บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
257
3 นาที
7 พฤศจิกายน 2569
เด็กหนุ่มวัย 19 ปี เริ่มธุรกิจในห้องใต้ดินที่บ้าน สู่เจ้าของแบรนด์ทำรายได้กว่า 25 ล้านบาทต่อปี


 ใครจะคิดว่าเครื่องพิมพ์ 3 มิติเครื่องเดียวที่ซื้อด้วยเงินเก็บ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจที่สร้างรายได้สูงถึง 808,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 25–26 ล้านบาท
 
นี่คือเรื่องราวของ Mike Satterlee หนุ่มอเมริกันวัย 19 ปี ผู้เปลี่ยนความชอบในการออกแบบและสร้างสิ่งของให้กลายเป็นธุรกิจเต็มตัว โดยเริ่มต้นจากห้องใต้ดินบ้านพ่อแม่ ก่อนจะขยายกิจการจนมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองจุดเริ่มต้นของ Mike ไม่ได้มาจากเงินลงทุนก้อนโตหรือการระดมทุนจากนักลงทุน แต่เกิดจากความสนใจในเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเขาได้เรียนรู้จากวิชาการออกแบบและการผลิตในช่วงมัธยมปลาย
 
ในเดือนกันยายน 2022 เขาตัดสินใจนำเงินเก็บจากของขวัญวันคริสต์มาส วันเกิด และรายได้จากธุรกิจเล็ก ๆ ที่เคยทำ มาซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติในราคาประมาณ 500 ดอลลาร์ หรือราว 16,000–17,000 บาท นับเป็นการลงทุนครั้งแรกที่นำไปสู่เส้นทางผู้ประกอบการของเขา
 
เริ่มจากของชิ้นเล็กๆ ที่คนอยากซื้อ


ภาพจาก https://citly.me/ixuq50
 
เดือนมิถุนายน 2023 Mike เปิดธุรกิจแรกชื่อ Solefully โดยใช้เครื่องพิมพ์ 3 มิติผลิตเครื่องประดับรองเท้าที่ออกแบบมาให้ติดกับรองเท้า Crocs แล้วขายผ่านช่องทางออนไลน์สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้เริ่มจากการสร้างสินค้าที่ซับซ้อนหรือมีเทคโนโลยีลํ้าสมัย แต่เลือกผลิตสินค้าชิ้นเล็กที่สามารถออกแบบให้แตกต่างจากคู่แข่ง และขายให้กับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการชัดเจน
 
ธุรกิจ Solefully เติบโตเร็วกว่าที่คาด โดย Mike ประเมินว่าสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 250,000 ดอลลาร์ในปี 2024 หรือราว 8 ล้านบาท
 
รายได้ส่วนนี้ทำให้เขามีเงินทุนเพียงพอที่จะขยับขยายกิจการ ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน เขาเริ่มเช่าโกดังขนาดประมาณ 3,000 ตารางฟุตในเมือง Clifton Park รัฐนิวยอร์ก ด้วยค่าเช่าเดือนละ 3,600 ดอลลาร์ เพื่อรองรับเครื่องพิมพ์และกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
 
เมื่อธุรกิจเริ่มมีทิศทางชัดเจน Mike จึงตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง นั่นคือการไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัย และหันมาทำธุรกิจของตัวเองอย่างเต็มเวลา แม้เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ชีวิตในมหาวิทยาลัยก็ตาม
 
จากเครื่องประดับรองเท้า สู่แก้วเก็บความเย็นที่กลายเป็นกระแสไวรัล


ภาพจาก https://citly.me/ixuq50
 
หลังจากเริ่มมีประสบการณ์ด้านการผลิตและการขาย Mike ก็ทดลองพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เพื่อค้นหาว่าผลิตภัณฑ์ประเภทไหนมีโอกาสเติบโตได้มากกว่าเดิม
 
หนึ่งในสินค้าที่ได้รับความสนใจคืออะแดปเตอร์สำหรับช่องวางแก้วในรถยนต์ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถวางเครื่องดื่มได้หลากหลายขนาด ตั้งแต่แก้วกาแฟไปจนถึงขวดนํ้าขนาดใหญ่ สินค้าประเภทนี้ได้รับความสนใจบนโซเชียลมีเดีย และมีอัตรากำไรที่ดีกว่าเครื่องประดับรองเท้าบางรายการ
 
จากนั้นเขาจึงพัฒนาแบรนด์ใหม่ชื่อ CruiseCup โดยเน้นผลิตภัณฑ์สำหรับใส่เครื่องดื่ม โดยเฉพาะที่ใส่กระป๋องเครื่องดื่มแบบเปลือกแข็ง ซึ่งช่วยให้จับถือได้สะดวกและช่วยรักษาความเย็น
 
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2025 เมื่อ Mike เผยแพร่คลิปบน Instagram นำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่เขาเรียกว่า “Tactical Reloader”
 
ความแตกต่างของสินค้ารุ่นนี้คือ สามารถใส่กระป๋องขนาด 12 ออนซ์ได้พร้อมกันสองกระป๋อง และหยิบเครื่องดื่มออกได้ทั้งจากด้านบนหรือด้านล่าง โดยไม่ต้องนำกระป๋องทั้งสองออกมาเพื่อหยิบกระป๋องที่อยู่ด้านในเหมือนผลิตภัณฑ์คู่แข่งบางรุ่น
 
แนวคิดที่ดูเรียบง่ายนี้กลับได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว หลังโพสต์กลายเป็นกระแสไวรัล ยอดสั่งซื้อก็พุ่งขึ้นหลายร้อยรายการภายในวันเดียว
 
ปัญหาที่ตามมาไม่ใช่การหาลูกค้า แต่เป็นการผลิตสินค้าให้ทันความต้องการ


ภาพจาก https://citly.me/ixuq50
 
ในเวลานั้น Mike มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติประมาณ 60 เครื่อง แต่เมื่อคำนวณกำลังการผลิตแล้ว เขาพบว่าต้องใช้เวลาราวหกสัปดาห์จึงจะจัดการคำสั่งซื้อที่เข้ามาได้ทั้งหมดยอดขายในเดือนนั้นแตะ 100,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 60% จากยอดขายรายเดือนสูงสุดที่เขาเคยทำได้ก่อนหน้านี้
 
แทนที่จะรีบนำเงินทั้งหมดไปใช้ส่วนตัว Mike เลือกนำรายได้กลับมาลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์เพิ่ม เพื่อเร่งกำลังการผลิตและรองรับการเติบโตของธุรกิจ
 
จากกระแสบนโซเชียล สู่ธุรกิจรายได้กว่า 25 ล้านบาทต่อปี
 
สิ่งที่ทำให้ CruiseCup น่าสนใจไม่ใช่เพียงการที่สินค้าชิ้นหนึ่งกลายเป็นไวรัล แต่คือความสามารถในการต่อยอดกระแสความสนใจให้กลายเป็นยอดขายจริง
 
ตามข้อมูลที่ CNBC Make It ตรวจสอบจากเอกสารของบริษัท CruiseCup สร้างรายได้รวมก่อนหักค่าใช้จ่ายประมาณ 808,000 ดอลลาร์ในปี 2025 จากเว็บไซต์ของบริษัทและ TikTok Shop และยังมีรายได้จาก Amazon เพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเงินไทยประมาณ 26 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
 
ปัจจุบัน Mike มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติประมาณ 160 เครื่อง ใช้ผลิตสินค้าพลาสติกในรัฐนิวยอร์ก ขณะที่ผลิตภัณฑ์รุ่นสเตนเลสสตีลผลิตโดยผู้ผลิตในประเทศจีนที่เขาค้นหาจนพบทางออนไลน์
 
เขาบริหารบริษัทแบบเต็มเวลาร่วมกับพนักงานอีกหนึ่งคน พร้อมวางแผนขยายธุรกิจต่อ ทั้งการเพิ่มเทคโนโลยีการพิมพ์ลาย UV การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มประเภทใหม่ และการสร้างทีมการตลาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อผลักดันสินค้าเข้าสู่ช่องทางค้าปลีกในอนาคต
 
นอกจากนี้ Mike ยังมีสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ของ CruiseCup ที่อยู่ระหว่างการยื่นขอจดทะเบียนสองรายการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขาไม่ได้มองธุรกิจนี้เป็นเพียงการขายสินค้าตามกระแส แต่กำลังพยายามสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตัวเองด้วย
 
รายได้ 26 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของจะได้เงินเข้ากระเป๋า 26 ล้านบาท


ภาพจาก https://citly.me/ixuq50
 
แม้ CruiseCup จะเป็นธุรกิจที่มีกำไร แต่ Mike เปิดเผยว่าเงินที่เขานำออกมาใช้ส่วนตัวมีเพียงประมาณ 500–1,500 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือราว 16,000–49,000 บาทเท่านั้นเหตุผลหนึ่งคือเขายังอาศัยอยู่กับพ่อแม่และไม่มีค่าเช่าที่พักที่ต้องรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน เงินส่วนใหญ่ของธุรกิจยังถูกนำไปใช้ซื้อเครื่องพิมพ์เพิ่ม ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย และพัฒนาสินค้าใหม่
 
เขาไม่ได้เปิดเผยตัวเลขกำไรสุทธิประจำปีของบริษัท จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าจากรายได้ทั้งหมด 808,000 ดอลลาร์ บริษัทเหลือกำไรจริงเท่าไรเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับคนที่สนใจทำธุรกิจ เพราะ ยอดขายไม่ใช่กำไร และกำไรของบริษัทก็ไม่ใช่เงินที่เจ้าของสามารถนำออกมาใช้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะธุรกิจที่กำลังเติบโตและจำเป็นต้องนำเงินกลับไปลงทุนต่อเนื่อง
 
บทเรียนจากธุรกิจที่เริ่มต้นด้วยเครื่องพิมพ์เพียงเครื่องเดียว
 
เรื่องราวของ Mike Satterlee แสดงให้เห็นว่า การเริ่มต้นธุรกิจในยุคนี้อาจไม่จำเป็นต้องมีโรงงานขนาดใหญ่หรือเงินลงทุนมหาศาลตั้งแต่วันแรก เทคโนโลยีอย่างการพิมพ์ 3 มิติช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถทดลองออกแบบ ผลิตสินค้า และทดสอบตลาดได้ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงง่ายกว่าการผลิตแบบอุตสาหกรรมบางประเภท
 
อย่างไรก็ตาม เครื่องพิมพ์ 3 มิติไม่ใช่สูตรสำเร็จของความรํ่ารวย สิ่งที่ทำให้ธุรกิจของ Mike เติบโตประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งการทดลองสินค้าใหม่ การสังเกตปัญหาของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ การใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงลูกค้า การปรับกำลังการผลิตให้ทันความต้องการ และการนำเงินกลับมาลงทุนเพื่อขยายกิจการ


ภาพจาก https://citly.me/ixuq50
 
ที่สำคัญเขาเริ่มจากการลงมือทำจริงตั้งแต่วัยเรียน ผ่านธุรกิจหลายรูปแบบ ก่อนจะพบสินค้าที่เหมาะสมกับตลาดมากที่สุด Mike กล่าวถึงสิ่งที่ทำให้เขายังคงมุ่งมั่นกับธุรกิจว่า ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ไปทำงาน เพราะเขารักการสร้างสรรค์สิ่งของและสนุกกับสิ่งที่ทำ จนแทบไม่รู้สึกว่านั่นคืองาน
 
จากเด็กหนุ่มที่เริ่มต้นพิมพ์สินค้าขายในห้องใต้ดินบ้านพ่อแม่ วันนี้เขากำลังสร้างธุรกิจที่มีระบบการผลิตจริง มีช่องทางจำหน่ายหลายแห่ง และมีแผนขยายไปสู่ตลาดค้าปลีกเรื่องราวนี้จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของคนวัย 19 ปี แต่ยังชี้ให้เห็นว่า โอกาสทางธุรกิจอาจเริ่มต้นจากสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด และเติบโตขึ้นได้เมื่อผู้ประกอบการรู้จักเปลี่ยนความสนใจของลูกค้าให้กลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืน
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ธุรกิจที่ทำคู่งานประจำ ลงทุนหลักหมื่น สร้างรายได..
627
ความเร็วชนะความหรู กาแฟ Drive-Thru 7.5 หมื่นล้า..
470
4 พิกัดเด่น!เน้นทำเลทอง เคล็ดลับยอดขายพุ่ง กำลัง..
449
น้ำเต้าหู้ร้อยล้าน เปลี่ยนสินค้าบ้านๆ ทะยาน 1 แส..
430
ธุรกิจคุกกี้จากครัวที่บ้าน ลงทุน 8 แสน สู่รายได้..
385
ร้านของทอด! มองเหมือนง่าย แท้จริงได้กำไรแค่ไหน?
375
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด