บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
274
3 นาที
14 กันยายน 2569
อวสานความเชื่อ! ยิ่งศรัทธา ยิ่งได้กำไร
 

ความเชื่อแบบเหนือธรรมชาติ +ศรัทธา ผูกผันกับวิถีชีวิตคนไทยมานาน สิ่งเหล่านี้แทรกซึมอยู่ในความคิดของสังคมเกษตรกรรมมาแบบรุ่นต่อรุ่น ในสมัยก่อนเรามีความเชื่อในเรื่องผีบรรพบุรุษ รุกขเทวดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจในวันที่ฟ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือเมื่อเกิดโรคระบาด
 
ประกอบกับสังคมไทยที่นับถือศาสนาพุทธ หลักคำสอนคือให้ทุกคนทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส เมื่อผสมผสานกับแนวคิดของศาสนาพราหมณ์ ที่โดดเด่นในเรื่องพิธีกรรมต่างๆ หล่อหลอมให้ทุกสิ่งทุกอย่างผสมกลมกลืนอย่างแยกไม่ออกทั้งพระสงฆ์ คาถาอาคม เครื่องรางของขลัง การสะสมบุญ สุดท้ายก็กลายมาเป็นประเพณี วัฒนธรรม ที่แตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค แต่มีพื้นฐานเดียวกันนั่นก็คือ “ความเชื่อ”
 
ความเชื่อ VS หลักจิตวิทยา! เรื่องจริงหรือหลอก
 

ภาพจาก https://app.envato.com

พูดถึงความเชื่อต่างๆ มักจะย้อนแย้งกับหลักการวิทยาศาสตร์ คนที่เห็นด้วยก็มีมาก คนที่คิดต่างก็มีไม่น้อย หากจะมาถกเถียงว่าใครผิดใครถูกคงเป็นเรื่องยาก เพราะต่างก็มีเหตุผลของตัวเองรองรับ ซึ่งถ้าแบ่งแยกความเชื่อในสังไทยจะมีด้วยกัน 6 รูปแบบคือ
  1. ความเชื่อเรื่องโชคลาภและการเสี่ยงโชค เป็นสัดส่วนที่สูงมาก เช่นการกราบไหว้ขอหวยจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ , การตีเลขเด็ดและความฝัน ความเชื่อในพลังของเลขมงคล เป็นต้น
  2. ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์และการทำนาย เช่น การดูดวงผ่านไพ่ยิปซี, ลายมือ, ผูกดวงชะตาตามวันเดือนปีเกิด หรือการหาฤกษ์ก่อนทำกิจกรรมสำคัญ รวมถึงการทำพิธีต่อชะตา แก้ดวงตกต่างๆ 
  3. ความเชื่อเรื่องเครื่องรางและพุทธพาณิชย์ โดยเฉพาะความเชื่อในวัตถุมงคลต่างๆ ว่ามีพุทธคุณด้านแคล้วคลาด เมตตามหานิยม หรืออยู่ยงคงกระพัน สิ่งเหล่านี้ก็พัฒนามาตามยุคสมัยกลายเป็นเครื่องรางแฟชั่นได้เช่น กำไลหินมงคล ตะกรุดสายมูแฟชั่น เคสโทรศัพท์มือถือลายไพ่ทาโรต์ หรือวอลเปเปอร์หน้าจอมงคล เป็นต้น
  4. ความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยและสีมงคล เป็นความเชื่อเพื่อสร้างความมั่นใจเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ส่งเสริมพลังงานบวก เช่น การเลือกสีเสื้อผ้า สีรถ หรือสีประตูด้านหน้าตามสีที่ถูกโฉลกในแต่ละวัน , การจัดวางทิศทางประตูบ้าน ตำแหน่งโต๊ะทำงาน ทิศหัวนอน หรือการเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อแก้ดวงไม่ดี
  5. ความเชื่อเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติและวิญญาณ เป็นพื้นฐานความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ เช่นการกราบไหว้ต้นไม้ใหญ่ หรือการไหว้เจ้าที่เจ้าทาง หรือความเชื่อว่าอาการเจ็บป่วยเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรจากอดีตชาติ เป็นต้น
  6. ความเชื่อเรื่องสายเทพและการสื่อสารทางจิต ซึ่งส่วนใหญ่จะเชื่อว่ามีบุคคลที่สามารถเป็นสื่อกลางติดต่อกับวิญญาณ เทพ หรือเจ้าแม่ เพื่อทายทักดวงชะตาและบอกวิธีแก้กรรมต่างๆ 
ถ้ามองในแง่จิตวิทยาความเชื่อไม่ใช่แค่ความคิด แต่ทำหน้าที่เป็น กลไกการปรับตัวที่ส่งผลกระทบต่อสรีรวิทยาและระบบประสาทของมนุษย์ได้อย่างชัดเจน เช่นปรากฏการณ์ Placebo Effect (หลอกสมองว่าดี)

ยกตัวอย่าง เมื่อเรารู้สึกว่าอาการป่วยมียาที่รักษาหาย มีคนที่รักษาโรคได้ สมองจะสั่งให้มีการปลดปล่อยสารดามีนและเอ็นดอร์ฟิน ส่งผลให้อาการเจ็บปวดลดลงได้ในบางครั้ง แต่ในทางกลับกันถ้าจิตใจหดหู่หรือถูกทักจากความเชื่อที่เป็นพลังลบก็ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจได้โดยตรงเช่นกัน ดังนั้นถ้าวิเคราะห์ในแง่จิตวิทยาความเชื่อไม่ใช่สิ่งผิด อยู่ที่การเลือกรับและการคิดวิเคราะห์ ถ้าไม่งมงายจนเกินไปก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ให้คุณประโยชน์ได้
 
เมื่อ “ความเชื่อ” ถูกสร้างเป็น “ธุรกิจ” ยิ่งศรัทธา ยิ่งกำไร
 

ภาพจาก https://app.envato.com

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ และศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ttb analytics ประเมินว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา สินค้าวัตถุมงคล และบริการดูดวงในไทย มีมูลค่าเศรษฐกิจหมุนเวียนสูงถึง 10,000 – 15,000 ล้านบาทต่อปี
 
แต่สิ่งที่น่ากังวลมากๆคือหลายคนศรัทธาจนขาดสติ นำมาสู่ความเสียหายในด้านร่างกาย ทรัพย์สินและเงินทอง หากมองย้อนกลับไปเราจะพบว่ามีหลายคดีที่มีจุดตั้งต้นจาก “ความเชื่อ” ที่นำไปสู่การสร้างรายได้ของพวกมิจฉาชีพ
ยกตัวอย่างคือ
 
1.คดีแก๊งอรหันต์เก๊ / ลัทธิแม่ชีอู๋ เป็นเหตุที่เกิดในปี 2564 เมื่อแม่ชีอู๋ตั้งตนเป็นภิกษุณี หลอกลวงประชาชนว่าเป็นพระอรหันต์ มีกายทิพย์อรหันต์ หลอกให้ผู้ที่มีศรัทธากว่า 500 รายได้ ร่วมทำบุญ และบริจาค กระทั่งมีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 25 ล้านบาท 
 
2.คดี "พระบิดา" ฤาษีทวีปราบ ในปี 2565 ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าบุกสำนักในป่า จ.ชัยภูมิ พบการให้ศิษย์กินสิ่งปฏิกูลรักษาโรค โดยอ้างว่าเป็นโอสถวิเศษรักษาได้ทุกโรค ซึ่งทางการแพทย์ชี้ว่าเป็นการนำเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ และสิ่งสกปรกเข้าสู่ร่างกายโดยตรง เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดและโรคทางเดินอาหารรุนแรง ผู้ป่วยหลายรายที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังถูกปักใจเชื่อให้ละทิ้งการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันและยาแผนปัจจุบัน ส่งผลให้อาการป่วยวิกฤตหรือแย่ลงกว่าเดิม
 
3.คดีอาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต ในปี 2566 ซึ่ปรากฏบุคคลอ้างใช้พลังจิต ตบ ถีบ รักษาโรคอัมพฤกษ์และตาบอด 
 
แม้ช่วงแรกจะโฆษณาว่าทำเพื่อช่วยเหลือคน แต่ในความเป็นจริงมีการเรียกเก็บ "ค่าครู" หรือ "ค่าเปิดดวง/ทำพิธี" ในราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเรื้อรังและครอบครัวที่หมุนเงินรักษามานาน เมื่อเจออ้างว่ารักษาหายขาดได้ทันที จึงยอมกู้หนี้ยืมสินหรือนำเงินออมก้อนสุดท้ายมาจ่ายให้แก่สำนัก
 
4.คดี "น้องหญิง - ท่านพี่" ลัทธิคลื่นพลังบุญ ในปี 2567 และกลายเป็นกระแสข่าวดัง จากการอ้างคลื่นพลังงานจักรวาลรักษาโรค ก่อนถูกตำรวจ ปปป. บุกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลเท็จ ผู้ศรัทธาบางรายสูญเสียเงินและทรัพย์สินตั้งแต่หลักหลายแสน ไปจนถึงหลักล้าน ผ่านการถูกล่อลวงให้โอนเงินสร้างแดนธรรม ร่วมลงทุนทำสื่อ/หนังสั้นเกี่ยวกับลัทธิ หรือจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ อ้างเป็นการสะสมบารมีบรรลุธรรมเป็นอรหันต์
 
5.คดีอาจารย์ไพศาล แอบอ้างแก้กรรม เป็นกรณีที่เกิดเป็นข่าวในเดือนพฤษภาคม 2569 จากกรณีที่นายไพศาลที่อ้างว่าเป็นจอมขมังเวทย์ระลึกชาติและทายชื่อเจ้ากรรมนายเวรเพื่อให้แก้กรรมได้ถูกต้อง ซึ่งก็มีผู้ศรัทธาหลายคนหลงเชื่อแต่ในความจริงเป็นการใช้ข้อมูลจากหนังสือรุ่น ก่อนถูกดำเนินคดีข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ มีการตั้งตู้บริจาคและการโน้มน้าวให้ผู้ศรัทธาโอนเงินเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ "เจ้ากรรมนายเวร" ที่แอบอ้างขึ้นมา โดยรวมมูลค่าความเสียหายทางการเงินจากเหยื่อหลายรายที่ทยอยเข้าแจ้งความประเมินไว้ หลายล้านบาท
 
“ความโลภ” คืออีกต้นเหตุของความเสียหายต่อทรัพย์สิน
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ไม่ใช่แค่เพียงความเชื่อ แต่ความโลภ ซึ่งเป็นนิสัยที่มีอยู่ในทุกตัวคน ก็คืออีกหนึ่งตัวแปรเช่นกันที่ทำก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างได้ หากจำกันได้มีคดีในตำนานอย่าง แชร์แม่ชม้อย ที่เป็นกรณีศึกษาน่าสนใจ เริ่มต้นจากการอ้างว่าจะเปิดธุรกิจค้าน้ำมัน โดยชักชวนประชาชนคนทั่วไป ให้ร่วมเป็นเจ้าของธุรกิจ

โดยตกลงจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในรูปของเงินปันผลในอัตราร้อยละ 6.5 ต่อเดือน หรือ ร้อยละ 78 ต่อปี แต่ความจริงที่ปรากฏในภายหลังคือนางชม้อย ไม่มีการค้าน้ำมันหรือกิจการค้าน้ำมัน ทั้งในหรือนอกประเทศ

และเงินปันผลที่จ่ายในช่วงแรกมากจากเงินของผู้ลงทุนรายใหม่ ที่หมุนเวียนนำไปจ่ายให้คนลงทุนรายเก่า เป็นลักษณะการหลอกลวงแบบแมงเม่าบินเข้ากองไฟ ในท้ายที่สุดมีผู้ถูกหลอกลวงกว่า 16,000 คน เกิดความเสียหายเป็นเงินกว่า 4,000 ล้านบาท นอกจากนี้คดีแม่ชม้อย คือ จุดเริ่มต้นของ การก่อกำเนิด พ.ร.บ.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 โดยมีมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2527
 
ธุรกิจ “ความเชื่อ” พัฒนาตัวเอง ตามโลกยุคใหม่
 

ภาพจาก https://app.envato.com

ถ้าจะให้พูดถึงคำว่าอวสาน กับคำว่าความเชื่อ คงเป็นสิ่งที่ไม่มีทางมาบรรจบ อาจแค่อวสานในบทบาทหนึ่ง และพัฒนาไปอีกระดับตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ความเชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับเทคโนโลยีแต่ผูกอยู่กับโครงสร้างทางจิตวิทยาและธรรมชาติของมนุษย์
 
การหลอกลวงให้เชื่อในโลกยุคดิจิทัล + AI ยังคงทำได้ เช่น แก๊งคอลเซนเตอร์ หรือการหลอกลวงให้ลงทุน หรือการใช้แอพต่างๆ มาหลอกลวงผู้คน ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี ก็ยิ่งทำให้คนเกิดความรู้สึก ไร้ที่พึ่งและควบคุมอะไรไม่ได้ เรื่องของความเชื่อ + ความโลภ ก็จะเข้ามามีบทบาทได้ง่ายขึ้น ดังเราจะเห็นได้จากธุรกิจสายมูที่เติบโตมาก

เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มองอีกด้านคือเรื่องของแฟชั่น แม้จะดูเหมือนเป็นสิ่งงมงาย แต่ก็มีการเปลี่ยนเทรนด์อย่างรวดเร็ว ใครที่ไม่อยากตกกระแสก็ต้องก้าวตาม จึงทำให้เกิดมูลค่าด้านการตลาดที่เพิ่มสูงต่อเนื่อง
 
หากมองลึกไปจริงๆ ในแก่นของปัญหาความเชื่อไม่ใช่เรื่องผิด และการมีที่พึ่งทางใจก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่เมื่อใดก็ตามที่ความเชื่อถูกแปลงสภาพกลายเป็น ธุรกิจที่สัญญาผลตอบแทนเกินจริง หรือเรียกร้องให้เราแลกด้วยทรัพย์สิน ร่างกาย และความปลอดภัย เมื่อนั้นมันจะไม่ใช่ศาสนาหรือความศรัทธา แต่จะเรียกว่าเป็นขบวนการหลอกลวง
 
ซึ่งก็คงจะถึงเวลาที่สังคมไทยต้องถอดบทเรียนจากหลายเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น และหยุดเปลี่ยนความสิ้นหวังจนกลายเป็นกำไรของเหล่ามิจฉาชีพ และควรหันกลับมาตั้งคำถามกับทุกพิธีกรรมด้วยสติ ปัญญา และเหตุผล เพราะที่พึ่งที่แท้จริงและปลอดภัยที่สุด ไม่ใช่อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์จากใคร แต่คือการมีสติรู้เท่าทันตนเองและสังคม
 
อ้างอิง :
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ยอดวิว TikTok สำคัญแค่ไหน? วิธี เปลี่ยนคนดูให้กล..
1,363
คู่มือเลือกเว็บปั้มไลค์สำหรับผู้ประกอบการ SME แล..
1,352
ปั้นยอดวิวเอง หรือ ใช้เว็บปั้มวิว ? เปรียบเทียบ..
1,221
ธุรกิจเพิ่งเริ่ม คนยังไม่รู้จัก ควรสร้าง Social ..
1,208
Indomie มาม่าขายดีในแอฟริกา 4,500 ล้านซอง/ปี! เบ..
437
กลยุทธ์สาขาเดียว คำตอบเดียวในความดัง Parameter
412
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด