดลิเวอรี่ไม่มีการหักค่า GP เหมือนปัจจุบัน แถมพวกห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ก็ยังไม่มากเหมือนในตอนนี้ คนส่วนใหญ่จึงอาศัยร้านแผงลอยในการซื้อสินค้าเป็นหลัก
 
 
ภาพจาก https://citly.me/A0U1m
 
ตัดกลับมาที่สมัยนี้แผงลอยเมืองไทยไม่เฟื่องฟูเหมือนในอดีตจากวิกฤตหลายด้านคือ
  • ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาเนื้อสัตว์ ผัก น้ำมันพืช และก๊าซหุงต้ม ปรับตัวสูงขึ้นมากในขณะที่แผงลอยไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้ตามใจ เพราะลูกค้ายึดติดว่าแผงลอยต้องเป็น ของถูก ทำให้อัตรากำไร (Margin) ลดลง
  • ภาระค่าเช่าที่จากการย้ายพื้นที่ เป็นผลจากการจัดระเบียบทางเท้า ผู้ค้าจำต้องย้ายจาก ทางเท้าสาธารณะ ซึ่งเคยเสียค่าดูแลไม่แพง เพื่อย้ายไปเช่าพื้นที่เอกชน ตลาดนัด หรือ Hawker Center ซึ่งมีค่าเช่าเฉลี่ย 200–500+ บาท/วัน กลายเป็นต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ที่มากขึ้น กำไรก็ลดลง
  • กำลังซื้อลดลงอย่างรุนแรง เพราะลูกค้าหลักของแผงลอยคือกลุ่มคนทำงาน มนุษย์เงินเดือน  แรงงานรายวัน และผู้มีรายได้น้อย ซึ่งตอนนี้กำลังประสบภาวะภาระหนี้ครัวเรือนสูง การจะซื้ออะไรสักอย่างต้องระมัดระวังลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อให้มีเงินคงเหลือสำหรับตัวเอง
  • การแข่งขันกับร้านสะดวกซื้อและ Food Delivery  สภาพสังคมที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิงตอนนี้ร้านสะดวกซื้อเป็นตัวเลือกหลักของคนส่วนใหญ่เพราะมีแทบทุกที่ มีสินค้าครบแทบทุกอย่าง ยังไม่นับรวมเรื่องความสะดวกของบริการเดลิเวอรี่ที่ทำให้ร้านค้าแผงลอยเสียเปรียบในเรื่องนี้มาก
สำหรับแผงลอยที่ได้รับผลกระทบมากคือกลุ่มที่ไม่ปรับตัว ค้าขายในทำเลเดิม หรือย้ายไปอยู่ในพื้นที่ค่าเช่าแพง ไม่มีการผสมผสานเรื่องเทคโนโลยี กลุ่มนี้รายได้จะลดลงเฉลี่ย 30% – 50% บางรายมีรายได้เฉลี่ยเพียงวันละ 300 – 600 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมากใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำของคนส่วนใหญ่  ส่วนกลุ่มที่มีการปรับตัวตามสังคมก็ใช่ว่ารายได้จะโตแบบก้าวกระโดด กลุ่มนี้เน้นทำเลที่คนพลุกพล่าน มีกลุ่มลูกค้าเยอะใช้ระบบสแกนจ่ายเข้ามาช่วย

มีการขายผ่านแอปเดลิเวอรี่ร่วมด้วย แต่ก็ต้องแลกกับต้นทุนค่า GP  แม้จะมียอดขายมากขึ้น แต่โดยรวมแล้วกำไรสุทธิก็ไม่ได้มากขึ้นตามไป ประเมินแล้วในกลุ่มนี้น่าจะมีราวๆ สัก 20%แตกต่างจากกลุ่มที่ไม่ยอมปรับตัวซึ่งมีจำนวนมากที่ประมาณ 60% ของผู้ค้าแผงลอยทั้งหมด

 
ภาพจาก https://citly.me/A0U1m
 
อย่างไรก็ดีมองในอีกมุมหนึ่งหาบเร่แผงลอยไม่มีทางหายไปจากเมืองไทย แต่จะอยู่ยากขึ้น รายได้จะลดลง จำเป็นต้องปรับตัวตามโครงสร้างสังคมยุคใหม่ เปลี่ยนแปลงวิธีการขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้า หากยังยึดติดวิธีเดิมๆ อยู่เดิมๆ ค้าขายยังไงก็ไม่มีกำไร ทำไปก็มีแต่จะเหนื่อยมากขึ้น
 
อ้างอิง
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“สินค้าจีน–ทุนจีนบุกไทย” SME เปลี่ยนเกม ไม่แข่งร..
1,153
Kopi Kenangan จากร้านกาแฟทุน 5 แสน สู่ยูนิคอร์นม..
427
Masan Group เบอร์ 1 ค้าปลีกเวียดนาม ครองตลาด 70%..
421
เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์ AMAM LONBAKERY TOWN ตลาดเบเกอ..
419
ทำไมไทยเบฟฯ ยอมขาย KFC? จากนักล่าซื้อกิจการ กลับ..
417
ยุคเงินกู้แอปเดลิเวอรี่! คลิกเดียวกู้ง่าย! จ่ายค..
414
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด