บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การตลาด บริหารธุรกิจ    การตลาดออนไลน์ SEO
3.1K
3 นาที
15 มกราคม 2563
ขายของออนไลน์ รายได้ 1 หมื่นบาท/วัน


มูลค่าการตลาดอีคอมเมิร์ซเมืองไทยปี 2562 ประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท และคาดว่ามูลค่าการตลาดอีคอมเมิร์ซ นี้จะสูงขึ้นในปี 2563 และคาดการณ์ไปถึงปี 2565 ว่าจะมีการเติบโตขึ้นกว่า 22% สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นทิศทางของ “สินค้าออนไลน์”ว่าน่าสนใจมากแค่ไหน ปัจจัยที่ทำให้ตลาดออนไลน์โตขึ้นอย่างก้าวกระโดดคือ ตัวเลขของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดยจำนวนผู้ใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือ กว่า 124 ล้านเบอร์ นั่นเท่ากับกว่า 1 คนมีมากว่า 1 เบอร์ การเติบโตของผู้ใช้โซเชียลมีเดีย แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ที่ 52 ล้านราย ไลน์ 44 ล้านราย อินสตาแกรม 13 ล้านราย ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนตลาด “โซเชียล คอมเมิร์ซ” ในไทยให้ขยายตัวต่อ โดยคนไทยเลือกซื้อสินค้าผ่านโซเชียล คอมเมิร์ซ เป็นอันดับ 2 รองจากE-Marketplace
 
ไม่น่าแปลกใจที่คิดอะไรไม่ออก บอกไม่รู้จะทำอะไร เราก็เลือก “ขายของออนไลน์” แต่ www.ThaiFranchiseCenter.com มองว่าใช่ทุกคนที่จะทำธุรกิจนี้แล้วเติบโตมีรายได้งดงาม เราอย่าลืมว่ายุคนี้คู่แข่งเยอะมาก ทั้งรายเล็ก และรายใหญ่

ไหนจะปัญหาเรื่องการควบคุมต้นทุนสินค้า การจัดส่งสินค้า ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์บางคนไปรอดในขณะที่อีกหลายคน “ไม่รอด” นอกจากเทคนิคพื้นฐานที่เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้ดีว่าขายของออนไลน์ต้องทำอย่างไร หากต้องการขายของออนไลน์ได้กำไรต่อเดือนมากๆ ต้องมีวิธีที่พิเศษยิ่งกว่า
 
สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ “จะเลือกขายอะไร”

1.เสื้อผ้าแฟชั่น 


ภาพจาก bit.ly/35Wc8bo

โดยในปี 2019 มีสัดส่วนยอดขายสูงสุดถึง 24% หาคำนวณเฉพาะลูกค้าคนไทยที่มีกว่า 60 ล้านคน ก็ แต่ปัจจุบันที่โลกการค้าไร้พรหมแดน เรายังสามารถขายเสื้อผ้าผ่านช่องทางออนไลน์ไปได้ทั่วโลก โดยปี 2019กลุ่มสินค้าขายดีในหมวดนี้ประกอบด้วยกระเป๋า ,ชุดชั้นในผู้หญิง และเสื้อผ้าผู้หญิง
 
2.สินค้าสุขภาพและความงาม


ภาพจาก bit.ly/36UVkmv

มีสัดส่วนยอดขาย 19% โดยสินค้ามาแรง ได้แก่ อาหารเสริม ,ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า และลิปสติก 
 
3.เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ภายในบ้าน 


ภาพจาก bit.ly/30rrHGL
 
คิดเป็น 14% สินค้าขายดีในหมวดนี้ได้แก่ ของใช้ภายในบ้าน หน้ากากอนามัย และ ของใช้ภายในครัวเรือน
 
4.สินค้ากีฬา สัตว์เลี้ยง outdoor และของสะสม 


ภาพจาก bit.ly/2tZEvbh
 
สินค้าประเภทกีฬา สัตว์เลี้ยง outdoor และของสะสม คิดเป็นสัดส่วน 9% สินค้าในหมวดนี้ได้แก่ ชุดออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยมจากเทรนด์การดูแลสุขภาพ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นอาหารสัตว์หรือยากำจัดเห็บหมัดก็เป็นสินค้าขายดีเช่นกัน 
 
5.โทรศัพท์ และ อุปกรณ์สื่อสาร


ภาพจาก bit.ly/36XbknI
 
สินค้าขายดี เช่น เคสโทรศัพท์ สายชาร์จต่างๆ หรืออุปกรณ์วางโทรศัพท์ในรถยนต์
 
เทคนิคขายของออนไลน์กำไรสูงทุกเดือน


ภาพจาก bit.ly/2RjVDAp

กฎพื้นฐานของการ “ขายของออนไลน์คือ เราต้องคำนึงถึงราคาสินค้าที่เราจะขาย ต้องใช้ซื้อง่ายขายคล่อง ราคาขายควรอยู่ประมาณ 500 -1,000 บาทให้เหมาะสมกับรายได้ของคนยุคนี้ และของทุกชิ้นต้องมีคุณภาพ ส่งให้ลูกค้ารวดเร็วตามที่เรารับปาก ที่สำคัญคือต้องรู้จักตั้งราคา โดยผู้สันทัดกรณีบอกว่าราคาต้องต่ำกว่าท้องตลาดประมาณ 30% และต้องมีกำไรจากต้นทุนประมาณ 4.5 เท่า

เช่นต้นทุนสินค้าราคา 100 บาท เราต้องขายในราคา 450 บาทเพื่อให้ได้กำไร 4.5 เท่าหรือถ้าจัดโปรโมชั่นการขายกำไรต้องประมาณ 3 เท่าคือได้ 300 บาท และถ้าเป็นการขายส่งราคาควรอยู่ที่ 1.5 – 2 เท่า ราคาขายคือ 150 – 200 บาท  และวิธีการขายก็จำเป็นต้องอาศัยช่องทางโซเชี่ยลที่หลากหลาย  มีการสะสมลูกค้าเก่าและเปิดลูกค้าใหม่เรื่อยๆ  
 
Ryan ตัวอย่างของคนขายของออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จ


ภาพจาก cnb.cx/38elG37
 
ยกตัวอย่างของ Ryan ชายหนุ่มผู้ที่สร้างยอดขายออนไลน์ได้ประมาณ 200,000 เหรียญต่อเดือน  เขาเริ่มจากการหาซื้อสินค้าลดราคาใน Walmart หรือร้านอื่นๆ ที่มักจะมีการลดราคาสินค้าเสมอๆแล้วนำสินค้าเหล่านั้นมาขายบน Amazon
 
โดย Ryan ใช้เวลาหลังจากเลิกงานและในวันหยุดเฉลี่ยวันละ 10 ชม./ สัปดาห์ในการเลือกสินค้าลดราคาพร้อมกับเปิดแอป Amazon เพื่อเปรียบเทียบราคา หลังจากนั้นก็จะซื้อสินค้าจำพวกของเล่น เกม อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และอื่นๆ ที่สามารถทำกำไรได้เมื่อนำมาขายในภายหลัง Ryan เริ่มต้นทำเงินจากการขายออนไลน์ในช่วงแรกได้ประมาณ 1,000 เหรียญต่อเดือน และเขาเริ่มเอากำไรจากการขายมาต่อยอดธุรกิจและลาออกจากงานหลังเริ่มธุรกิจนี้ไปได้ 3 เดือน วิธีที่ Ryan ใช้คือการค่อยๆ เติบโตและเมื่อมีทุนมากขึ้น Ryanตัดสินใจเช่าโกดังเก็บสินค้าขนาด 725 ตารางฟุต และมีการจ้างพนักงานเพื่อมาช่วยเขาทำธุรกิจให้เป็นระบบมากขึ้น
 
เกร็ดน่ารู้! ขายของออนไลน์ปี 2020


ภาพจาก bit.ly/385Q0N9
 
ใครอยากเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคนี้ต้องรู้ไว้เพราะมีกฎหมายล่าสุด ชื่อว่า ภาษีอีเพย์เมนต์ พ.ศ. 2562 โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2562 และให้สถาบันการเงินส่งรายงานธุรกรรมครั้งแรกต่อกรมสรรพากร ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ใจความสำคัญคือ การกำหนดให้สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ e-wallet ต้องรายงานข้อมูลผู้มีบัญชีธุรกรรมเฉพาะให้กรมสรรพากรทราบ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล (ผู้ที่จดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัท) ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ โดยหลักเกณฑ์ที่เข้าเงื่อนไขว่าต้องเสียภาษีคือ
  1. มียอดฝากหรือโอนเข้าทุกบัญชี (เฉพาะรายรับ) ตั้งแต่ 3,000 ครั้ง/ปีขึ้นไป
  2. ฝากหรือโอนเงินเข้าทุกบัญชี  ตั้งแต่ 400 ครั้ง/ปีขึ้นไป
  3. มียอดเงินรวมกัน ตั้งแต่ 2,000,000 บาท/ปีขึ้นไป (ซึ่งต้องเข้าเงื่อนไขทั้งจำนวนครั้งและจำนวนมูลค่าของเงินที่รับฝากหรือโอน)
ซึ่งหากเราไม่อยู่ในเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อข้างต้น คือมียอดโอนเพื่อซื้อสินค้าไม่ถึง 3,000 ครั้ง/ปี หรือยอดเงินรวมไม่ถึง 2,000,000 บาท ก็เพียงแค่ยื่นภาษีแสดงรายได้ประจำปีปกติ เพราะปัจจุบันร้านค้าออนไลน์ก็ต้องยื่นภาษีเป็นปกติอยู่แล้ว แต่หากมีรายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดมีอัตราเสียภาษี ดังนี้
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากมีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 150,000 บาท/ปีขึ้นไป ใช้เกณฑ์เดียวกับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากมีรายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาท/ปี จะเรียกเก็บที่ 7%
หลายคนมองว่ากฎหมายภาษีทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มีรายได้น้อยลงและทำให้ธุรกิจนี้เริ่มต้นได้ยากขึ้น แต่ในความเป็นจริงเชื่อว่ากฏหมายนี้ไม่ได้มีผลต่อคนทำธุรกิจออนไลน์มากนัก เพียงแต่รู้จักใช้เทคนิคการบริหารจัดการให้ดี วางแผนธุรกิจให้เป็นระบบ โอกาสสร้างกำไรเดือนละแสน หรือหลักล้านก็อาจเป็นไปได้ แต่สำคัญคือในช่วงเริ่มต้นอาจจะไม่ได้มีรายได้หวือหวาต้องอดทนและพยายามเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยๆ จากกำไรวันละหลักร้อย อาจเพิ่มเป็นหลักพัน และไปถึงหลักหมื่นได้ ขึ้นอยู่กับความตั้งใจล้วนๆ
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ติดตามได้ที่ Add LINE id:
 @thaifranchise
 

 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ goo.gl/Io5k2S
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
ขอบคุณข้อมูล
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
7 เหตุผลที่ทุกธุรกิจต้องการโปรแกรม HR จาก ByteHR
459
อวสานวงการบันเทิงไทย ถอยหลัง ตกยุค เรตติ้งตก?
360
ปี 2568 อวสานธุรกิจไทย บทเรียนที่แก้ไขไม่ได้
356
อวสานห้างไทยในตำนาน คน แบรนด์ สถานที่
343
KuanZhai Panda ร้านอาหารเสฉวนต้นตำรับจากเฉิงตู ส..
338
วิกฤติหนัก เศรษฐกิจไทย “เผาหลอก” ปีนี้ “เผาจริง..
329
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด