บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
260
3 นาที
18 กุมภาพันธ์ 2569
“Junk Journal” ไอเดียเงินแสนภายใน 48 ชั่วโมง ต้นทุนต่ำ แต่กำไรสูง
 

ปัญหาเรื่องรายรับไม่พอกับรายจ่าย ชีวิตยังต้องกินต้องใช้ ทางที่ดีที่สุดก็คือต้องหาเงินเพิ่ม แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สำเร็จสักที นั่นเพราะเรามักรอให้มีไอเดียที่ดีที่สุด หรือรอให้มีความรู้ 100% ก่อนเริ่ม ซึ่งในความเป็นจริงที่ต้องยอมรับคือ “ความพร้อมไม่มีอยู่จริง" 
 
ไอเดียที่ดีมักเกิดจากการลงมือทำไปก่อนแล้วค่อยปรับแก้ระหว่างทาง แต่ก็เข้าใจได้อีกเช่นกันว่าปัจจุบันข้อมูลมันเยอะมาก พอเสิร์ชหาวิธีหาเงินออนไลน์ ก็เจอทั้งขายของ, ทำ Affiliate, เทรดหุ้น, ทำ Content จนเลือกไม่ถูก 
 
สุดท้ายจบที่การอ่านข้อมูลไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้เริ่มสักอย่าง หรือบางคนอาจจะเริ่มทำไปแล้วแต่แค่ 1-2 อาทิตย์ก็ถอดใจเลิกทำ เพราะรู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผล ทำแล้วไม่เห็นยอดเงิน หรือทำแล้วมีปัญหาจุกจิกตามมาให้แก้ไขเป็นต้น

“Junk Journal” ไอเดียเปลี่ยนของไม่ใช้ให้กลายเป็นเงิน
 

ภาพจาก envato.com

เป็นงานสไตล์วินเทจ ถ้าแปลตรงตัว ก็คือบันทึกจากขยะ แต่ที่จริงแล้วมีความคลาสสิคมากกว่านั้น หรือจะเรียกว่าเปลี่ยนของที่ดูไม่มีค่าให้กลายเป็นบันทึก หลักการก็ง่ายๆ คือการนำวัสดุเหลือใช้ , ของสะสมกระจุกกระจิกมาประกอบรวมกันทำเป็นสมุดบันทึกด้วยมือ (Handmade) คำว่าของเหลือใช้ก็เช่น ซองจดหมาย , ตั๋วรถเมล์ , ดอกไม้แห้ง , บิลรายจ่ายต่างๆ , ถุงขนม ฯลฯ 
 
ถามว่า “Junk Journal” ฮิตมากไหม? ฮิตมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงฮิต อันที่จริง Junk Journal วิวัฒนาการมาจากการทำสมุดตัดแปะ (Scrapbook) ในสมัยก่อน 
 
ถ้าถามว่าเริ่มมีคำนี้เมื่อไหร่อาจต้องย้อนไปในช่วงปี 2010 – 2015 ที่มีกลุ่มคนมารวมตัวกันบน YouTube และ Pinterest ซึ่งคนกลุ่มนี้รู้สึกเบื่อความเนี้ยบของสมุดสำเร็จรูป จึงหันมาใช้ของเหลือใช้ต่างๆ มาประกอบเป็นสมุดบันทึก คำว่า Junk Journal จึงถูกใช้เรียกเพื่อประชดประชันความสวยงามที่สร้างจากของไร้ค่า 
 
โดยในปี 2017 – 2019 ยุคก่อนโควิดระบาด อุปกรณ์ตกแต่งสไตล์วินเทจเริ่มหาซื้อในตลาดออนไลน์ได้ง่ายขึ้น คนที่สนใจศิลปะแนวนี้จึงมีเริ่มมีมากขึ้น พัฒนาจากกิจกรรมยามว่างกลายเป็นงานอดิเรกที่เริ่มมีมูลค่ามากขึ้น 
 
ช่วงที่ Junk Journal กลายเป็นไอเดียสร้างรายได้อย่างสมบูรณ์คือตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิดที่คนส่วนใหญ่ต้องอยู่บ้านอาศัยการดูแพลตฟอร์มโซเชี่ยล จะเห็นคลิปใน TikTok มีการทำ Junk Journal มากขึ้นจนหลายคนเริ่มอยากทำตามเพราะรู้สึกว่าเป็นงานอาร์ตที่สวยงามและขายได้จริง
 
5 วิธีสร้างรายได้จาก Junk Journal
 

ภาพจาก envato.com

ในปี 2026 นี้กระแส Junk Journal ยังฮิตอยู่ อาจเป็นเพราะบางส่วนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในโลกดิจิทัลมากเกินไป การหยิบเอาของเหลือใช้มาทำเป็นงานฝีมือ ช่วยให้หลายคนรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่ม Gen Z ถือเป็นคอมมูนิตี้ที่เริ่มเติบโตและแพร่หลาย 
 
ในเมืองไทยเริ่มมีกลุ่ม Facebook และ Workshop ตามคาเฟ่ศิลปะมากขึ้นเรื่อยๆ หรือการที่แบรนด์เครื่องเขียนเริ่มผลิตสินค้ามาเพื่อรองรับ Junk Journal โดยเฉพาะ เช่น กระดาษสไตล์วินเทจ หรือสติกเกอร์ที่ดูเหมือนของเก่า ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่านี่คือไอเดียที่พร้อมเปลี่ยนเป็นรายได้มากขึ้น มีรูปแบบการสร้างรายได้จาก Junk Journal ที่น่าสนใจเช่น
 
1.ขายสมุดแบบทำสำเร็จ เน้นการออกแบบ เย็บเล่ม และตกแต่งจนเสร็จสมบูรณ์เพื่อให้คนซื้อไปเขียนต่อหรือเก็บสะสม ยิ่งมีรายละเอียดเยอะ เช่น มีช่องลับ , มีการย้อมกระดาษด้วยกาแฟ, หรือใช้ผ้าเก่าหายาก ราคาจะยิ่งสูง 
 
อาจจะตั้งราคาได้ตั้งแต่หลักร้อยไปถึงหลักพันขึ้นอยู่กับฝีมือ ในตลาต่างประเทศเล่มที่ทำประณีตมกาๆ ขายได้ถึง 100 – 300 เหรียญ หรือประมาณ 3,500 – 10,000 บาท
 
2.ขายชุดอุปกรณ์ "Junk Journal Kits" คนจำนวนหนึ่งอยากทำ Junk Journal แต่ไม่มีวัสดุมากพอหรือขี้เกียจสะสมเอง จึงเป็นที่มาของการสร้างรายได้ในการขายชุดอุปกรณ์เช่น รวมเศษกระดาษวินเทจ, ตั๋วรถเมล์เก่า, แสตมป์ใช้แล้ว, หรือรูปภาพตัดแปะ เป็นต้น
 
3.เปิด Workshop หรือคอร์สออนไลน์ เนื่องจาก Junk Journal ดูเหมือนจะทำง่ายแต่ก็มีเทคนิคเฉพาะตัว เช่น การเย็บเล่ม ,การทำให้กระดาษดูเก่า และอีกหลายเทคนิคที่คนอยากรู้ ซึ่งเราสามารถเปิดสอนกลุ่มเล็ก ๆ ในคาเฟ่ หรืออัดคลิปสอนเทคนิคเฉพาะตัวลงบนแพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์ได้
 
Junk Journal สร้างรายได้ 140,000 บาท ภายใน 48 ชั่วโมง
 

ภาพจาก https://citly.me/80doh

ในต่างประเทศมีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จให้ศึกษาค่อนข้างเยอะ ยกตัวอย่าง Junk Journal Club ในสหรัฐอเมริกา ที่ก่อตั้งโดย Nandi Owolo ที่เคยถูกเลิกจ้างจึงหันมาทำ Junk Journal ที่คลายเครียดโดยใช้เศษวัสดุรอบตัวมาสร้างสรรค์ 
 
และเริ่มแชร์วิดีโอการทำลงใน TikTok ซึ่งได้รับความสนใจมาก จากงานอดิเรกก็เริ่มกลายเป็นธุรกิจที่เริ่มมีคนสนใจ จึงจัดตั้งเป็น Junk Journal Club ที่จะขายบัตรให้คนสนใจได้เข้าร่วมงานเรียนรู้การทำ Junk Journal แบบมืออาชีพ 
 
ซึ่งราคาบัตรเฉลี่ย 50-75 เหรียญสหรัฐต่อคน หรือประมาณ 1,800 – 2,700 บาท ขึ้นอยู่กับสถานที่จัดงานและธีมงานในแต่ละครั้ง ในแต่ละรอบจำกัดที่ประมาณ 30-50 คน คิดคร่าวๆ รายได้จะอยู่ประมาณ 2,400 เหรียญ ( 40 คน) หรือประมาณ 85,000 บาท ต่อการจัดงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง 
 
นอกจากรายได้จากการขายบัตร ก็ยังมีรายได้จากการร่วมมือกับแบรนด์อื่นในการจัด Workshop รวมถึงการสร้างรายได้จากการเป็น Creator ให้ความรู้และแรงบันดาลใจผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย
 

ภาพจาก https://citly.me/80doh
 
นอกจาก Nandi Owolo ก็ยังมีตัวจริงในวงการ Junk Journal อีกหลายคนที่สร้างรายได้ดีมากอย่างเช่น Jessica Huffman ที่สามารถทำรายได้ถึง 4,000 เหรียญ หรือประมาณ 140,000 บาท ภายในเวลา 48 ชั่วโมง จากการเปิดขาย
 
"Journal Collection" หรือเซตสมุดที่ทำขึ้นมาเป็นคอลเลกชันพิเศษ ซึ่งใช้การสะสมผลงานแล้วเปิดขายพร้อมกันในหลายพื้นที่เพื่อสร้างกระแสให้ดูมีความน่าสนใจ 
 
ในเมืองไทยเองก็มีกลุ่มคนที่นำไอเดีย Junk Journal มาสร้างเป็นรายได้ขายสินค้าผ่าน Instagram และ Etsy (ตลาดต่างประเทศ) ราคาสมุด Junk Journal ทำมือหนึ่งเล่มในไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 800 - 3,500 บาท ขึ้นอยู่กับความหนาและของตกแต่งข้างใน 
 

.ภาพจาก https://citly.me/80doh
 
ตัวอย่างแบรนด์ที่น่าสนใจเช่น Yep Yep Handicraft ที่โด่งดังเรื่องการทำ Workshop และขายสมุดคอลลาจทำมือ ซึ่งมีฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบงานกระดาษและงานเย็บเล่ม 
 
ทั้งนี้ Junk Journal ยังผนวกรวมในธุรกิจอื่นได้ยกตัวอย่างเช่น ร้านคาเฟ่จัดกิจกรรมสอนทำ Junk Journal โดยคิดค่าเรียนประมาณ 1,000 - 2,000 บาทต่อคน (รวมอุปกรณ์) ซึ่งได้รับความนิยมมากในกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการคลายเครียด เป็นต้น
 
เราจะเห็นได้ว่า Junk Journal เป็นอีกไอเดียที่พร้อมสร้างรายได้เสริม แต่ก็ใช่ว่าทำแล้วจะประสบความสำเร็จในทันที 
 
ไม่ว่าจะงานอดิเรกแบบไหนก็จำเป็นต้องอาศัยความมุ่งมั่น และความตั้งใจทำจริง 
 
ถ้าอยากหารายได้เพิ่ม อย่างแรกเราควรสำรวจตัวเองก่อนว่ามีความสามารถ มีความถนัดแบบไหนอย่างไร และเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด จะเป็นการสร้างรายได้เสริมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
 
อ้างอิง
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
เซลล์ร้อยล้าน! ต้องมีเป้าหมาย มีวินัย แก้ปัญหาลู..
847
อวสานตึกธนาคาร ความงดงามที่ไม่เหลือ
730
สูตรลับ "สามเหลี่ยมมหาเศรษฐี" แบบขายดีทุกวัน!
627
ยกระดับธุรกิจของคุณด้วยพลังแห่งการออกแบบ
562
ค้าปลีกเปลี่ยนเกม ปี 69 ศึกคอมมิวนิตี้มอลล์ OR-C..
548
วิกฤติหนัก! เกาหลีใต้ ร้านกาแฟปิดตัว 50% Market..
526
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด