บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
1.0K
2 นาที
11 พฤษภาคม 2563
ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ที่ชัดเจนและทันสมัยที่สุดอยู่ที่นี่!


ภาพจาก freepik
 
ในภาวะวิกฤติโควิด-19 นี้ หลายคนคงอยากรู้ว่าอนาคตของตลาดอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยจะไปทางไหน  แต่ก่อนจะรู้ว่าจะไปทางไหน เราควรรู้ก่อนว่าแล้วสถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร  ศูนย์ข้อมูลที่ ดร.โสภณดำเนินการอยู่มีข้อมูลที่ชัดเจนที่สุด แต่อาจไม่ได้รับการเสนอในสื่อที่หลากหลาย เนื่องจากเป็นข้อมูลทางวิชาการ ไม่ได้เป็นข่าวที่ชาวบ้านทั่วไปสนใจมากนัก
 
หลายคนอยากทราบว่าขณะนี้มีสินค้าที่อยู่อาศัยเหลืออยู่ในมือผู้ประกอบการอยู่เท่าไหร่ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยเป็นแหล่งข้อมูลเดียวที่ภาครัฐและภาคเอกชนสามารถรับรู้ข้อมูลที่ชัด ลึกและทันสมัยและเป็นกลางที่สุดโดยไม่ต้องเสียงบประมาณนับร้อยล้านต่อปี  เราเป็นศูนย์ข้อมูลที่ไม่ตกอยู่ใต้อิทธิพลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ  ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม เพราะเรามั่นใจว่าการรู้ความจริง จะทำให้เราสามารถกำหนดนโยบายและแผนที่ถูกต้องในการพัฒนาธุรกิจหรือพัฒนาประเทศชาติของเราได้
 
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) กล่าวว่าศูนย์ข้อมูลเป็นหน่วยงานที่สำรวจข้อมูลอย่างกว้างขวาง และต่อเนื่องที่สุดในประเทศไทย พบว่า ณ เดือนเมษายน 2563 พบว่า ในเวลานี้ยังมีสินค้าในมือของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินอยู่ทั้งหมด 223,519 หน่วยรอผู้มาซื้ออยู่ โดยมีมูลค่ารวมกันประมาณ 954,121 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเป็นเงินหน่วยละ 4.269 ล้านบาทเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  หากประมาณการรวมทั่วประเทศ คาดว่าน่าจะมีจำนวนรวมถึง 368,806 หน่วย รวมเป็นเงิน 1,354,940 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 3.674 ล้านบาทต่อหน่วย


 
เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปรากฏว่า
 
1. สินค้าสำคัญกลุ่มใหญ่ที่สุดขายในราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 69,354 หน่วย หรือ 31% หรือราวหนึ่งในสามของทั้งหมด  รองลงมาเป็นในระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 58,817 หน่วย หรือ 26% สำหรับสินค้าราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นระดับราคาค่อนข้างต่ำมีอยู่รวมกันในตลาดเพียง 23% ของทั้งหมด หรือราว 50,677 หน่วย
 
2. ห้องชุดเป็นสินค้าที่เหลือขายอยู่มากที่สุดโดยห้องชุดเหลือขายอยู่ 95,558 หน่วย หรือ 43% ของสินค้าทั้งหมด รองลงมาคือ ทาวน์เฮาส์ จำนวน 69,482 หน่วย (31%) และบ้านเดี่ยว 37,129 หน่วย (17%)
 
3. ห้องชุดที่มีหน่วยรอขายมากที่สุดอยู่ที่ระดับราคา 2-3 ล้านบาท จำนวน 30,546 หน่วย  ในมูลค่ารวม 74,991 ล้านบาท
 
4. ส่วนทาวน์เฮาส์ที่เหลือขายมากที่สุดคือทาวน์เฮาส์ในระดับราคา 2-3 ล้านบาทเช่นกัน จำนวนทั้งสิ้น 34,255 หน่วย  รวมมูลค่าถึง 85,955 ล้านบาท
 
5. ส่วนบ้านแฝดเหลือขายอยู่มากที่สุดในระดับราคา 3-5 ล้านบาท จำนวน 11,530 หน่วย  มีมูลค่ารวมกันถึง 44,698 ล้านบาท และ
 
6. บ้านเดี่ยวเหลือขายอยู่มากที่สุดในระดับราคา 5-10 ล้านบาท จำนวน 14,598 หน่วย มูลค่ารวม 101,225 ล้านบาท
 
ภาวะในขณะนี้กลุ่มที่น่าห่วงใยที่สุดก็คือกลุ่มห้องชุด  เพราะหากสร้างไม่แล้วเสร็จก็ไม่สามารถเข้าอยู่ได้ทั้งหมด ต่างจากสินค้าแนวราบที่ยังสามารถก่อสร้างเป็นระยะๆ ได้ ในจำนวน 223,519 หน่วยที่รอขายอยู่นี้ สร้างเสร็จ 100% มีเพียง 16% หรือ 35,763 หน่วย ในกรณีห้องชุดอย่างเดียวที่รอขายอยู่ 95,558 หน่วยนั้น ที่เสร็จ 100% มี 23% หรือ 21,978 หน่วยเท่านั้น ที่เหลือหากมีวิกฤติเกิดขึ้น ก็คงสร้างค้างเติ่งไว้ และอาจกลายเป็นอาคารสร้างค้างเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปีวิกฤติ 2540


ภาพจาก freepik
 
ตามข้อมูลนี้ เราก็จะสามารถเห็นได้ชัดเจนว่า
 
1. การจะพยายาม “ถูลู่ถูกัง” ให้บริษัทพัฒนาที่ดินต่างๆ ผลิตที่อยู่อาศัยออกมามากๆ เพื่อให้มีรายได้มากมายเช่นก่อนอาจทำไม่ได้ ขืนทำไปก็ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย อาจทำให้เกิดปัญหาหนี้เสียได้
 
2. รัฐควรออกมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ไม่ใช่เป็นการทำให้ผู้ประกอบการเสียหาย ยิ่งผู้บริโภคได้รับการคุ้มครอง ยิ่งทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในตลาดมากขึ้น ผู้ประกอบการก็ยิ่งค้าขายได้มากขึ้น
 
3. ผู้ประกอบการ นักลงทุน สถาบันการเงิน ผู้บริโภค ฯลฯ ควรติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด มีข้อมูลครบถ้วน อย่าได้ตัดสินใจตามข้อมูลที่ไม่ควบถ้วน และบิดเบือน
 
ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทยมาจากการสำรวจภาคสนามอย่างต่อเนื่องและทันสมัยที่สุดคือนับถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2563  ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้มีความเป็นอิสระและเป็นกลางเพราะไม่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรายใหญ่มานั่งเป็นกรรมการ มาล่วงรู้ข้อมูลเอาไปใช้ประโยชน์ของตนเองก่อน!


ภาพจาก bit.ly/2WLvqO8
 
สนใจสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ติดต่อได้ที่ โทร. 02.295.3905 ต่อ 114
 
ที่มา : https://bit.ly/2STV6qD