บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
292
2 นาที
15 ตุลาคม 2569
ชายวัยเกษียณ! ยอมทิ้งรายได้ 100 ล้าน เดิมพันธุรกิจ AI ที่ไม่เคยทำ
 

สมมุติว่าถ้าเรามีโรงงานสักแห่งที่สามารถสร้างรายได้หลักร้อยล้านต่อปี เราจะเลือกทิ้งธุรกิจนี้เพื่อไปทำธุรอื่นที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อนไหม?
 
คำตอบของคนส่วนใหญ่น่าจะบอกว่าไม่ และคงคิดต่อไปอีกว่าจะมีคนที่เขาคิดหรือทำแบบนี้อยู่ด้วยจริงเหรอแม้จะดูเหลือเชื่อแต่ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นจริงเป็นเรื่องราวของ หวัง เว่ยซิว ชายชาวจีนวัย 66 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องจักรมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่มณฑลชานตง ชื่อว่า Zhongji Equipment โดยเป็นธุรกิจที่เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งก็มีผลประกอบการที่ดีเฉลี่ยมีรายได้ต่อปีประมาณ 500 ล้านบาท
 
ในวัยเกษียณความจริงเขาก็น่าจะพอใจกับตัวเลขรายได้ขนาดนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องไปดิ้นรนทำอะไรให้กลายเป็นความเสี่ยง แค่อยู่เฉยๆ เหมือนที่เคยๆ ชีวิตก็น่าจะสบายในช่วงบั้นปลายชีวิตแต่ หวัง เว่ยซิว กลับคิดในทิศทางที่ตรงข้าม เมื่อเขามองว่าตลาดเครื่องจักรเริ่มอิ่มตัว และเทคโนโลยีโลกยุคใหม่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ถ้าตัวเขาเองยังเลือกอยู่เฉยๆ บริษัทที่สร้างมาทั้งชีวิตอาจค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ
 

ภาพจาก https://citly.me/sa8fhd
 
ประกอบกับในตอนนั้นมีบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีแสงสัญชาติจีนอีกแห่งชื่อ InnoLight ก่อตั้งโดย หลัว เซิ่ง กำลังพัฒนา "Optical Transceiver" หรือโมดูลรับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูง ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสง และส่งข้อมูลข้ามเซิร์ฟเวอร์ใน Data Center ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google, Microsoft และ Nvidia ที่ขาดไม่ได้ และมีความต้องการเงินทุนขยายโรงงานเพื่อเตรียมเข้าตลาดหุ้น NASDAQ
 
ในเมื่อ InnoLight มีเทคโนโลยีที่ลํ้าอนาคต แต่ขาดเงินทุนและโอกาสในการขยายตลาด ส่วน หวัง เว่ยซิว มีความพร้อมเรื่องโครงสร้างธุรกิจและช่องทางทางธุรกิจ แต่ไม่มีเทคโนโลยีแสง สุดท้าย 2 แนวคิดนี้ก็มาบรรจบกันลงตัว และ กลายเป็นการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ หวัง เว่ยซิว ด้วยเช่นกัน
 
การเดิมพันครั้งใหญ่ที่เอาอนาคตทั้งชีวิตมาควบรวม

 
ภาพจาก https://citly.me/sa8fhd
 
เมื่อคิดและตัดสินใจที่เหลือคือลงมือทำทันที แม้ธุรกิจใหม่ที่กำลังจะเริ่มนี้ หวัง เว่ยซิว ไม่เคยมีความรู้ และไม่ได้เข้าใจธุรกิจนี้อย่างลึกซึ้ง แต่สิ่งที่เขามองเห็นคือโอกาสที่ไม่ควรพลาด และเดิมพันครั้งใหญ่นี้ก็คือการเอาธุรกิจตัวเองทั้งหมดมาทุ่มลงไปโดยในปี 2017 เริ่มต้นการควบรวม Zhongji Equipment และ InnoLight ด้วยการออกหุ้นใหม่ที่มีมูลค่ากว่า 14,000 ล้านบาท เพื่อเข้าซื้อกิจการ InnoLight ทั้งหมด 100%
 
นอกจากการใช้หุ้นซื้อกิจการแล้ว หวัง เว่ยซิว ยังควักเงินส่วนตัวเพิ่มอีก 1,400 ล้านบาทเพื่อเพิ่มสัดส่วนหุ้น และจัดตั้งบริษัทใหม่ชื่อ "Zhongji Innolight" สำเร็จ และแบ่งธุรกิจเครื่องจักรเดิมที่เคยทำไปเป็นบริษัทย่อย รวมถึงมอบหมายให้ หลัว เซิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทำงานด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มที่
 
จากรายได้ 100 ล้านสู่มหาเศรษฐีหมื่นล้านในวัยเกษียณ

 
ภาพจาก https://citly.me/sa8fhd
 
ดูเหมือนว่าการเดิมพันครั้งนี้จะเห็นผลชัดเจน เพราะ AI ได้เข้ามามีบทบาทในสังคมยุคใหม่อย่างมาก บรรดาบริษัทเทคโนโลยีต่างก็ต้องการ Optical Transceiver หรือโมดูลรับส่งสัญญาณข้อมูลความเร็วสูง ที่แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นแสงและแสงเป็นไฟฟ้า เพื่อใช้ใน Data Center
 
จากจุดนี้เองที่ทำให้มูลค่าบริษัทเดิมในส่วนของ Innolight ที่เคยมีประมาณ24,000 ล้านบาท (ปี 2016) ปัจจุบัน Zhongji Innolight มีมูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 6 ล้านล้านบาท รวมถึงตัวเลขผลประกอบการก็สูงในระดับหมื่นล้านเช่นกัน
  • ปี 2023 รายได้ 53,000 ล้านบาท กำไร 10,400 ล้านบาท
  • ปี 2024 รายได้ 117,000 ล้านบาท กำไร 25,600 ล้านบาท
  • ปี 2025 รายได้ 189,000 ล้านบาท กำไร 53,500 ล้านบาท
ส่งผลให้ หวัง เว่ยซิว กลายเป็นชายวัยเกษียณที่มีทรัพย์สินรวมกว่า 870,000 ล้านบาท และหลัว เซิง ก็เป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินกว่า 174,000 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้ชัดเจนว่า วิสัยทัศน์คือสิ่งสำคัญเหมือนที่หวัง เว่ยซิว ไม่ได้เชี่ยวชาญในธุรกิจ AI แต่แค่มองเห็นโอกาสและก็กล้าที่จะเดิมพันในทันที


ภาพจาก https://citly.me/sa8fhd
 
บทเรียนที่ SMEs ควรนำไปประยุกต์ใช้สำหรับทำธุรกิจ

1.ต้องกล้าคิดและกล้าที่จะเสี่ยงกับธุรกิจที่ใหญ่กว่า

แม้ว่าธุรกืจเดิมอาจจะมียอดขายที่ดี ยังขายสินค้าได้ และดูไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไร แต่วิสัยทัศน์การมองระยะไกลหากประเมินว่าในอนาคตอาจต้องเจอทางตัน หรือในวันที่ธุรกิจเดิมไปต่อไม่ได้ก็ควรมีอีกธุรกิจที่ยังเดินหน้าต่อได้ แม้ว่าการลงทุนใหม่อาจจะมองว่ามีความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นก็ตาม
 
2.รู้จักเลือกคนให้เหมาะกับงาน

ในฐานะเจ้าของธุรกิจเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกเรื่อง แต่ต้องมีสายตาในการพิจารณาเลือกคนให้เหมาะกับงาน วางบทบาทตัวเองเป็นผู้ดูแลในภาพรวม ในส่วนของรายละเอียดที่ตัวเองไม่ถนัดก็เลือกใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยทำธุรกิจ วิธีนี้คือการผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้ในอนาคต

3.วิสัยทัศน์ต้องกว้างไกล

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต้องมีมุมมองที่ต่างไป ยกตัวอย่างของ หวัง เว่ยซิว ยิ่งชัดเจน เขากล้าเดิมพันเสี่ยงตั้งแต่ปี 2017 ในยุคที่ AI Data Center ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จนกระทั่งตอนนี้เป็นเทคโนโลยีที่โลกต้องการและ Zhongji Innolight ก็มีศักยภาพมากพอ โดยปัจจุบันทำได้ถึง 1.6 เทระบิตต่อวินาทีและมีความสามารถในการผลิตในปริมาณมหาศาล รวมถึงมีโรงงานกระจายในจีน ไทย และเวียดนาม ซึ่งในไทยใช้ชื่อว่า เทราฮอป ที่สระบุรี และกำลังเปิดโรงงาน
ใหม่ที่พระนครศรีอยุธยาด้วย
 

ภาพจาก https://citly.me/sa8fhd
 
ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้คือวิธีคิดที่ไม่ใช่แค่อยู่ในกรอบ แต่มองให้เห็นภาพรวมอนาคต จากนั้นตัดสินใจและลงมือทำทันที สำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจก็อาจใช้กรณีศึกษาของ หวัง เว่ยซิว เป็นตัวอย่าง อาจจะสร้างสุดยอดธุรกิจที่ก้าวสู่ความ
สำเร็จในอนาคตได้เช่นกัน
 
อ้างอิง 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“สินค้าจีน–ทุนจีนบุกไทย” SME เปลี่ยนเกม ไม่แข่งร..
1,207
Kopi Kenangan จากร้านกาแฟทุน 5 แสน สู่ยูนิคอร์นม..
436
เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์ AMAM LONBAKERY TOWN ตลาดเบเกอ..
430
ทำไมไทยเบฟฯ ยอมขาย KFC? จากนักล่าซื้อกิจการ กลับ..
429
Masan Group เบอร์ 1 ค้าปลีกเวียดนาม ครองตลาด 70%..
426
ยุคเงินกู้แอปเดลิเวอรี่! คลิกเดียวกู้ง่าย! จ่ายค..
425
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด