บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
262
3 นาที
14 กันยายน 2569
อวสานข้าราชการ ปิดฉากอาชีพในฝัน ยุบตำแหน่ง ลดสวัสดิการ!
 

คนไทยมีค่านิยมที่ปลูกฝังให้ลูกหลานเข้าทำงานราชการเพราะมองว่าเป็นเส้นทางที่มั่นคง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ถ้าบ้านไหนมีลูกหลานที่เป็นข้าราชการพ่อแม่ก็จะพลอยสบายไปด้วย แถมยังช่วยยกระดับให้ครอบครัวดูมีฐานะทางสังคมที่ดีเป็นที่นับหน้าถือตา

สะท้อนเรื่องนี้ได้จากภาษิตและคำสอนเช่น “10 พ่อค้าไม่เท่า 1 ขุนนาง” หรือ “เจ้าคนนายคน” เพราะในมุมมองของคนไทยมองว่าข้าราชการคืออาชีพที่เป็นผู้ปกครองไม่ใช่แค่อาชีพที่ให้บริการ ทำให้สังคมฏิบัติต่อข้าราชการด้วยความนอบน้อมและเกรงใจ
 
อาชีพข้าราชการในอดีตรุ่งเรืองมากแค่ไหน
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ย้อนกลับไปในสมัยก่อนยุคที่โรงเรียนและทุนการศึกษายังจำกัด ผู้ที่ได้เรียนหนังสือระดับสูงหรือไปต่อต่างประเทศ มักเป็นทุนเล่าเรียนหลวงหรือทุนกระทรวง ซึ่งเมื่อเรียนจบแล้ว ต้องกลับมารับราชการ เท่านั้น ทำให้คนที่มีความรู้ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะหมอ วิศวกร นักบริหาร จึงไปรวมตัวอยู่ในระบบราชการทั้งหมด 

ถ้าวิเคราะห์ว่าทำไมอาชีพข้าราชการ ถึงได้แตกต่างกับอาชีพอื่นมาก มีหลายเหตุผลประกอบกันได้แก่
 
1.โครงสร้างเศรษฐกิจไทยในอดีตยังไม่มีภาคเอกชนชนาดใหญ่ ไม่มีบริษัทมหาชน ไม่มีบริษัทข้ามชาติมาตั้งฐานในเมืองไทย ดังนั้นรัฐบาลจึงเป็นทุนใหญ่ที่สุด การที่ได้ทำงานให้กับรัฐ จึงเป็นความมั่นคงในชีวิตที่ทุกคนต้องการ และรับประกันได้ว่าถ้าเป็นข้าราชการจะไม่มีวันตกงาน ถ้าไม่ทำผิดวินัยร้ายแรงจริงๆ 
 
2.สวัสดิการที่ยกระดับคุณภาพชีวิต ในอดีตประเทศไทยยังไม่มีระบบประกันสุขภาพ ไม่มีระบบประกันสังคม และข้าราชการคืออาชีพเดียวที่มีสวัสดิการรัฐรักษาพยาบาลฟรีถึงพ่อแม่และบุตร"รวมถึง เงินบำนาญตลอดชีวิต ในขณะที่อาชีพอื่นหากล้มป่วยหนัก อาจถึงขั้นต้องขายที่ดินขายเรือนเพื่อรักษาตัวเอง ความแตกต่างตรงนี้จึงทำให้ข้าราชการมีความมั่นคงเหนือกว่าอาชีพอื่นอย่างเปรียบไม่ได้
 
3.อาชีพสบายยิ่งอยู่นานยิ่งได้เปรียบ ภาพจำอีกอย่างของอาชีพข้าราชการคือเข้างาน 08:30 น. เลิกงาน 15:30 น. วันหยุดนักขัตฤกษ์เยอะ เสาร์-อาทิตย์ได้พักเต็มที่ ทำให้พ่อแม่รู้สึกว่าลูกจะไม่ต้องทำงานล่วงเวลาจนเสียสุขภาพ และอาชีพข้าราชการยิ่งอยู่นานยิ่งได้เปรียบไหนจะเงินเดือนที่ปรับขึ้น ตำแหน่งที่จะค่อยๆสูงขึ้น มีลูกน้องที่อยู่ใต้บังคับบัญชา เพิ่มขึ้นด้วย
 
ข้าราชการปัจจุบันกว่า 3.2 ล้านคน เงินเดือนเริ่มต้น 12,000 บาท
 
จากข้อมูลในช่วงปลายปี - ต้นปี 2569 ระบุว่ามีบุคลากรในภาครัฐประมาณ 3.2 ล้านคน แต่หากนับเฉพาะผู้ที่มีสถานะเป็น ข้าราชการประจำ จะมีจำนวนประมาณ 1.75 ล้านคน โดยแบ่งตามประเภทคือ
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา 444,000 คน (กลุ่มใหญ่ที่สุด) 
  • ข้าราชการพลเรือนสามัญ 414,000 คน 
  • ข้าราชการทหาร 368,000 คน 
  • ข้าราชการตำรวจ 213,000 คน 
  • ข้าราชการส่วนท้องถิ่น (อบจ., อบต., เทศบาล, กทม.) 240,000 คน 
ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1.4 ล้านคน คือบุคลากรภาครัฐประเภทอื่นที่ไม่ใช่ข้าราชการประจำ เช่น พนักงานราชการ, พนักงานจ้าง, ลูกจ้างชั่วคราว, พนักงานรัฐวิสาหกิจ และพนักงานมหาวิทยาลัย
 
โครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการแยกตามวุฒิการศึกษาที่บรรจุ ถ้าระดับ ปวช เริ่มต้นประมาณ 12,520 บาท ไล่ระดับขึ้นไปถึงขึ้นปริญญาเอกเงินเดือนประมษณ 25,400 บาท ยังไม่นับรวมรายได้อื่นเช่นเงินเพิ่มเพื่อค่าครองชีพชั่วคราวสำหรับข้าราชการที่เงินเดือนต่ำกว่า 14,600 บาท นอกจากนี้ยังมีเงินประจำตำแหน่ง / เงินตอบแทนพิเศษ / ค่าเบี้ยเลี้ยงปฏิบัติงาน เป็นต้น
 
มุมมองที่เปลี่ยนไป “ของคนรุ่นใหม่” กับการเป็น “ข้าราชการ” 
 

ภาพจาก https://app.envato.com

จากที่เคยเป็นอาชีพอันดับ 1 ที่คนอยากเข้าถึงมากที่สุด แม้ปัจจุบันความต้องการนั่นจะยังอยู่แต่ก็ถูกลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัด คนรุ่นใหม่ทุกวันนี้ไม่ได้มองข้าราชการด้วยความยำเกรงหรือมองเป็น เจ้าคนนายคน อีกต่อไป แต่มองว่าเป็นเพียง ผู้ให้บริการประชาชน ที่ใช้ภาษีของแผ่นดิน หากการทำงานล่าช้า มีระบบขั้นตอนมากเกินไป หรือขาดความโปร่งใส จะถูกตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างรวดเร็ว
 
แม้ในอีกด้านหนึ่งคนรุ่นใหม่ก็ยังมองว่าข้าราชการคืออาชีพที่ให้ความมั่นคงและคุ้มครองความเสี่ยงสุขภาพของครอบครัวได้ดี แต่ต้องแลกมาด้วยฐานเงินเดือนเริ่มต้นที่โตช้า ไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ และกรอบระบบการทำงานแบบเน้นอาวุโส ที่อาจทำให้ขาดอิสระแถมยังถูกจำกัดความคิดให้อยู่แค่ในกรอบซึ่งเป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่ไม่ชอบ

และถ้าดูในเรื่องของผลสำรวจอาชีพในฝัน อาจจะแตกต่างกันไปตามโพลต่างๆ ยกตัวอย่างของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ระบุถึง 5 อาชีพของคนรุ่นใหม่คือ
  • ครู / อาจารย์ / ติวเตอร์ 
  • ประกอบธุรกิจส่วนตัว / เป็นนายตัวเอง 
  • แพทย์ / พยาบาล / บุคลากรทางการแพทย์ 
  • อินฟลูเอเซอร์ / สตรีมเมอร์ / ยูทูบเบอร์ / คอนเทนต์ครีเอเตอร์ 
  • นักออกแบบกราฟิก / UX/UI Designer
โดยที่อาชีพข้าราชการ (ทหาร , ตำรวจ , ข้าราชการพลเรือน) จากผลสำรวจในโพลนี้หล่นไปถึงอันดับที่ 10 
 
และถ้าดูจากผลสำรวจของ Top 50 Companies in Thailand ที่จัดทำโดย WorkVenture ะบุว่า คนรุ่นใหม่เลือกอยากทำงานในองค์กรใหญ่อย่าง SCG, ปตท., Google, LINE และ Agoda เป็นอันดับต้นๆ เพราะได้ทั้งความมั่นคง 
ฐานเงินเดือนที่สูง และวัฒนธรรมการทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work) 

ขณะที่ผลสำรวจจากสภาพัฒน์ (สศช.) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า แรงงาน Gen Z จบใหม่มีสัดส่วนการหันไปทำ อาชีพอิสระ (Freelance), ค้าขายออนไลน์, งานฟรีแลนซ์สายเทคโนโลยี/คอนเทนต์ สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากต้องการอิสรภาพด้านเวลาและไม่ชอบวัฒนธรรมองค์กรแบบดั้งเดิม
 
กระแสด้านลบของ “ข้าราชการ” ทำให้คนรู้สึกว่า “อาชีพนี้เริ่มไม่มั่นคง”
 

ภาพจาก https://app.envato.com

และจากกระแสข่าวที่ผ่านมานับตั้งแต่ข่าวการทุจริต / โกงสอบ ซึ่งเป็นคดีที่ค้นพบเครือข่ายการซื้อขายตำแหน่ง อันที่จริงก็เป็นปัญหาที่มีมานานถึงตอนนี้ก็ยังพยายามตรวจสอบหาบทสรุปถึงผู้กระทำผิดและผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนมาก แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช้ภาพลักษณ์ที่ดีกับอาชีพข้าราชการส่งผลกระทบหลายด้านเช่น
  • ความสิ้นหวังในระบบคุณธรรม เพราะประชาชนและผู้สอบแข่งขันที่ตั้งใจอ่านหนังสือรู้สึกว่า ระบบไม่ยุติธรรม ช่องทางยกระดับฐานะของคนธรรมดาถูกแทรกแซงด้วยกลุ่มทุนก่อให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังและลดทอนคุณค่าของความพยายาม
  • ความเลื่อมศรัทธาต่อภาครัฐ ทั้งที่แต่เดิมข้าราชการก็มักถูกมองในแง่ลบเป็นทุนอยู่แล้ว ยิ่งมาเกิดกรณีแบบนี้ตอกย้ำให้สังคมเกิดคำถามว่า หากจุดเริ่มต้นเข้าสู่อาชีพยังมาจากการคอร์รัปชัน เมื่อบุคคลเหล่านี้เข้าไปมีอำนาจบริหาร จะเข้ามาเพื่อรับใช้ประชาชนหรือเข้ามาเพื่อ ถอนทุนคืน
จากกระแสข่าวทุจริตในการสอบยังไม่จบก็มาผสมกับข่าวการปรับโครงสร้างสวัสดิการภาครัฐ ตามแนวคิดปฏิรูปสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเพื่อปิดช่องโหว่การทุจริต รวมถึงแผนการลดขนาดกำลังคน (Early Retire) และคุมอัตราเกษียณเพื่อลดภาระงบประมาณรายจ่ายประจำ

แน่นอนว่ากระแสข่าวนี้ทำให้ข้าราชการประจำและบุคลากรภาครัฐเกิดความรู้สึกกังวลว่า จุดแข็งเดียว ของงานราชการอย่างสวัสดิการรักษาพยาบาลอาจถูกบั่นทอนลง หรือมีเงื่อนไขการเบิกจ่ายที่ซับซ้อนขึ้น มีผลทำให้รู้สึกว่าอาชีพนี้เริ่มไม่มั่นคงเหมือนแต่ก่อน

รวมถึงข่าวการยุบเลิกบางตำแหน่ง ที่ส่งผลต่อความรู้สึกอย่างแรง จากที่เคยมองว่าอาชีพข้าราชการคือพื้นที่ปลอดภัย 100% ตำแหน่งที่ทำจะอยู่ตลอดไป กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ฐบาลพร้อมตัดลดขนาดองค์กร เพื่อลดภาระงบประมาณระยะยาว อะไรที่เคยแน่นอนก็เริ่มไม่แน่นอน ข้าราชการก็มีสิทธิ์ตกงานได้ไม่ต่างจากงานในภาคเอกชนอื่นๆ 
 
ผลกระทบต่อเนื่องที่ตามมาแม้ข้าราชการบางส่วนจะยังไม่ตกงาน แต่การไม่เปิดรับคนใหม่มาทดแทนตำแหน่งที่เกษียณ หรือหายไป ส่งผลให้ข้าราชการที่ยังเหลืออยู่ต้องแบกรับภาระงานมากขึ้น นำไปสู่สภาวะ Burnout และความรู้สึกว่าความมั่นคงทางอาชีพจะต้องแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตที่แย่ลง
 
ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ภาพรวมในปัจจุบัน สังคมไทยและคนรุ่นใหม่เริ่มมองข้าราชการด้วยความเป็นจริงและเป็นธรรมดามากขึ้น ลดการให้คุณค่าเชิงเกียรติยศ แต่สิ่งที่ต้องการเห็นมากขึ้นคือความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าของเงินภาษี กระแสด้านลบที่เข้ามา ประกอบกับการเป็นสังคมในยุคดิจิทัล จึงมีการเรียกร้องให้ปฏิรูประบบราชการอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพื่ออยากเข้าไปทำงาน แต่เพื่ออยากให้เกิดความเท่าเทียมและเสมอภาคมากขึ้น
 
อ้างอิง :
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ยอดวิว TikTok สำคัญแค่ไหน? วิธี เปลี่ยนคนดูให้กล..
1,337
คู่มือเลือกเว็บปั้มไลค์สำหรับผู้ประกอบการ SME แล..
1,325
ปั้นยอดวิวเอง หรือ ใช้เว็บปั้มวิว ? เปรียบเทียบ..
1,196
ธุรกิจเพิ่งเริ่ม คนยังไม่รู้จัก ควรสร้าง Social ..
1,184
Indomie มาม่าขายดีในแอฟริกา 4,500 ล้านซอง/ปี! เบ..
436
กลยุทธ์สาขาเดียว คำตอบเดียวในความดัง Parameter
409
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด