บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
1.4K
2 นาที
24 พฤศจิกายน 2564
KOI The' (โคอิเตะ) ไม่ได้ขายแฟรนไชส์ในปัจจุบัน
 

หากพูดถึงแบรนด์ชานมไข่มุกจาก “ไต้หวัน” ในเมืองไทย ที่ได้รับความนิยมและมีการพูดถึงกันมาก หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น KOI Thé (โค-อิ-เตะ) ร้านชานมรสชาติต้นตำรับจากไต้หวัน เน้นการเสิร์ฟชานมคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีการผลิตอย่างดี ตั้งแต่การคัดสรรใบชาชั้นดี การต้มชาและการต้มไข่มุกเนื้อเหนียวหนึบ ปัจจุบันมีสาขามากมายใน 12 ประเทศ 
 
โดยเฉพาะในประเทศไทยมีสาขามากกว่า 49 แห่ง และด้วยการเป็นแบรนด์ร้านชานมคุณภาพ ผู้บริโภคชาวไทยให้การตอบรับ จึงมีคนถามเข้ามาว่า KOI Thé (โค-อิ-เตะ) ขายแฟรนไชส์หรือเปล่า วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com มีข้อมูลจากการสอบถามไปยังแบรนด์ KOI Thé (โค-อิ-เตะ) มานำเสนอให้ทราบครับ 
 
จุดกำเนิด KOI THE' (โคอิเตะ) 
 

ภาพจาก facebook.com/koithethailand

โคอิ เตะ (KOI Thé) เป็นแบรนด์ชานมไข่มุกจากไต้หวัน เริ่มต้นจากธุรกิจชาของครอบครัว “มิสหม่า” ในชื่อ ‘อู่สือหลาน’ (50 Lan) เริ่มต้นกิจการครั้งแรกเมื่อปี 1994 จากความต้องการขยายแบรนด์ให้เจาะตลาดผู้บริโภคในกลุ่มที่กว้างกว่าเดิม หรืออาจจะไม่ได้อินวัฒนธรรมชามาก่อน พร้อมกับเปิดสาขาต้นแบบเป็นแห่งแรกในไต้หวันเมื่อปี 2006 
 
จนปัจจุบันมีสาขามากกว่า 400 แห่งอยู่ใน 12 ประเทศ อาทิ ไต้หวัน ซึ่งมีอยู่เพียง 2 แห่ง เพื่อทำเป็นสาขาต้นแบบเท่านั้น ก่อนจะขยายมาที่สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม กัมพูชา ไทย มาเลเซีย และพม่า เป็นต้น
สำหรับประเทศไทยเป็นประเทศที่ 10 ที่โคอิ เตะ เลือกเข้ามาทำตลาด และเป็นหนึ่งประเทศที่มิสหม่ามองว่าเป็น Strategic Location ที่ต้องขยายเข้ามา เพราะเป็น Destination ของธุรกิจท่องเที่ยวในภูมิภาคที่คนทั่วโลกอยากเดินทางเข้ามา ประกอบกับแบรนด์อาหารดังๆ หลายแบรนด์ก็เลือกที่จะขยายสาขามาเปิดในประเทศไทย 
 
เปิดตัวครั้งแรก ดังไม่เปรี้ยงป้าง! 
 

ภาพจาก facebook.com/koithethailand

การเปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทย “โคอิ เตะ” ไม่ได้ประสบความสำเร็จตามการคาดหมายของหลายๆ คน แม้แบรนด์จะมีชื่อเสียงและได้รับความนิยมในต่างประเทศ แม้จะมีคนไทยบางส่วนที่เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ รู้จักแบรนด์มาก่อน โดยสาขาแรกเปิดบริการในเดือนกรกฎาคม 2016 ที่เซ็นทรัล บางนา กลับมีผลตอบรับไม่ค่อยดีนัก อาจเป็นเพราะการเป็นแบรนด์ใหม่ที่คนทั่วๆ ไปยังไม่ค่อยรู้จัก ประกอบกับที่ตั้งสาขาอยู่ในโซนที่ค่อนข้างไกล 
 
ประกอบกับ โคอิ เตะ ประเทศไทย ยังไม่ได้เน้นทำการตลาดมากนัก เนื่องจากจำนวนสาขาที่ยังมีน้อย จึงเน้นที่การพัฒนาธุรกิจและเตรียมบุคลากร เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตเป็นหลักก่อน หลังจากนั้น 3 เดือนต่อมา โคอิ เตะ สาขาที่ 2 เปิดบริการในสยามสแควร์วัน แหล่งรวมวัยรุ่นและเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากด้วย 
 
แต่เนื่องจากในขณะนั้นประเทศไทยอยู่ในช่วงของความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ Mood & Tone ของคนทั่วทั้งประเทศ จึงไม่พร้อมที่จะเปิดรับหรือสนใจเรื่องอื่นๆ มากนัก เรียกว่าอยู่ในช่วงที่ทุกอย่างแทบจะหยุดชะงักลงโดยอัตโนมัติ
 
เดินเกมการตลาดด้วยการรีวิว
 

ภาพจาก facebook.com/koithethailand

โคอิ เตะ ให้บริการลูกค้าไปอย่างเงียบๆ โดยในเดือนต่อมาก็ได้ขยายสาขาที่ 3 เพิ่มอีกหนึ่งแห่งที่ เซ็นทรัล พระราม 9 ทำให้เริ่มมีสาขากระจายอยู่ในพื้นที่แต่ละจุดของ กทม. เพิ่มมากขึ้น ขณะที่ยอดขายในช่วงเวลานั้นก็ยังคงไม่ค่อยดีเช่นเดิม โดยเวลานั้นโคอิ เตะ เลือกใช้วิธีทำตลาดอย่างเงียบๆ เชิญสื่อที่อยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มมาทำการรีวิวร้าน ทำให้เริ่มเห็นผลตอบรับที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่า จากที่เคยต้มชาแล้วต้องทิ้งมากกว่าได้ขาย ก็สามารถขายได้มากขึ้น ไปจนถึงในบางช่วงที่ต้มกันแทบไม่ทันเลยก็มี
 
ชูจุดเด่น Handmade Tea
 

ภาพจาก facebook.com/koithethailand

ความแตกต่างของโคอิ เตะ ยังอยู่ที่การเป็น Handmade Tea เพราะวัตถุดิบที่ใช้ทุกอย่างจะทำใหม่หมดแบบ On Site เพื่อให้แต่ละแก้วที่ลูกค้าได้ดื่มนั้น คงความเป็นชาไข่มุกแบบไต้หวันอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการต้มชา ที่การต้มแต่ละครั้งจะเก็บไว้แค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น เช่นเดียวกับการต้มไข่มุกหรือ Golden Bubble ซึ่งต้องถือเป็น Signature ของโคอิเตะ เพราะเม็ดไข่มุกจะมีขนาดเล็กว่าทั่วไปและมีสีทอง ทำให้บางคนเปรียบเทียบเม็ดไข่มุกของโคอิ เตะ ว่าเหมือนกับไข่ปลาแซลมอน
 
รายได้ของบริษัท โคอิ เตะ (ประเทศไทย) จำกัด
 

ภาพจาก facebook.com/koithethailand
  • ปี 59 รายได้ 3.5 ล้านบาท ขาดทุน 2 ล้านบาท
  • ปี 60 รายได้ 62 ล้านบาท กำไร 8 ล้านบาท
  • ปี 61 รายได้ 304 ล้านบาท กำไร 81 ล้านบาท
  • ปี 62 รายได้ 519 ล้านบาท กำไร 107 ล้านบาท
  • ปี 63 รายได้ 386 ล้านบาท กำไร 36 ล้านบาท
KOI Thé ขายแฟรนไชส์หรือไม่
 

ภาพจาก facebook.com/koithethailand

มีหลายคนสนใจอยากลงทุนเปิดร้านแฟรนไชส์ชานมไข่มุก KOI Thé และถามเข้ามาเป็นจำนวนมากว่า KOI Thé ขายแฟรนไชส์หรือไม่ ทางทีมงานไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ จึงได้ติดต่อสอบถามไปยังบริษัท โคอิ เตะ (ประเทศไทย) จำกัด ได้คำตอบชัดเจนว่า “ตอนนี้ทางเราไม่มีขายแฟรนไชส์ค่ะ” ซึ่งอาจเป็นเพราะทางบริษัทเป็นตัวแทน KOI Thé จากไต้หวันอยู่แล้ว หากขายแฟรนไชส์ออกไป อาจไม่สามารถควบคุมคุณภาพมาตรฐานได้ อีกทั้งร้าน KOI Thé ส่วนใหญ่เปิดให้ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าชั้นนำของเมืองไทย อาจทำให้มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง 
 
สรุปก็คือ แบรนด์ร้านชานมไข่มุก KOI Thé (โคอิ เตะ) ไม่ได้ขายแฟรนไชส์ บริษัทบริหารธุรกิจเองทั้งหมด
 
ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 

 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter 
 
เชื่อว่าคออาหารญี่ปุ่นคงไม่มีใครไม่รู้จัก Mo- Mo- Paradise ร้านชาบูชาบูสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โนเบิล เรสเตอท์รองต์ จำกัด บริหารงานโดย “คุณเอ-สุรเวช เตลาน” กรรมการผู้จัดการ ซึ่งปัจจุบันขยายสาขาไปแล้ว 21 สาขา และกำลังจะเปิดสาขาใหม่ในช่วงต้นเดือนธัน..
8months ago   915  5 นาที
หากพูดถึงเจ้าของกิจการร้านอาหาร “หมูทอด เจ๊จง” เชื่อว่ามีน้อยคนมาก ที่จะไม่รู้จักกับเธอ ปัจจุบันขยายกิจการร้านอาหารไปแล้ว 10 สาขา ถือเป็นขวัญใจของคนทำงาน พนักงานออฟฟิศ ย่านพระราม 4 มามากกว่า 10  ปี ..
46months ago   6,459  6 นาที