บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
1.3K
2 นาที
23 เมษายน 2563
ทำไม Work From Home ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน


 
ช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้คำว่า Work From Home มีการพูดถึงกันมาก จนกลายเป็นความเคยชินของผู้คนทั่วโลกในยุคโควิด-19 กันแล้ว ว่าแต่ Work From Home ซึ่งเป็นมาตรการให้พนักงานอยู่รอดปลอดภัยจากโควิด-19 ในช่วงการระบาด แต่ถ้าทำการ Work From Home ในช่วงเวลาสถานการณ์ปกติ จะเหมาะสำหรับทุกคนหรือไม่ หรือ ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com มีข้อมูลมานำเสนอให้ทราบ 
 
การระบาดของโควิด-19 ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสแรกที่ทำให้พนักงานออฟฟิศต่างๆ สามารถใช้ชีวิตและทำงานแบบ Work From Home ใช้ที่บ้านเป็นที่ทำงาน หรือ ใช้ชุดนอนเป็นชุดทำงาน ตื่นขึ้นมาลุกขึ้นจากที่นานก็ทำงาน อาจจะใช้เวลาเป็นเดือนๆ ในการทำงานจากที่บ้าน แต่รู้หรือไม่ว่า Work From Home หลายเดือน อาจเหมาะสำหรับหลายๆ คน แต่ไม่เหมาะสำหรับบางคน 


ภาพจาก bit.ly/3buscoo
 
ผลการวิจัยได้ระบุว่า Work From Home ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าการทำงานในออฟฟิศ โดยคนที่ทำงานระยะไกลได้เปรียบคนที่เข้าออฟฟิศในหลายด้าน ทั้งการไม่ต้องเดินทางไกลกลับระหว่างบ้านและที่ทำงาน ทำงานอยู่บ้านจะออกกำลังกายได้มากกว่า มีช่วงเวลาพักเฉลี่ยนานกว่า และอยู่บ้านก็ยังทำงานได้เป็นจำนวนชั่วโมงที่มากกว่าด้วย
 
นอกจากนี้ การออกแบบออฟฟิศตามแบบฉบับของบริษัทเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่เรียกกันว่า open-plan office ที่จับทุกคนมานั่งรวมกันในที่โล่งๆ ไม่มีฉากกั้น ไม่มีห้องแยก ยิ่งทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงอีกด้วย อีกทั้งออฟฟิศแบบเปิดโล่งลดประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้คน introvert ทนทุกข์ และยังเสี่ยงต่อการแพร่และติดเชื้อโรคต่างๆ ด้วย


ภาพจาก bit.ly/2Krq70n
 
แม้จะมีข้อดี Work From Home มากมายเต็มไปหมด แต่ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียนวัตกรรมใหม่ๆ ที่หายไปจากการทำงานระยะไกลเป็นสิ่งที่วัดค่าไม่ได้ง่ายๆ เพราะการทำงานอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมงาน จะกระตุ้นให้เกิดการช่วยกันแก้ปัญหา ท้าทายความคิด ก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ บางครั้งการเดินสวนกัน และหยุดเพื่อพูดจาถามไถ่ ก็อาจจะทำให้ปิ๊งไอเดียอะไรบางอย่างขึ้นมา ในแบบที่ไม่ได้คาดหวังมาก่อนก็ได้ ซึ่งการสื่อสารกันในทีมผ่านโปรแกรมแชทไม่สามารถทำได้ดีเท่านี้


ภาพจาก บริษัท Rabbit Digital Group (Thailand)
 
นี่คือสาเหตุที่ทำให้บริษัทเทคโนโลยีหรือบริษัทที่พยายามปรับตัวเองให้ทันสมัย ต้องสร้างส่วนกลางเท่ๆ อย่างโต๊ะพูล ห้องเล่นเกม ไมโครคิท เช่น แพนทรี่ หรือคอมม่อนแอเรียขึ้นมา ก็เพื่อให้พนักงานสามารถเจอหน้ากันได้ตลอดเวลา เนื่องจากเชื่อว่าไอเดียส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจากหน้าคอม แต่เกิดจากการพูดคุยแลกเปลี่ยนและบทสนทนากัน 
 
คนที่ทำงาน Work From Home ต้องรู้สึกเหงา ลองคิดว่ามันจะน่าหดหู่สักแค่ไหน ถ้าหากคุณไม่ได้อ้าปากคุยกับใครเลยยกเว้นตอนเดินลงไปสั่งข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งข้างใต้คอนโด ถ้าแชทผ่าน LINE หรือ Messenger พอช่วยประทังความเหงาได้บ้างแต่น้อยมาก และความเหงานั้นจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอาการหดหู่ ซึมเศร้า ทันทีที่แสงจากพระอาทิตย์เริ่มน้อยลงๆ บางคนใช้ห้องนอนเป็นห้องทำงาน พอนั่งทำงานได้สักพัก ก็ล้มตัวลงนอนเอาดื้อๆ 


ภาพจาก bit.ly/2zoORnU
 
ดังนั้น การไปทำงานที่ออฟฟิศ ทำให้คุณได้ฝึกทักษะของการเป็นมนุษย์ในสังคม อย่างการแสดงความเห็นอกเห็นใจ การแสดงความยินดีต่อความสุขสำเร็จของคนอื่น หรือการมีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ของคนที่คุณคุยด้วย
 
แต่หลายคนบอกว่า การทำงานอยู่บ้านในชุดอยู่บ้าน ทำให้ไม่มีอารมณ์อยากจะทำงาน ไม่สามารถทำงานได้อย่างจริงจังในชุดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น แม้ว่าวันทั้งวันจะไม่ได้ออกไปไหน แต่ก็ต้องลุกขึ้นมาแต่งตัว สวมรองเท้า ให้เหมือนกับการออกไปทำงานนอกบ้าน หวีผมเล็กน้อย เหมือนเป็นการส่งสัญญาณที่คุ้นเคยให้สมองของคุณเข้าใจว่า ตอนนี้คุณกำลังเปลี่ยนจากโหมดการนอนบนที่นอนนุ่มๆ อยู่บ้าน มาเป็นพนักงานที่พร้อมจะทำงานอย่างเต็มที่ เหมือนกำลังนั่งอยู่ในออฟฟิศ
 
คุณผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ www.thaifranchisecenter.com/document
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
อ้างอิงข้อมูล