บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
283
3 นาที
14 ตุลาคม 2569
จากไอเดียในห้องเรียน สู่ Canva ธุรกิจมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์


ถ้าคุณมีไอเดียธุรกิจตอนอายุเพียง 19 ปี แต่ยังไม่มีเงินทุน ไม่มีคอนเนกชันใน Silicon Valley และต้องแข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft และ Adobe คุณจะกล้าเดินหน้าหรือไม่ สำหรับ Melanie Perkins คำตอบคือ “กล้า” Perkins เริ่มต้นจากปัญหาเล็กๆ ที่เธอพบในมหาวิทยาลัย เธอเห็นว่านักเรียนจำนวนมากต้องใช้เวลาทั้งเทอมเพื่อเรียนรู้โปรแกรมออกแบบที่มีความซับซ้อน เพียงเพื่อจะสามารถใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานได้
 
สำหรับเธอ นั่นไม่สมเหตุสมผล Perkins จึงเริ่มคิดถึงอนาคตของการออกแบบว่า ถ้าโปรแกรมเหล่านี้สามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ทำงานร่วมกันได้ และง่ายพอที่ใครๆ ก็ใช้ได้ จะเป็นอย่างไร แนวคิดนั้นเกิดขึ้นในปี 2006 และในอีกหลายปีต่อมา มันกลายเป็น Canva แพลตฟอร์มออกแบบออนไลน์ที่เติบโตจนมีมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาทในปี 2019 ที่น่าสนใจคือ Canva ไม่ได้เริ่มต้นจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ มันเริ่มต้นจากธุรกิจทำหนังสือรุ่นของโรงเรียน
 
จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่ Canva
 

ภาพจาก https://citly.me/7ES8i
 
ตอนอายุ 19 ปี Perkins และ Cliff Obrecht แฟนหนุ่มของเธอในเวลานั้น กำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่เมือง Perth ประเทศออสเตรเลีย Perkins หาเงินพิเศษด้วยการสอนนักเรียนคนอื่นใช้โปรแกรมออกแบบ และนั่นทำให้เธอเห็นปัญหาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โปรแกรมออกแบบที่มีอยู่ในตลาดมีความสามารถมากมาย แต่กลับใช้งานยาก
 
นักเรียนต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้ว่าแต่ละปุ่มอยู่ตรงไหน และต้องผ่านการฝึกฝนจำนวนมากก่อนจะสามารถสร้างงานออกแบบง่าย ๆ ได้ Perkins จึงตั้งคำถามว่า ทำไมการออกแบบถึงต้องยากขนาดนั้น เธอเชื่อว่าอนาคตของการออกแบบจะอยู่บนโลกออนไลน์ และเครื่องมือเหล่านี้ควรใช้งานง่ายกว่าที่เป็นอยู่มาก แต่ปัญหาคือ เธอยังไม่มีบริษัท ไม่มีทีมเทคโนโลยี และไม่มีเงินทุนก้อนใหญ่ ดังนั้นเธอจึงเริ่มจากสิ่งที่เล็กที่สุดก่อน
 
จากไอเดียใหญ่ สู่ธุรกิจ Yearbook
 

ภาพจาก https://citly.me/7ES8i
 
แทนที่จะพยายามสร้าง Canva ตั้งแต่วันแรก Perkins และ Obrecht เริ่มทำธุรกิจที่ชื่อว่า Fusion Books ธุรกิจนี้ช่วยให้นักเรียนและโรงเรียนสามารถออกแบบหนังสือรุ่นออนไลน์ร่วมกันได้ นักเรียนสามารถสร้างหน้าโปรไฟล์และบทความของตัวเอง จากนั้นทีมของ Perkins จะนำไฟล์ไปพิมพ์และส่งหนังสือรุ่นให้โรงเรียนทั่วออสเตรเลีย
 
ธุรกิจเล็กๆ นี้ทำให้ Perkins ได้เรียนรู้สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง เธอไม่ได้เพียงแค่มีไอเดีย แต่เธอสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคนยอมจ่ายเงินให้ได้จริง สำนักงานแห่งแรกของเธอไม่ได้เป็นออฟฟิศหรูในเมืองใหญ่ แต่คือ ห้องนั่งเล่นของแม่ใน PerthPerkins ทำงานจากที่นั่น ขณะที่ Obrecht กลายเป็นทั้งแฟนหนุ่มและหุ้นส่วนธุรกิจ Fusion Books กลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และยังดำเนินกิจการต่อมาจนถึงปัจจุบัน แต่สำหรับ Perkins มันไม่ใช่จุดหมายปลายทาง
 
มันคือการทดลองครั้งแรกของความฝันที่ใหญ่กว่านั้น ความฝันคือ ทำให้ทุกคนออกแบบได้ Perkins ไม่ได้ต้องการสร้างเพียงเครื่องมือสำหรับทำหนังสือรุ่น สิ่งที่เธออยากสร้างคือแพลตฟอร์มที่สามารถทำให้งานออกแบบทุกประเภทเกิดขึ้นได้ในที่เดียว โลโก้ นามบัตร โปสเตอร์ งานนำเสนอ กราฟิกสำหรับธุรกิจ และงานออกแบบอีกมากมาย
 
เป้าหมายของเธอคือทำให้สิ่งเหล่านี้ง่ายพอที่คนทั่วไปสามารถสร้างได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักออกแบบมืออาชีพ แต่การจะเปลี่ยนธุรกิจเล็กๆ ในออสเตรเลียให้กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก จำเป็นต้องใช้เงินทุนและทีมงานด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก Perkins จึงเริ่มออกเดินทางไปหาเงินทุน และนั่นคือช่วงที่เธอต้องเข้าสู่โลกของ Silicon Valley
 
นักลงทุนคนแรกไม่ได้มาจากแผนธุรกิจ
 
ในปี 2010 Perkins เดินทางไปเข้าร่วมงานประชุมแห่งหนึ่งใน Perth ที่นั่นเธอได้พบกับ Bill Tai นักลงทุนจาก Silicon Valley การพบกันครั้งนั้นเปลี่ยนเส้นทางของเธอ Tai เชิญ Perkins ไป San Francisco เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับไอเดียของเธอ แต่ระหว่างการพูดคุย Perkins กลับคิดว่า Tai ไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูด เพราะเขาเอาแต่ดูโทรศัพท์
 
เธอจึงคิดว่าการนำเสนอครั้งนั้นคงไม่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับตรงกันข้าม Tai กำลังใช้โทรศัพท์เพื่อแนะนำเธอให้รู้จักกับคนอื่นๆ ในเครือข่ายของเขา จากการพบกันครั้งนั้น Perkins เริ่มมีโอกาสเข้าถึงนักลงทุนและผู้ประกอบการใน Silicon Valley แต่การสร้างเครือข่ายในโลกเทคโนโลยีไม่ได้ง่ายสำหรับเธอ

โดยเฉพาะเมื่อเธอไม่ได้มาจาก Silicon Valley เพื่อเข้าสู่เครือข่ายเธอต้องหัดเล่น Kitesurfing หนึ่งในคนที่ช่วยเปิดประตูให้ Perkins คือ Tai ซึ่งเป็นคนชื่นชอบการเล่น Kitesurfing และจัดงานรวมตัวของนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ชื่อว่า MaiTai
 
ปัญหาคือ Perkins ไม่เคยเล่น Kitesurfing มาก่อน แต่เธอรู้ว่าการมีโอกาสพบปะคนเหล่านี้มีความสำคัญต่ออนาคตของบริษัทดังนั้นเธอจึงตัดสินใจลอง สำหรับ Perkins การเรียนรู้กีฬาที่ไม่เคยเล่นมาก่อนอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด แต่สิ่งที่สะท้อนออกมาคือ เมื่อเธอไม่มีเครือข่ายและไม่มีคอนเนกชัน

เธอต้องหาวิธีสร้างโอกาสให้ตัวเอง เธอเคยอธิบายแนวคิดนี้ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า เมื่อไม่มี connection คุณก็ต้องพยายามแทรกตัวเข้าไปในประตู แล้วค่อย ๆ ผลักมันให้เปิดกว้างขึ้น และในที่สุดเครือข่ายเหล่านั้นก็เริ่มนำไปสู่เงินทุนและคนที่จำเป็นต่อการสร้างบริษัท
 
จุดเปลี่ยนสำคัญคือการสร้างทีมเทคโนโลยี
 

ภาพจาก https://citly.me/7ES8i
 
ในปี 2012 Perkins และ Obrecht เริ่มสร้างทีมที่จะทำให้ความฝันเรื่องแพลตฟอร์มออกแบบออนไลน์เกิดขึ้นจริง หนึ่งในบุคคลสำคัญคือ Lars Rasmussen ผู้ร่วมสร้าง Google Maps ซึ่งเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี
 
จากนั้นพวกเขาได้ Cameron Adams เข้ามาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งด้านเทคโนโลยี และ Dave Hearnden เข้ามาช่วยด้านการพัฒนา นี่คือจุดที่แนวคิดซึ่งเคยเป็นเพียงความฝันเริ่มกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีจริงๆ ทีมเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเดินหน้าเข้าสู่การระดมทุน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือรอบระดมทุนแรกสามารถระดมเงินได้ 1.5 ล้านดอลลาร์
 
และที่น่าสนใจคือ รอบการระดมทุนดังกล่าวมีผู้สนใจมากจนเงินลงทุนที่เสนอเข้ามามากกว่าจำนวนที่บริษัทต้องการ รัฐบาลออสเตรเลียยังเข้ามาสนับสนุนเงินทุนในจำนวนใกล้เคียงกัน เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตและดำเนินธุรกิจต่อในออสเตรเลีย
 
ปี 2013 Canva เปิดตัว
 
หลังจากใช้เวลาหลายปีในการพัฒนา ทีมก็เปิดตัว Canva ในปี 2013 แนวคิดของแพลตฟอร์มค่อนข้างเรียบง่าย แทนที่จะให้ผู้ใช้เริ่มต้นจากหน้ากระดาษเปล่าและต้องเรียนรู้โปรแกรมที่ซับซ้อน Canva นำเสนอเทมเพลตและเครื่องมือที่ทำให้คนทั่วไปสามารถสร้างงานออกแบบได้ง่ายขึ้น 
 
ผู้ใช้สามารถลาก วาง เปลี่ยนข้อความ ใส่รูปภาพ และสร้างงานออกแบบได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักออกแบบมืออาชีพสิ่งที่ Perkins เคยเห็นว่าเป็นปัญหาของนักเรียนในมหาวิทยาลัย จึงถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนทั่วโลก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยน Canva จากบริษัทเล็ก ๆ ในออสเตรเลียไปสู่แพลตฟอร์มระดับโลก

จากธุรกิจเล็กๆ สู่บริษัทมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์
 
ภายในเวลาไม่กี่ปี Canva เติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2019 บริษัทระดมทุนเพิ่มอีก 85 ล้านดอลลาร์ ในรอบที่นำโดย Bond Capital ของ Mary Meeker การระดมทุนครั้งนี้ทำให้ Canva มีมูลค่าประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์ Perkins ซึ่งตอนนั้นมีอายุเพียง 32 ปี กลายเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่สร้างบริษัทเทคโนโลยีระดับพันล้านดอลลาร์
 
จากเด็กสาววัย 19 ปีที่มองว่าโปรแกรมออกแบบนั้น “ยากเกินไป” เวลาผ่านไปมากกว่าหนึ่งทศวรรษ เธอกำลังบริหารบริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แต่เป้าหมายของ Canva ยังใหญ่กว่านั้น ในช่วงเวลาที่บทความนี้เผยแพร่ Canva มีทีมงานประมาณ 700 คนใน Sydney, Beijing และ Manila แพลตฟอร์มถูกใช้สร้างงานออกแบบไปแล้วเกือบ 2 พันล้านชิ้นใน 190 ประเทศ

และบริษัทไม่ได้ต้องการหยุดอยู่แค่ผู้ใช้ทั่วไปCanva กำลังขยายบริการแบบเสียเงินอย่าง Canva Pro และ Canva for Enterprise เป้าหมายคือการเข้าไปแข่งขันในตลาดเครื่องมือออกแบบระดับมืออาชีพ ซึ่งมีบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft และ Adobe ครองตลาดอยู่แล้ว
 
Perkins จึงไม่ได้กำลังสร้างเพียงเว็บไซต์สำหรับทำกราฟิกง่ายๆ เธอกำลังพยายามสร้างระบบนิเวศด้านการออกแบบที่สามารถรองรับตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไป นักเรียน ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่
 
บทเรียนจากธุรกิจที่เริ่มต้นจากหนังสือรุ่น
 

ภาพจาก https://citly.me/7ES8i
 
เรื่องของ Melanie Perkins น่าสนใจตรงที่ Canva ไม่ได้เริ่มต้นจากไอเดียที่สมบูรณ์แบบ เธอเริ่มจากการเห็นปัญหาเล็กๆ นักเรียนต้องใช้เวลานานเกินไปในการเรียนรู้โปรแกรมออกแบบ แทนที่จะพยายามสร้างบริษัทระดับโลกทันที เธอเริ่มจากธุรกิจหนังสือรุ่น Fusion Books ทำหน้าที่เป็นเหมือนสนามทดลอง
 
มันทำให้เธอได้เรียนรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร ได้เรียนรู้การทำธุรกิจ และที่สำคัญคือพิสูจน์ว่าแนวคิดเรื่องการออกแบบออนไลน์มีคนพร้อมใช้งานจริง จากนั้นจึงค่อยขยับไปสู่ความฝันที่ใหญ่ขึ้น หานักลงทุน สร้างทีมเทคโนโลยี สร้างผลิตภัณฑ์ และขยายไปทั่วโลก เส้นทางของ Canva จึงไม่ได้เกิดจากการมีไอเดียใหญ่เพียงอย่างเดียว
 
แต่เกิดจากการนำ ไอเดียใหญ่ มาทดลองด้วยธุรกิจเล็ก จากหนังสือรุ่นของโรงเรียน สู่แพลตฟอร์มออกแบบระดับโลก จากห้องนั่งเล่นของแม่ สู่บริษัทมูลค่า 3.2 พันล้านดอลลาร์ และจากเด็กสาววัย 19 ปีที่คิดว่า “การออกแบบไม่ควรยากขนาดนี้” สู่ผู้ก่อตั้งที่กำลังพยายามเปลี่ยนวิธีที่คนทั้งโลกสร้างงานออกแบบ

เรื่องของ Canva จึงอาจไม่ได้สอนว่าเราต้องมีไอเดียที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดตั้งแต่วันแรก แต่อาจสะท้อนให้เห็นว่า ไอเดียเล็ก ๆ ที่แก้ปัญหาได้จริง สามารถกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้ หากเจ้าของธุรกิจรู้จักทดลอง เรียนรู้ และค่อยๆ ขยายมันให้ใหญ่ขึ้น
 
แหล่งข้อมูล 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“สินค้าจีน–ทุนจีนบุกไทย” SME เปลี่ยนเกม ไม่แข่งร..
1,197
Kopi Kenangan จากร้านกาแฟทุน 5 แสน สู่ยูนิคอร์นม..
435
เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์ AMAM LONBAKERY TOWN ตลาดเบเกอ..
428
Masan Group เบอร์ 1 ค้าปลีกเวียดนาม ครองตลาด 70%..
426
ทำไมไทยเบฟฯ ยอมขาย KFC? จากนักล่าซื้อกิจการ กลับ..
422
ยุคเงินกู้แอปเดลิเวอรี่! คลิกเดียวกู้ง่าย! จ่ายค..
420
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด