บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    ความรู้ทั่วไปทางการตลาด
25K
3 นาที
24 พฤศจิกายน 2557
กลยุทธ์การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม (Selection of Plant Location)

การเลือกทำเลที่ตั้งเป็นโรงงานอุตสาหกรรม  เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้บริหารหรือ ผู้ประกอบการ  เพราะการค้นหาว่าจะตั้งโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง  จะมีผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายทั้งที่เป็นต้นทุนคงที่ และตันทุนแปรผัน 

ซึ่งผลกำไรจากบริษัทจะได้รับผลกระทบทันทีหากตัดสินใจเลือกที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมไม่เหมาะสม  แต่เมื่อมีความจำเป็นจะต้องเลือกสถานที่ตั้งโรงงานใหม่  ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการก็จะต้องตัดสินใจวางแผนเลือกที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการดำเนินการ

ทำเลที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม

ทำเลที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม  (Plant  Location)  หมายถึง  สถานที่ที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางธุรกิจขององค์การ  เช่น  โรงงาน  โกดังสินค้า  สำนักงานใหญ่ หรือสาขา  เป็นต้น  ที่ตั้งโรงงานจะมีความสำคัญต่อการผลิตและการดำเนินการ  การเลือกที่ตั้งจึงเป็นกระบวนการในการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล  เพื่อกำหนดสถานที่ที่ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้สะดวก และมีประสิทธิภาพสูงสุด  โดยพิจารณา  ต้นทุน  รายได้  ความสัมพันธ์ที่มีต่อบุคลากร  ลูกค้า  ตลาด  และวัตถุดิบ  ตลอดจนสภาพแวดล้อมในการดำเนินงาน

การเลือกทำเลที่ตั้งโรงงาน เป็นการตัดสินใจที่สำคัญของธุรกิจ  เนื่องจากการลงทุนในแต่ละครั้งจะมีปริมาณสูงและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายหลังการกำหนดที่ตั้งโรงงาน  จะมีค่าใช้จ่ายและค่าเสียโอกาสเกิดขึ้นซึ่ง  ณัฎฐพันธ์  เขจรนันทน์  (2542 : 97)  เสนอไว้ดังนี้
  1. การลงทุน  (Investment)  ปกติการลงทุนในสถานที่  อาคาร  เครื่องจักร  และ อุปกรณ์  จะต้องใช้เงินลงทุนสูงและเคลื่อนย้ายยาก  ซึ่งผู้บริหารต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการเช่าหรือซื้อขาดว่าทางเลือกใดมีความเหมาะสมกว่ากัน
     
  2. ต้นทุนการบริหาร  (Management  Cost)   การตัดสินใจเลือกที่ตั้งมีผลกระทบต่อการจัดการทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน  เนื่องจากที่ตั้งแต่ละแห่งมีต้นทุนที่แตกต่างกัน  เช่น  ค่าขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ  การติดต่อสื่อสาร  และค่าจ้างแรงงาน  เป็นต้น
     
  3. การขยายกิจการ  (Growth)  การขยายตัวในอนาคตขององค์การทั้งด้านการดำเนินงานหรือตลาด  ซึ่งผู้บริหารจะต้องพิจารณาข้อเปรียบเทียบของแต่ละทางเลือก  เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความคับแคบในการดำเนินงานหรือให้บริการในอนาคต  แต่ถ้าธุรกิจจัดเตรียมพื้นที่มากเกินไปจะเป็นการลงทุนที่ไม่มีผลตอบแทน  ตลอดจนก่อให้เกิดต้นทุนที่สูงในการดำเนินงาน
     
  4. ความได้เปรียบในการแข่งขัน  (Competitive  Advantage)  เป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริหาร  ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของธุรกิจ  ที่ตั้งที่เหมาะสมช่วยให้ต้นทุนการดำเนินงานของธุรกิจต่ำ  ทั้งต้นทุนทางตรงและทางอ้อม  ตลอดจนที่ตั้งที่เหมาะสมช่วยดึงดูดผู้บริโภค  ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับธุรกิจ

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งโรงงาน


ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกที่ตั้งโรงงานมีอยู่มากมาย  อย่างไรก็ตามมักปรากฏอยู่เสมอว่า มีเพียงปัจจัยไม่กี่อย่างที่มีผลสำคัญต่อการตัดสินใจ   ตัวอย่างเช่น  ในกรณีของโรงงานผลิตสินค้า  ปัจจัยที่มีผลอย่างสำคัญต่อการเลือกที่ตั้งประกอบด้วย  ความพร้อมทางด้านพลังงาน  เส้นทางการขนส่ง  และแหล่งวัตถุดิบ   ตัวอย่างเช่น  โรงงานอุตสาหกรรมเหล็กกล้าต้องอยู่ใกล้แหล่งพลังงานคือไฟฟ้า  โรงงานปูนซีเมนต์ต้องอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ  เป็นต้น   นอกจากนี้เส้นทางการขนส่งทั้งทางน้ำ  บก  และอากาศ  ก็จะมีผลอย่างสำคัญต่อต้นทุนการผลิตและจำหน่าย

อย่างไรก็ตาม  ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกที่ตั้งของโรงงาน  อาจแบ่งได้เป็น  2  กลุ่ม  คือ  ปัจจัยที่เกี่ยวกับทรัพยากรการผลิต  และปัจจัยที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ปัจจัยที่เกี่ยวกับทรัพยากรการผลิต  ปัจจัยที่เกี่ยวกับทรัพยากรการผลิต  ประกอบด้วย  วัตถุดิบ  ตลาดสินค้า  แรงงาน  ที่ดิน  การขนส่ง  แหล่งพลังงาน  และสาธารณูปโภคต่าง ๆ

วัตถุดิบ  (Material)  การตัดสินใจเลือกที่ตั้งโรงงานที่ใกล้แหล่งวัตถุดิบมีเหตุผลหลัก  คือเพื่อลดต้นทุนการผลิตอันเกิดจากการขนส่งวัตถุดิบ  อุตสาหกรรมที่เลือกที่ตั้งโรงงานใกล้แหล่งวัตถุดิบ  มักได้แก่อุตสาหกรรมทางการเกษตร  และอุตสาหกรรมที่ต้องแร่ธาตุเป็นวัตถุดิบ  ตัวอย่างเช่น  โรงงานปูนซีเมนต์  โรงงานถลุงสังกะสี  โรงงานสับปะรดกระป๋อง  และโรงงานปลากระป๋อง  เป็นต้น  ทั้งนี้เพราะวัตถุดิบมีขนาดใหญ่น้ำหนักมากการขนส่งต้องเสียค่าใช้จายสูง  และวัตถุดิบบางประเภทเกิดการเน่าเสียได้ง่าย  จึงต้องรีบส่งเข้าโรงงานอย่างรวดเร็ว

ตลาด  (Market)  โรงงานหรือการดำเนินการในลักษณะที่ใช้วัตถุดิบน้อย  มักนิยมตั้งใกล้ตลาดสินค้า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการด้านการบริการ  เช่น  โรงแรม  โรงภาพยนตร์  และห้างสรรพสินค้า  เป็นต้น  นอกจากนี้โรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทต้องตั้งใกล้ตลาดสินค้า  ทั้งนี้เพราะสินค้าที่ผลิตเกิดการเน่าเสียได้ง่าย  ตัวอย่างเช่น  โรงงานทำขนมปัง  โรงงานไฮศครีมและนมสด  เป็นต้น

ในการพิจารณาเลือกที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมว่าควรอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ หรืออยู่ใกล้ตลาด  ซึ่ง  สมศักดิ์  ตรีสัตย์  (2537 : 41 – 46)  ได้เสนอเอาไว้  ดังนี้
  1. เมื่อวัตถุดิบผ่านกรรมวิธีการผลิตในโรงงานแล้ว  น้ำหนักเปลี่ยนแปลงไปน้อยมาก  หรือน้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลงเลย  ลักษณะเช่นนี้โรงงานควรจะอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบมากกว่าตลาด  เช่น  โรงงานโม่หิน  โรงงานปูนซีเมนต์  โรงงานถลุงแร่  เป็นต้น
  2. เมื่อวัตถุดิบผ่านกรรมวิธีการผลิตแล้ว  น้ำหนักเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อผ่านกรรมวิธีการผลิต  และสำเร็จเป็นสินค้าสำเร็จรูปออก  กรณีโรงงานควรจะอยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบเหมือนกัน   ทั้งนี้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งวัตถุดิบ  เช่น  โรงงานน้ำตาล  ควรตั้งอยู่ใกล้ไร่อ้อย  โรงงานทำสับปะรดกระป๋องควรตั้งอยู่ใกล้ไร่สับปะรด
  3. เมื่อวัตถุดิบมีอยู่ทั่วไป  กรณีเช่นนี้  โรงงานควรจะอยู่ใกล้ตลาด  ทั้งนี้ เพราะว่าผลผลิตที่ออกจากโรงงานจะได้ส่งเข้าจำหน่ายในตลาดทันที  เมื่อโรงงานอยู่ใกล้ตลาดบางครั้งลูกค้าจะเข้ามาซื้อสินค้าได้โดยตรงในโรงงาน  ซึ่งจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งลงไปอีก
  4. เมื่อวัตถุดิบเป็นของที่เน่าเสียหายง่าย  เช่น  กุ้ง  ปลา  ผลไม้  และผักต่าง ๆ  อันเป็นวัตถุดิบของโรงงานทำอาหารกระป๋อง  หรือผลไม้กระป๋อง   โรงงานเช่นนี้ควรตั้งอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ  และวัตถุดิบก็ควรจะมากพอด้วย  เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและลดค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาวัตถุดิบ  เสี่ยงต่อความเสียน้อย  หากตั้งโรงงานไกลก็จะต้องมีการขนส่งอย่างรวดเร็วและต้องลงทุนในการเก็บรักษาวัตถุดิบเพิ่ม  ซึ่งทั้งหมดจะทำให้ราคาสินค้าสำเร็จรูปสูงตามไปด้วย

แรงงาน 

แรงงานเป็นปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งของการผลิต  โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อุตสาหกรรมประเภทต้องใช้แรงงานมาก  เช่น  อุตสาหกรรมทอผ้า  อุตสาหกรรมประกอบเครื่องไฟฟ้าและแผงวงจรไฟฟ้า  (integrated  circuit)  และอุตสาหกรรมหัตถกรรมต่าง ๆ  เป็นต้น 

ความเพียงพอของแรงงานตลอดจนค่าจ้างแรงงานของทำเลที่ตั้งโรงงานแต่ละแห่ง  ย่อมมีผลอย่างสำคัญต่อการตัดสินใจเลือกสถานที่ตั้งโรงงานใหม่  ในเมืองใหญ่หรือชุมชนใหญ่ย่อมมีแรงงานทั้งที่เป็นช่างชำนาญงานและแรงงานไม่ใช้ฝีกมืออยู่มาก  แต่ค่าแรงก็มักจะสูงกว่าในเมืองเล็กหรือชุมชนเล็ก  การตัดสินใจเลือกที่ตั้งโรงงานจึงต้องพิจารณาถึงความพอเพียงของแรงงานและค่าแรงงานประกอบกันที่ดิน  (Land)  

การซื้อที่ดิน  เพื่อปลูกสร้างโรงงาน  เป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวกับเงิน ก้อนใหญ่  ตามปกติทำเลในเขตเมือง จะมีราคาสูง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ  ที่ตามมาก็จะราคาสูงด้วย   ดังนั้นโรงงานส่วนมากจะตั้งไกลเมืองออกไปอยู่ตามชนบท  หรือชานเมือง  

นอกจากราคาที่ดินต้องพิจารณาแล้วลักษณะที่ดินก็จะต้องพิจารณาด้วยเหมือนกันในงานก่อสร้างโรงงาน  เช่น  ลักษณะที่ดินต่ำจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการถม  อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน  เพื่อเป็นการส่งเสริมการลงทุน  (Investment  promotion)  และติดตามควบคุมระบบการทำงานภายในโรงงานที่อาจจะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสภาพสิ่งแวดล้อม  ทางน้ำและทางอากาศ   รัฐบาลจึงได้กำหนดเขตอุตสาหกรรม  ( Industrial  zone )  ขึ้นที่เรียกว่า  “นิคมอุตสาหกรรม”

อ้างอิงจาก  topprofi.com
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
476
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
412
โหดสุด! สมรภูมิชาจีนยุคใหม่ ไม่เหลือใครไว้ข้างหล..
377
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
374
วางแผน? เกษียณทุกบริบท จุดจบทุกกรณี
360
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
359
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด