บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
287
3 นาที
15 ตุลาคม 2569
คุณแม่วัย 34 ปี ลงทุน 16,000 ดอลลาร์ ทำงานเสริมวันละ 20 นาที สร้างรายได้ 90,000 ดอลลาร์ต่อเดือน


ถ้ามีคนบอกว่า การเริ่มธุรกิจในช่วงที่เพิ่งมีลูกและแทบไม่มีเวลาว่าง อาจกลายเป็นธุรกิจที่ทำรายได้เกือบ 100,000 ดอลลาร์ต่อเดือน คุณอาจคิดว่าเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นจริง แต่สำหรับ Julia Holden วัย 34 ปี นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
 
จุดเริ่มต้นของธุรกิจเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 หลังจาก Holden และสามีสังเกตว่า Maxime ลูกชายแรกเกิดของพวกเขาหลับได้เร็วขึ้น เมื่อมีผ้าหรือผ้าขนหนูผืนเล็กๆ ช่วยบังสายตาในช่วงที่เธอเป็นคุณแม่มือใหม่และอยู่ในภาวะ “เอาตัวรอดไปวันๆ” Holden จึงลองหาสินค้าที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดสิ่งรบกวนทางสายตาของเด็กโดยเฉพาะ แต่กลับไม่พบสินค้าที่ถูกใจ
 
เธอจึงคิดง่ายๆ ว่า ถ้าไม่มีสินค้าที่อยากซื้อ ก็ลองสร้างมันขึ้นมาเอง จากไอเดียเล็กๆ นั้น Holden ออกแบบหมวกเด็กที่มีผ้าปิดตาติดอยู่ด้านหน้า และตั้งชื่อว่า Sleepy Hat เธอเริ่มทำธุรกิจนี้ควบคู่กับงานประจำในตำแหน่ง Senior Relationship Manager ของบริษัทโฆษณา พร้อมกับดูแลลูกชายไปด้วย
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ Holden ไม่ได้มีเวลาว่างวันละหลายชั่วโมงสำหรับทำธุรกิจ แต่เธอใช้เวลาที่มีอยู่เพียงครั้งละประมาณ 20 นาทีระหว่างการให้นมลูกตลอดเวลาประมาณหนึ่งปี เธอใช้เงินเก็บส่วนตัวเกือบ 16,000 ดอลลาร์ หรือราว 5.5 ล้านบาท เพื่อพัฒนาสินค้าและเปิดตัวธุรกิจ โดยไม่มีนักลงทุน ไม่มีทีมงานเต็มเวลา และแทบไม่มีบริการดูแลลูกนอกจากความช่วยเหลือจากครอบครัว
 
จากงบ 10,000 ดอลลาร์ สู่ค่าใช้จ่ายเกือบ 16,000 ดอลลาร์
 

ภาพจาก https://citly.me/qskpik
 
ตอนเริ่มต้น Holden ตั้งงบเอาไว้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ แต่เมื่อเริ่มทำจริง ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่การออกแบบสินค้า ทำแพตเทิร์น สร้างต้นแบบ สั่งตัวอย่างสินค้า ไปจนถึงค่าโดเมน เครื่องหมายการค้า เว็บไซต์ และค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่รวมกันกลายเป็นเงินก้อนใหญ่
 
Holden ไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เธอจึงเริ่มต้นด้วยการทำแพตเทิร์นร่วมกับแม่ แต่ต้นแบบแรกกลับมีขนาดผิดไปจากที่ต้องการอย่างมาก ต่อมาเพื่อนที่เป็นผู้ประกอบการแนะนำโรงงานในจีนให้เธอรู้จัก โรงงานดังกล่าวช่วยผลิตต้นแบบให้ แต่ปัญหายังไม่จบTech Pack หรือแบบรายละเอียดสำหรับโรงงานที่ Holden จัดทำขึ้นในช่วงแรกยังไม่ละเอียดพอ 
 
ทำให้เกิดสินค้าที่มีตำหนิมูลค่าประมาณ 1,500 ดอลลาร์ แทนที่จะหยุด เธอค่อยๆ ปรับแบบและเรียนรู้กระบวนการผลิตไปทีละขั้น จนในที่สุดสามารถสรุปดีไซน์และสั่งผลิตล็อตแรกจำนวน 1,500 ชิ้น
 
เปิดเว็บไซต์แล้ว แต่แทบไม่มีใครซื้อ
 

ภาพจาก https://citly.me/qskpik
 
หลังจากได้สินค้า Holden ลงทุนจ้างช่างภาพมืออาชีพเพื่อสร้างภาพสินค้าและเติมเนื้อหาให้เว็บไซต์ดูน่าเชื่อถือ Sleepy Hat เปิดเว็บไซต์อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน 2024 แต่ช่วงแรกกลับแทบไม่มีออเดอร์ ธุรกิจจบปี 2024 ด้วยยอดขายรวมไม่ถึง 2,000 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม จุดเล็กๆ ที่สำคัญที่สุดกลับเกิดขึ้นในช่วงนั้น คือวันที่มีคนที่เธอไม่รู้จักซื้อสินค้าจากเธอเป็นครั้งแรก
 
สำหรับ Holden การได้เห็นคำสั่งซื้อจาก “คนแปลกหน้า” ทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่สร้างขึ้นมาอาจมีตลาดจริง เธอบอกว่าการขายครั้งแรกนั้นทั้ง “น่าตื่นเต้นและน่ากลัว” เพราะหลังจากมีคนซื้อ เธอก็ต้องเผชิญกับความจริงอีกอย่างว่า ถึงเวลาต้องแพ็กและส่งสินค้าจริงๆ แล้ว
 
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นบนโซเชียล

 
ภาพจาก https://citly.me/qskpik
 
หลังจากเว็บไซต์เปิดตัว Sleepy Hat ยังไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดด จุดเปลี่ยนเริ่มเกิดขึ้นเมื่อ Holden นำสินค้าไปโพสต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Grommet และต่อมาเข้าร่วม Amazon ในฐานะผู้ขายบุคคลที่สามในเดือนสิงหาคม 2025ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน บัญชี TikTok ของ Sleepy Hat เริ่มได้รับความสนใจ บางคลิปมียอดชมหลายแสนครั้งและมีคนกดไลก์หลายพันคน สิ่งที่ทำให้คนสนใจไม่ได้มีแค่ตัวสินค้า แต่เป็นปัญหาที่พ่อแม่จำนวนมากรู้จักดี
 
เด็กบางคนเป็น “FOMO baby” หรือเด็กที่ไม่ยอมหลับเพราะไม่อยากพลาดสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ไม่ว่าจะอยู่บนรถ ระหว่างเดินเล่น หรืออยู่ในร้านอาหาร ผู้ปกครองจำนวนหนึ่งจึงเข้ามาคอมเมนต์ว่าพวกเขา “ต้องการ” หมวกแบบนี้ให้ลูก จากสินค้าที่เคยขายแทบไม่ได้ Sleepy Hat จึงเริ่มมีสัญญาณของ Product-Market Fit ที่ชัดเจนขึ้น
 
จากรายได้หลักพัน สู่เดือนละกว่า 90,000 ดอลลาร์


ภาพจาก https://citly.me/qskpik
 
หลังจากเริ่มจับตลาดได้ Holden ใช้การโฆษณาออนไลน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักในการสร้างยอดขาย เธอปรับปรุงกลยุทธ์โซเชียลมีเดีย ออกแบบ Sleepy Hat ด้วยลวดลายและวัสดุใหม่ๆ รวมถึงปรับแพ็กเกจจิ้งของสินค้า ผลลัพธ์เริ่มเห็นได้ชัด ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 Sleepy Hat ทำรายได้ มากกว่า 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือนอย่างต่อเนื่อง และในเดือนธันวาคม 2025 รายได้พุ่งขึ้นไปมากกว่า 90,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.1 ล้านบาทต่อเดือน
 
ส่วนเดือนมกราคม 2026 ธุรกิจทำรายได้มากกว่า 69,000 ดอลลาร์ หรือราว 2.4 ล้านบาท และที่สำคัญคือ Holden ระบุว่าธุรกิจ มีกำไรแล้ว อย่างไรก็ตาม เงินที่ได้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นรายได้ส่วนตัว แต่ถูกนำกลับไปลงทุนในธุรกิจ ทั้งด้านสินค้า การตลาด และการจ้างงานปัจจุบันเธอมีผู้รับเหมาพาร์ตไทม์ 2 คนช่วยดูแลเรื่องสต๊อกและโฆษณาบน Google กับ Amazon รวมถึงมีที่ปรึกษาทางธุรกิจที่เข้ามาถือหุ้นบางส่วน
 
จากเงินเดือน 95,000 ดอลลาร์ สู่การลาออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจ

 
ภาพจาก https://citly.me/qskpik
 
ก่อนหน้านี้ Holden มีงานประจำที่ให้เงินเดือนประมาณ 95,000 ดอลลาร์ต่อปี แต่ในเดือนตุลาคม 2025 เธอตัดสินใจลาออกเพื่อมาทำ Sleepy Hat เต็มเวลา แม้ธุรกิจจะเริ่มทำรายได้สูง แต่เธอยังไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้ตัวเองในระดับเดียวกับงานประจำตลอดปี 2025 เธอจ่ายเงินให้ตัวเองเพียง 2,500 ดอลลาร์ และใช้เงินเก็บที่เหลือ รวมถึงรายได้ของสามีที่ทำงานอยู่ที่ Princeton University ในการดำรงชีวิต เหตุผลสำคัญคือเธอต้องการนำกำไรส่วนใหญ่กลับไปขยายธุรกิจ
 
ปัจจุบัน Holden ทำงานประมาณ 30–60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมถึงช่วงวันหยุด แต่ถึงจะทำงานหนักกว่าเดิม เธอกลับมองว่าชีวิตมีความหมายมากขึ้น เพราะสามารถควบคุมตารางเวลาของตัวเองและใช้เวลากับครอบครัวในช่วงกลางวันได้มากกว่าเมื่อทำงาน  9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น หรือวันละ 8 ชั่วโมง เธออธิบายความรู้สึกของตัวเองไว้ประมาณว่า ยังเครียดเหมือนเดิม แต่เป็นความเครียดที่รู้สึกว่ามีความหมายมากกว่า
 
ความผิดพลาดไม่ได้แปลว่าธุรกิจต้องจบ

 
ภาพจาก https://citly.me/qskpik
 
หนึ่งในบทเรียนสำคัญของ Holden คือการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการมีทุกอย่างพร้อม เธอไม่มีพื้นฐานด้านการออกแบบ แบบสินค้าชุดแรกผิดขนาด Tech Pack ไม่ละเอียดจนเกิดสินค้ามีตำหนิเว็บไซต์เปิดแล้วแทบไม่มีคนซื้อ และกว่าจะมีลูกค้าคนแรกก็ต้องรอหลายเดือน แต่ทุกปัญหากลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้
 
วันนี้ Holden ยอมรับว่าสิ่งที่เธอยังต้องพัฒนาคือเรื่องการเงินและการจัดการ เธอไม่ใช่คนที่ชอบทำงานกับ Spreadsheet และไม่ได้ถนัดเรื่องตัวเลข แต่เมื่อธุรกิจเริ่มมีเงินไหลเข้าออกจำนวนมาก เธอจึงต้องบังคับตัวเองให้เข้าใจว่าเงินทุกดอลลาร์กำลังไปอยู่ที่ไหน เธอจึงทำงานร่วมกับนักบัญชีและที่ปรึกษาเพื่อให้สามารถบริหารธุรกิจได้ดีขึ้น
 
เป้าหมายต่อไปคือรายได้หกหลัก
 

ภาพจาก https://citly.me/qskpik
 
แม้ Sleepy Hat จะสร้างรายได้มากกว่า 90,000 ดอลลาร์ในเดือนเดียวแล้ว แต่เป้าหมายของ Holden ไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำให้ธุรกิจเติบโต เธอต้องการเพิ่มเงินเดือนที่จ่ายให้ตัวเองเป็นรายไตรมาส และตั้งเป้าว่าในปีถัดไปจะสามารถจ่ายเงินเดือนให้ตัวเองได้ มากกว่า 100,000 ดอลลาร์ต่อปี
 
หรือมากกว่าเงินเดือนจากงานประจำที่เธอเคยลาออกมา เรื่องของ Sleepy Hat จึงน่าสนใจตรงที่ธุรกิจนี้ไม่ได้เกิดจากการค้นพบเทคโนโลยีใหม่ หรือการมีเงินลงทุนจำนวนมหาศาลมันเริ่มจากคุณแม่มือใหม่คนหนึ่งที่เห็นปัญหาจากชีวิตประจำวันของตัวเอง จากนั้นเธอใช้เงินเก็บประมาณ 16,000 ดอลลาร์ ทดลองทำสินค้า เรียนรู้จากความผิดพลาด และใช้เวลาว่างครั้งละเพียง 20 นาทีเพื่อค่อยๆ สร้างธุรกิจขึ้นมา
 
จากยอดขายไม่ถึง 2,000 ดอลลาร์ในปีแรก วันนี้ธุรกิจสามารถทำรายได้มากกว่า 90,000 ดอลลาร์ในเดือนเดียว และบทเรียนสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า “ต้องมีเงินเยอะถึงจะเริ่มธุรกิจได้” แต่อยู่ที่ว่า บางครั้งธุรกิจที่ดีอาจเริ่มจากการสังเกตปัญหาเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน แล้วลงมือสร้างวิธีแก้ปัญหานั้น แม้ในตอนแรกเราจะมีเวลาเพียงวันละ 20 นาทีก็ตามเพราะสิ่งที่เปลี่ยนไอเดียเล็กๆ ให้กลายเป็นธุรกิจได้ อาจไม่ใช่การมีเวลามากที่สุด แต่คือการ ใช้เวลาที่มีให้ต่อเนื่องที่สุด
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
บทความเอสเอ็มอียอดนิยม Read more
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
ผู้สนับสนุน (Sponsor)
“สินค้าจีน–ทุนจีนบุกไทย” SME เปลี่ยนเกม ไม่แข่งร..
1,207
Kopi Kenangan จากร้านกาแฟทุน 5 แสน สู่ยูนิคอร์นม..
436
ทำไมไทยเบฟฯ ยอมขาย KFC? จากนักล่าซื้อกิจการ กลับ..
429
เซี่ยงไฮ้ ไทยแลนด์ AMAM LONBAKERY TOWN ตลาดเบเกอ..
429
Masan Group เบอร์ 1 ค้าปลีกเวียดนาม ครองตลาด 70%..
426
ยุคเงินกู้แอปเดลิเวอรี่! คลิกเดียวกู้ง่าย! จ่ายค..
425
บทความเอสเอ็มอีมาใหม่
บทความอื่นในหมวด