บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    เรื่องราวความสำเร็จ
6.4K
3 นาที
3 ตุลาคม 2561
เจาะใจเจ๊! ทำไมร้านหมูทอดเจ๊จง ไม่ขายแฟรนไชส์
 

หากพูดถึงเจ้าของกิจการร้านอาหาร “หมูทอด เจ๊จง” เชื่อว่ามีน้อยคนมาก ที่จะไม่รู้จักกับเธอ ปัจจุบันขยายกิจการร้านอาหารไปแล้ว 10 สาขา ถือเป็นขวัญใจของคนทำงาน พนักงานออฟฟิศ ย่านพระราม 4 มามากกว่า 10  ปี 
 
ด้วยรสชาติอร่อยง่ายๆ ราคาเบากระเป๋าของหมูทอด รวมถึงข้าวแกงอื่นๆ ในร้าน จึงทำให้ร้านหมูทอดเจ๊จงได้รับความนิยม ทำให้คนไปกินเกิดติดใจ พูดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ บ้างก็ถามหาพิกัด ฝากซื้อก็มี แต่ถ้าใครจะไปกินที่ร้านต้องทนยืนต่อแถวกันยาวเหยียด ไม่แปลกที่ร้านหมูทอดเจ๊จงจะมีรายได้วันละหลายแสนบาท จนได้รับฉายาว่า “หมูทอดร้อยล้าน” 
 
วันนี้ www.ThaiFranchiseCenter.com จะมาอัพเดทเรื่องราวของ “เจ๊จง - จงใจ กิจแสวง” กับการบริหารจัดการร้านอาหาร “เจ๊จงหมูทอด” จนประสบความสำเร็จ มีสาขาไปแล้วถึง 10 สาขาในวันนี้ มาฟังพร้อมๆ กันเลยว่า ทิศทางและอนาคตของร้านอาหารหมูทอดเจ๊จงจะเป็นอย่างไร ขยายสาขาเพิ่ม หรือขายแฟรนไชส์หรือไม่ หรือทำธุรกิจอื่นเพิ่ม 
 
จุดเริ่มต้น “ร้านหมูทอด เจ๊จง” 
 

ร้านหมูทอดเจ๊จง เกิดขึ้นจากการที่เจ๊จงได้ไปซื้อข้าวหมูทอดให้ลูกกินเมื่อหลายปีก่อน แม่ค้าขายกล่องละ 10 บาท ฟังเหมือนถูก แต่พอเปิดออกมามีหมู 4 ชิ้นเรียงกันอยู่ เจ๊จงจึงบอกกับลูกว่า เจ๊จงจะทำขายบ้าง และจะให้หมูเยอะกว่านี้อีก
 
ด้วยความที่เจ๊จงอยากมีรายได้เพิ่มจากการขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์อยู่ในตอนนั้น อีกทั้งรู้สึกว่าตัวเองขายเสร็จก็กลับบ้านเร็วเกินไป ทิ้งเวลาไปกว่า 8 ชั่วโมง จึงคิดว่าเวลาที่ทิ้งไปน่าจะทำอะไรขายต่อจากข้าวแกงหมดได้ 

 
พอรุ่งขึ้นเจ๊จงไปซื้อหมูมาทำหมูทอด 8 กิโลกรัม ทำแบบที่เคยไปซื้อกล่องละ 10 บาท แต่ทำได้ไม่นาน ก็เปลี่ยนความคิดมาทำแบบของตัวเอง หันมาใช้หมูสามชั้นทอด ปรากฏว่าขายดิบขายดี แต่สุดท้ายเจ๊จงเห็นใจลูกค้าที่รักสุขภาพ จึงเปลี่ยนมาใช้หมูเนื้อแดงทอด จนกระทั่งมาถึงทุกวันนี้ โดยสาขาแรกอยู่ที่บริเวณหลังโลตัสพระราม 4   
 
ลูกค้าบอกปากต่อปาก 
 

ร้านขายหมูทอดของเจ๊จงในช่วงแรก ใช่ว่าจะขายดีเหมือนเช่นทุกวันนี้ ขายได้เรื่อยๆ เมื่อคนไปกินแล้วนำมาบอกปากต่อปาก รสชาติอร่อย ราคาถูก ต่อมาเจ๊จงจึงเลิกขายข้าวแกงบุฟเฟ่ต์ โดยลูกค้ากลุ่มแรกเป็นพวกจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ สามล้อย่านพระราม 4 โดยช่วงแรกๆ มีการใส่ถุงเดินขาย และเอาใส่ตะกร้าปั่นจักรยานไปขายตามอู่รถเมล์ด้วย
 
ปัจจุบันแม้ว่า “ร้านหมูทอด เจ๊จง” จะมีการเติบโตและขยายสาขาไปแล้ว 10 สาขา โดยสาขาทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของเจ๊จงและลูกๆ ที่เรียนจบออกมาสานต่อกิจการของครอบครัว 
 
แต่เจ๊จงในฐานะผู้บุกเบิกกิจการก็ยังไม่หยุดพัฒนาธุรกิจของตัวเอง มีการเพิ่มเมนูอาหารนอกจากหมูทอดให้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงพัฒนาแพ็กเกจกล่องให้สวยงาม เปลี่ยนถุงหิ้วให้เป็นแบบย่อยสลายได้     

ความสำเร็จ 4 อ.
 
สำหรับความสำเร็จของร้านหมูทอดเจ๊จง มาจาก 4 อ. โดย อ.แรก คือ อร่อย เจ๊จงปรับปรุงสูตรจนลงตัว เลือกใช้เครื่องปรุงรสไก่ที่ทำให้การหมักหมูทอดรสชาติกลมกล่อม ทำให้ได้หมูทอดสีเหลืองทอง กรอบน่ากิน 

 
อ. 2 คือ อดทน ขยัน ซื่อสัตย์ หากไม่ติดธุระสำคัญจริงๆ เจ๊จงจะไม่หยุดทำงาน ตื่นตี 2 เตรียมหมูทอดและข้าวแกงในร้าน ตี 3 ครึ่ง ให้ลูกน้องเริ่มทอดหมู ส่งไปสาขาต่างๆ ทอดทั้งวันจนถึงบ่าย พอ 4 โมงเย็นจึงปิดร้านพักผ่อน และเปิดร้านอีกทีตอน 5 โมงเย็นจนถึง 1 ทุ่ม โดยเจ๊จงต้องอดทนเพราะต้องดูแลลูกน้องกว่า 200 ชีวิต 
 
จริงๆ แล้วเจ๊จงไม่ต้องทำงานก็ได้ แต่อยากให้ลูกน้องเห็นเป็นแบบอย่างที่ดี ส่วนเรื่องความซื่อสัตย์ จะยึดถือความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าในแง่ที่ว่า ลูกค้าต้องได้ทานของดีมีมีคุณภาพ ราคาที่คุ้มค่า ตามหลักคิดของร้านที่ว่า “ถูก ดี มีน้ำใจ” 
 
ส่วน อ. 3 คือ เอาใจใส่ต่อลูกค้า ทำอาหารที่มีคุณภาพให้ทาน และ อ.4 คือ การอบรม เจ๊จงไม่เคยหยุดที่จะหาความรู้ โดยพยายามแบ่งเวลาเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตลาด การสร้างแบรนด์ หรือการทำแพ็กเกจจิ้ง
 
ควบคุมมาตรฐานอาหารอร่อยทุกสาขา
 

ปัจจุบันร้านหมูทอดเจ๊จงมีจำนวน 10 สาขา โดยหลักการควบคุมคุณภาพมาตรฐานของหมูทอดและอาหารอื่นๆ ให้เหมือนกันทุกสาขาของเจ๊จง คือ จะใช้ครัวกลางจากสาขาพระราม 4 ในการส่งวัตถุดิบ แต่ก็มีบางสาขาที่ปรุงด้วยสูตรต้นตำรับที่ร้าน เพราะลูกๆ ของเจ๊จงมีประสบการณ์จากการช่วยเหลือเจ๊งจงมายาวนาน จึงทำให้รสชาติอร่อยทุกสาขา   

ราคาสบายกระเป๋าทำลูกค้าติด
 

เมื่อถามเจ๊จงว่า ทำไมลูกค้าที่มากินข้าวร้านเจ๊จง เจ๊จงบอกว่าที่ลูกค้าติดใจและชอบทานข้าวหมูทอดเจ๊จง อาจเป็นเพราะราคาถูก สบายกระเป๋า เพราะเป็นแค่หมูทอดธรรมดาเท่านั้น ลูกค้าคงคิดว่าราคาไม่ได้แพงกว่าตามท้องตลาดทั่วไป 
 
ยังไม่ขยายสาขาเพิ่ม ไม่ขายแฟรนไชส์
 

หลายคนที่ชื่นชอบในรสชาติอาหารของร้านหมูทอดเจ๊จง อาจอยากรู้ว่าร้านหมูทอดเจ๊จงขายแฟรนไชส์หรือไม่ ทีมงานไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ได้สอบถามไปยังเจ๊จงว่า ไม่มีการขายแฟรนไชส์ และขยายสาขาเพิ่มจาก 10 สาขาในตอนนี้

อยากมีรายได้ ขายข้าวกล่องเจ๊จง

อีกประมาณ 1 เดือน เจ๊จงจะมีทำข้าวกล่องหมูทอดเจ๊จงขาย โดยขายส่งให้กับผู้ที่สนใจอยากมีรายได้เสริม ราคากล่องละ 30 บาท สามารถขายต่อได้กล่องละ 35-40 บาท โดยเจ๊จงจะเป็นคนหาสถานที่ขายให้ วางขายตามบูธ ตามเคาน์เตอร์ต่างๆ หรือใครที่สนใจและมีสถานที่ขายที่ดี ก็สามารถติดต่อสอบถามเจ๊จงได้โดย โทร.087-5436222 หรือคอมเมนต์เฟสบุ๊คด้านล่างบทความ

 
สำหรับเรื่องการขายแฟรนไชส์นั้น ใช่ว่าเจ๊จงจะไม่อยากขายแฟรนไชส์ รวมถึงการขยายสาขาเพิ่มด้วย โดยเจ๊จงให้เหตุผลว่า ตอนนี้รู้สึกเหนื่อย ดูแลสาขาไม่ทั่วถึง ที่สำคัญก่อนหน้านี้เจ๊จง มีแนวความคิดขยายร้านในรูปแบบแฟรนไชส์ โดยให้เฉพาะพนักงานและลูกน้องที่เคยทำร้านด้วยกันมาเป็นคนดูแล  
 
แต่ด้วยความที่ลูกน้องไม่มีแนวความคิดเป็นเจ้าของร้าน อยากเป็นแค่ลูกจ้าง มาทำงานแล้วรับค่าแรงไปเท่านั้น เจ๊จงเคยลองทำมาแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะลูกน้องไม่มีจิตวิญญาณของการเป็นเจ้าของร้านแบบเจ๊จง 
 
แตกต่างจากลูกๆ ที่เห็นเจ๊จงเปิดร้าน ขายกับข้าวมาตั้งแต่เด็กๆ จึงทำให้ลูกของเจ๊จงดูแลร้านหมูทอดเจ๊จงได้ โดยยึดรูปแบบการบริหารเหมือนกัน ราคาเท่ากันทุกร้าน เพราะลูกๆ เห็นเจ๊จงทำมาก่อน จึงบริหารจัดการร้านให้มีมาตรฐานได้
 
เล็งทำ Food Truck ขายแฟรนไชส์  
 
แม้ว่าเจ๊จงจะไม่มีแนวความคิดขายแฟรนไชส์ และขยายสาขาเพิ่มในตอนนี้ แต่เจ๊จงก็บอกว่า ที่ผ่านมาก็มีผู้ใหญ่หลายๆ คนได้แนะนำให้เจ๊จงทำร้านอาหารแบบ Food Truck ขายหมูทอดตามรถ แล้วก็ขายแฟรนไชส์อีกที แต่เจ๊จงยังต้องรอให้ตนเองมีความพร้อมมากกว่านี้ ในการทำร้านอาหารแบบ Food Truck แล้วขายแฟรนไชส์

 
เรื่องราวของ “เจ๊จง หมูทอดร้อยล้าน” ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เราได้เป็นอย่างดี แม้ชีวิตเจ๊จงจะเริ่มต้นด้วยสถานภาพติดลบ จากเด็กสลัม หนี้สินท่วมหัว ครอบครัวแทบล่มสลาย แต่เจ๊จงกลับมุ่งมั่นต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คิดอยากทำแล้วก็ลงมือทำทันที ด้วยความขยัน อดทน แม้จะมีพลาดบ้าง ฝ่าฟันอุปสรรค แต่เจ๊จงก็ลุกขึ้นสู้ พลิกตำราค้าขาย จนได้รับฉายา “เจ๊จง หมูทอดร้อยล้าน” จากหมูทอดธรรมดาๆ แต่รสชาติอร่อยๆ ไม่ธรรมดา แถมราคาถูกใจลูกค้าอีกด้วย

 
อ่านบทความอื่นๆ จากไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์  www.thaifranchisecenter.com/home.php
อ่านจดหมายข่าวอื่นๆ www.thaifranchisecenter.com/newsletter/index.php 
 

แหล่งข้อมูล 
 
 
เชื่อว่าคออาหารญี่ปุ่นคงไม่มีใครไม่รู้จัก Mo- Mo- Paradise ร้านชาบูชาบูสุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น อยู่ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท โนเบิล เรสเตอท์รองต์ จำกัด บริหารงานโดย “คุณเอ-สุรเวช เตลาน” กรรมการผู้จัดการ ซึ่งปัจจุบันขยายสาขาไปแล้ว 21 สาขา และกำลังจะเปิดสาขาใหม่ในช่วงต้นเดือนธัน..
7months ago   874  5 นาที
“ชาตรามือ” เป็นแบรนด์หนึ่งในกรณีศึกษาของการทำการตลาดแห่งปี 2560 สามารถพลิกภาพลักษณ์แบรนด์เก่าแก่ให้กลับมามีชีวิตชีวา พร้อมกับสร้างกระแสได้อยู่ตลอดทั้งปี ตั้งแต่ชากุหลาบ ยันชาไข่มุก มาจากไอเดียใหม่ๆ เติมอยู่เสมอ..
47months ago   17,730  5 นาที