บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
360
3 นาที
23 มกราคม 2569
“Curator Shop” กำไรเพิ่ม 3 เท่า เปลี่ยนของเก่าให้เป็น Rare Item
 

Curator เป็นคำที่ถูกหยิบมาใช้ในแวดวงขายของมือสองหรือวินเทจ เป็นการยกระดับให้เหนือกว่าการขายธรรมดาไม่ใช่แค่การเอาของที่ไม่ใช้มาขายต่อแต่ผสมผสานเรื่องรสนิยม และการคัดสรรสินค้าเข้า เพื่อทำให้มีมูลค่าสูงมากขึ้น 
 
ถ้าดูข้อมูลยิ่งน่าสนใจเพราะพบว่า กว่า 60% ของ Gen Z ค้นหาสินค้าเก่าที่เอามาขายใหม่ผ่าน Instagram และตัดสินใจซื้อทันที รวมถึง ตลาด Live Commerce ในไทยมีมูลค่าสูงถึง 32,000 ล้านบาท โดยสินค้ามือสองคุณภาพดี (Curated Resale) เป็นกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด อย่างไรก็ดีการจะสร้างรายได้ด้วยการเป็น Curator ก็มีเงื่อนไขที่ต้องรู้ด้วยเช่นกัน
 
1.ยกระดับของที่ไม่ใช้ให้กลายเป็น “ของสะสม”
 
Curator ไม่ใช่แค่การขายแบบสะเปะสะปะ แต่จะใช้การเล่าเรื่องเข้ามาช่วยเพื่อให้สินค้าที่ดูเหมือนจะตกยุคเลิกใช้กลายเป็นของที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น กล้องยุคเก่าที่คนทั่วไปมองว่าตกรุ่น แต่ Curator จะนำเสนอในมุมมองของความคลาสสิค อาจทำคอนเทนต์โชภาพที่ถ่ายจากกล้องยุคเก่าสื่อสารให้คนดูรู้สึกว่าเป็นความสามารถเฉพาะที่กล้องรุ่นเก่ามีแม้แต่สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ก็เท่าไม่ได้ หรือการขายเสื้อยืดวินเทจธรรมดา แต่ใส่เนื้อเรื่องให้ดูเป็นเสื้อยืดที่น่าสะสมมากยิ่งขึ้น
 
2.ไม่ใช่แค่ขายแต่ต้องยกระดับเป็นผู้เชี่ยวชาญ
 

ภาพจาก https://app.envato.com

การเอาสินค้าที่ไม่ใช่มาขายคือระดับเบื้องต้นแต่ Curator ต้องมีมากกว่าถึงขั้นเชี่ยวชาญที่ต้องให้ข้อมูลเชิงลึกสินค้าเช่นถ้าจะขายแจ๊คเก็ตยีนส์เก่า ต้องมีคอนเทนต์ที่พูดถึงประวัติว่าทำไมยีนส์ปี 1980 ถึงต้องใช้ด้ายสีส้มสลับเหลือง" หรือ "แจ็คเก็ตรุ่นนี้เคยถูกใส่โดยศิลปินคนไหนในอดีต หรือการทำคลิปเปรียบเทียบดูของจริง กับของปลอม วิธีการเหล่านี้คือการให้ความรู้ที่ทำให้คนดูคลิปเชื่อมั่นได้
 
3.ให้ความสำคัญกับ “รูปลักษณ์” สินค้าแม้จะเก่าแต่น่าสนใจ
 
แม้จะเป็นสินค้าเก่าแต่คนซื้อก็ต้องการสินค้าในสภาพที่ประทับใจ ควรทำความสะอาดในเบื้องต้น หรือหากเป็นสินค้าอื่นๆ ที่สามารถปรับปรุงหรือทำให้ดีกว่าเดิมได้ก็ควรซ่อมแซมให้เป็นสินค้าที่ผู้รับรู้สึกดีเมื่อเป็นเจ้าของ หัวใจหลักของการขายของเก่าที่เรามีไม่ใช่อะไรก็ได้แต่ต้องให้มีสไตล์ในตัวของมันเองอยู่ด้วย 
 
ยกตัวอย่างเช่นพวกเสื้อผ้าวินเทจเก่าๆ ถ้าเราซื้อในจำนวนมากราคาต่อตัวอาจจะประมาณ 100 บาท แต่เอามาซัก รีด ถ่ายภาพสวยๆ และขายเรื่องราวอาจขายราคาเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า 
 
อยากเริ่มต้นทำ Curator Shop เริ่มอย่างไร?
 

ภาพจาก https://app.envato.com

การเริ่มต้นเป็น Curator Shop ในปี 2026 ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ต้องใช้ สายตา และ ทักษะการเล่าเรื่อง เพราะหัวใจของ Curator คือความน่าเชื่อถือ เช่นการขายกล้องดิจิทัลรุ่นเก่า , เกมบอย , เสื้อยืดลายกราฟฟิค , ถ้วยชามเซรามิค , หนังสือมือสอง เป็นต้น โดยมีช่องทางในการปล่อยสินค้าได้แก่
  • TikTok ต้องเน้นการขายด้วยการเล่าเรื่องผ่านคลิปสั้นๆ เน้นการโชว์กระบวนการชุบชีวิตสินค้าเก่าให้กลับมาดูสนใจ และควรใส่คีย์เวิร์ดที่คนชอบค้นหา เช่น กล้องดิจิทัลโทนฟิล์ม หรือ แต่งบ้านวินเทจ ในคำบรรยายและเสียงพูดในคลิป เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงได้มากขึ้น
  • Instagram แน่นอนว่าจุดเด่นคือภาพต้องสวย จะทำให้คนสนใจของเก่าเราได้มากขึ้น หรือการใช้ฟีเจอร์ AI Auto-tagging จะช่วยได้มากสำหรับ Curator ที่ขายของหลายชิ้นในภาพเดียว เช่น ภาพห้องนั่งเล่นที่จัดวางของมือสองไว้ 5-6อย่าง AI จะสแกนรูปและจับคู่กับสินค้าในสต็อกของเราให้ทันที เพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อของคนที่ดูคลิปได้ง่ายขึ้น
  • การไลฟ์สดขายของ เป็นเทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อให้คนเข้าใจว่าสินค้าชิ้นนี้เป็นของเก่าที่มีความพิเศษแค่ไหน ทำไมถึงมีคุณค่า เหมาะสมกับการครอบครองสำหรับผู้ที่สนใจ ยิ่งเล่าเรื่องได้เก่ง แสดงอารมณ์ที่สื่อให้คนดูคล้อยตามโอกาสขายสินค้าที่แม้จะเป็นของเก่าก็ทำได้ไม่ยาก
ข้อจำกัดของ TikTok สำหรับการทำ “Curator”
 

ภาพจาก https://app.envato.com
 
ในอีกมุมหนึ่งก็มีข้อมูลน่าสนใจว่าระบบ TikTok ออกแบบมาเพื่อสินค้า Mass Production ที่มีสต็อกเยอะๆ เพื่อให้ AI นำส่งสินค้าไปหาคนจำนวนมากและเกิดการกดซื้อซ้ำๆ ถ้าเป็นการขายสินค้ามือสอง ซึ่งมักจะมีแค่ชิ้นเดียวมื่อขายได้ 1 ชิ้น ตะกร้านั้นจะ สินค้าหมด ทันที ทำให้คะแนนความสดใหม่ของตะกร้าหายไป และเสียเวลาในการลงสินค้าใหม่เรื่อยๆ ซึ่งไม่คุ้มค่าเหนื่อยสำหรับคนขายของชิ้นเล็กชิ้นน้อย 
 
รวมถึงการที่ TikTok เน้นเอาใจผู้ซื้อเป็นหลัก หากผู้ซื้อกดคืนเงิน/คืนสินค้าเนื่องจาก สภาพไม่ตรงปก ผู้ขายมักจะเสียเปรียบและโดนหักคะแนนร้านค้าได้ง่ายมาก 
 
ทางออกสำหรับการทำ Curator มีข้อแนะนำว่าแทนที่จะลงสินค้าทีละชิ้น ให้ลงเป็น หมวดหมู่ เช่น "เสื้อไหมพรมมือสองเกรด A" แล้วใช้การกดสั่งซื้อตามรหัสที่แจ้งในไลฟ์ หรือการเน้นทำคลิปโชว์ของ สวยๆ งามๆ เล่าเรื่องราว (Storytelling)
 
เพื่อสร้างตัวตน แล้วค่อยให้คนกดไปที่ Link หน้าโปรไฟล์ อย่างไรก็ในต่างประเทศเริ่มมีการเปิดหมวด "Pre-loved" หรือสินค้าใช้แล้วอย่างเป็นทางการมากขึ้น มีการรับรองผู้ขายสินค้าแบรนด์เนมมือสอง ซึ่งในไทยอาจจะตามมาในอนาคต
 
Curator shop สร้างรายได้ดีแค่ไหน
 

ภาพจาก https://app.envato.com

สำหรับมือใหม่ก็มีโอกาสในการสร้างรายได้ระดับแตะหลักหมื่นต่อเดือนแต่ก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการขายของแต่ละคนเป็นสำคัญ เบื้องต้นถ้าเรายังไม่สามารถหาของเก่าจากที่อื่นมาขายอัพราคาได้ ก็เน้นจากของเก่าที่อยู่ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า หรือของใช้ต่างๆ 
 
แนะนำว่าควรจัดสินค้าเหล่านี้เป็นเซตเพื่อให้น่าสนใจและจะขายได้กำไรมากขึ้น เช่นการนำเสื้อยืดมือ 2 มาจับคู่กับกางเกงยีนส์เก่า ถ่ายภาพให้ดูน่าสนใจ ถ่ายทอดเรื่องราวให้ดูมีเสน่ห์ จากเสื้อผ้าเก่าๆ ที่เราไม่ใช้จะอัพมูลค่าเพิ่มขึ้นสำหรับคนที่ต้องการได้
 
ในเบื้องต้นเราอาจใช้เทคนิคไม่ต้องดัง ไม่ต้องมีคนติดตามเยอะๆ แต่ของให้แสดงจุดยืนเรื่องรสนิยมในการใช้สิ่งของอย่างชัดเจนเชื่อว่าจะมีคนที่เป็นพวกเดียวกัน ซึ่งแค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างฐานลูกค้าได้ ยิ่งถ้ามีการโชว์ใบหน้าเจ้าของสินค้าให้รู้ว่าเราคือเจ้าของ หรือถ่ายภาพตอนกำลังซ่อมสินค้าเก่า ซักเสื้อผ้าที่เราจะนำมาขาย คนดูจะรู้สึกถึงความใส่ใจและเชื่อมั่นในคุณภาพแม้ว่าจะเป็นของเก่าจากเราก็ตามที
 
รวมถึงยังมีการหารายได้ในการคิดค่าบริการเป็น Project Fee หรือ Commission % สำหรับการหาสินค้าตอบโจทย์ลูกค้าเช่น เจ้าของร้านคาเฟ่ที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ในร้านไม่เหมือนใคร , ภาพถ่ายที่แตกต่าง หรือการจัดบรรยากาศร้านที่โดดเด่น 
 
ดังนั้นรายได้ดีแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การขาย สินค้าบางอย่างอัพมูลค่าได้สูงกว่าเดิม 2-3 เท่ามือใหม่บางคนที่ทำ Curator จริงจังอาจมีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน หรือบางคนก้าวล้ำไปหน่อยใช้การจับสินค้าเก่าจากที่อื่นมาขายต่อก็จะทำให้มีรายได้มากขึ้น
 
Jack Sorkin กรณีศึกษาของการเป็น Curator shop
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ในต่างประเทศ อาชีพ Digital Curator เติบโตมากโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น มีคนเปลี่ยน ของเก่าและ ให้กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูงมาก อย่างเช่น Jack Sorkin นักสะสมเสื้อผ้าแนวสตรีทและวินเทจ ที่เริ่มจากการคัดเสื้อผ้าแบรนด์ที่คนเลิกฮิตไปแล้ว 
 
แต่เขามองเห็นว่ามันจะกลับมาเทรนด์เลือกมาซัก ทำความสะอาด และถ่ายรูปให้สวยทำให้เขากลายเป็น Curator ที่ดีไซน์เนอร์และสไตลิสต์ชื่อดังต้องมาขอซื้อของต่อ เพื่อไปใช้ในงานถ่ายแฟชั่น โดยสินค้าที่จำหน่ายมักมีราคาสูงตั้งแต่ 200 ดอลลาร์ (ประมาณ 7,000 บาท) ไปจนถึงหลายพันดอลลาร์ต่อชิ้น 
 
ซึ่งความเชี่ยวชาญในการหาสินค้าจากแหล่งที่คนไม่รู้จัก หรือสินค้าที่คนมองข้ามเอามาเพิ่มมูลค่าผ่านการนำเสนอทำให้กำไรต่อชิ้นสูงมาก ที่สำคัญเขาสามารถสร้างความเชื่อใจ ลูกค้าทุกคนเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ Jack เลือกมาคือของดี จึงตั้งราคาได้สูงกว่าราคาตลาด ซึ่งลูกค้าก็เต็มใจจ่าย และการที่มีผู้ติดตามที่ยิ่งมากยิ่งทำให้โอกาสปิดการขายเป็นไปได้ง่ายขึ้นด้วย
 

ภาพจาก https://app.envato.com
 
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Sean Wotherspoon ที่เริ่มต้นจากการเปิดร้านชื่อว่า Round Two และอาศัยทักษะในการมองสินค้าเก่าที่ไม่น่าสนใจรับซื้อเพื่อนำมาขายต่อโดยใส่ภาพลักษณ์ ใส่เรื่องราว เพิ่มมูลค่าให้น่าสนใจ ผสมผสานการทำคลิปที่บันทึกเหตุกาณณ์จริงในร้าน เช่น การต่อรองราคา การเจอสินค้าหายาก 
 
ทำให้คนดูรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการเป็น Curator และความสามารถนี้ก็ทำให้มีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์ดังอย่าง Nike, Adidas และ GAP ผลงานที่ทำร่วมกับแบรนด์ดังเหล่านี้เช่น ในปี 2025 แบรนด์ GAP ให้เขาช่วยคัดเลือกเสื้อผ้ามือสองของ GAP จากยุค 80-90 กลับมาวางขายใหม่ในร้าน เป็นต้น
 
แม้จะเป็นอีกช่องทางการสร้างรายได้ที่น่าสนใจ แต่การจะเข้ามาสู่วงการนี้ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสร้างรายได้มากมายในทันที ต้องเริ่มจากการสะสมประสบการณ์ รู้จักใช้เทคนิคในการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกลงไปในสินค้า ผ่านการนำเสนอในช่องทางต่างๆ อย่างเหมาะสม แต่หากทำได้นี่คืออาชีพที่สร้างรายได้เกินคุ้มจริงๆ
 
 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ใบกำกับภาษี คือ อะไร? ความสำคัญและวิธีออกให้ถูกก..
1,651
กล้อง Sony ดีไหม? 6 จุดเด่นที่ทำให้หลายคนเลือกใช..
1,306
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงรุก: ..
1,156
Raising Cane´s ร้านไก่ทอดไม่มีกระดูก 900 สาขา พา..
555
อวสานสงครามราคา จีนไปก่อน ใครต่อไป
478
ทะเลเดือด! สงครามโยเกิร์ต 2569 ใครไหวเดินหน้า ใค..
449
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด