บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
597
2 นาที
22 พฤศจิกายน 2564
อยากนำสินค้าวางขายใน 7-Eleven ต้องทำอะไรบ้าง
 

การนำสินค้าที่เรามีไปวางจำหน่ายใน 7-Eleven ที่ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 12,432 แห่งและมีแนวโน้มที่จะขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลระบุอีกว่ามีลูกค้าเดินเข้า 7-Eleven (รวมทุกสาขา) เฉลี่ยประมาณวันละ 11,800 ,000 คน ซึ่งหากคำนวณจากประชากรไทยที่มีอยู่ประมาณ 69 ล้านคน

นั่นหมายความว่าคนไทยที่ใช้บริการ 7-Eleven คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 17 จากประชากรทั้งหมด ซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จเพิ่มพลังการขายเพราะได้นำสินค้าวางขายใน 7-Eleven

ดังนั้น www.ThaiFranchiseCenter.com มั่นใจว่ามีผู้ประกอบการอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องการเพิ่มพลังการขายให้ธุรกิจตัวเองด้วยวิธีนี้ ลองมาดูว่าการนำสินค้าไปวางจำหน่ายใน 7-Eleven มีขั้นตอนอะไรบ้าง
 
1.เตรียมสินค้าให้พร้อม
 

ภาพจาก https://bit.ly/3HFSLHz

ผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าวางจำหน่ายใน 7-Eleven ต้องมีสินค้าที่ตรงตามมาตรฐานของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหรือสอดคล้องกับความต้องการของพฤติกรรมผู้บริโภค ยิ่งเป็นสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคและเป็นเทรนด์ของตลาดในขณะนั้น ย่อมมีโอกาสที่สินค้าจะขายดีหรือได้รับความนิยม มากกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ

และแน่นอนว่านอกจากความต้องการทางตลาดที่มีผลแล้ว คุณภาพมาตรฐานของสินค้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทาง7-Eleven ให้ความสำคัญ โดยสินค้าทุกชิ้นจะต้องผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานของสินค้า มีเครื่องหมายรับรองของทางราชการเช่นเลขสารบบอาหารหรือ อย., เครื่องหมายรับรองมาตรฐานของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือ มอก. 
 
2.ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์
 

ภาพจาก https://bit.ly/3HFSLHz

ถ้ามั่นใจว่าสินค้ามีความพร้อมขั้นตอนต่อมาคือการลงทะเบียนผ่าน www.cpall.co.th ซึ่งต้องกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าให้ครบถ้วนหรือมากที่สุด ซึ่งผู้ประกอบการสามารถเข้ามากรอกรายละเอียด โดยการกด Login เพื่อเข้าสู่ระบบ สำหรับท่านใดที่ไม่ได้เป็นสมาชิกจะต้องทำการสมัครสมาชิกก่อนโดยการ กด Register จากนั้นจึงเข้าสู่ระบบ โดยการลงทะเบียนนี้ถือเป็นช่องทางแรกที่ 7-Eleven จะพิจารณาว่าสินค้าของเราน่าสนใจแค่ไน เหมาะสำหรับนำมาวางขายหรือไม่

รวมทั้งจะมีการพิจารณาว่าสินค้าได้ขัดต่อหลักเกณฑ์ของทางบริษัทหรือไม่อย่างไร ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นรายละเอียดในการพิจารณา เพราะหากได้รับความเห็นชอบจะถือว่าได้ผ่านการพิจารณาในรอบแรก
 
3.นำเสนอสินค้าอีกครั้งต่อคณะกรรมการคัดเลือกสินค้า
 

ภาพจาก https://bit.ly/3HFSLHz

ในขั้นตอนนี้หมายถึงผู้ประกอบการได้เดินผ่านเข้ามาก้าวแรก และนี่คือโอกาสในการนำเสนอสินค้าให้กับคณะกรรมการคัดเลือกสินค้าของบริษัทซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิในหลากหลายสาขามาร่วมพิจารณา โดยสิ่งสำคัญที่ 7 -Eleven ต้องการคือสินค้าดังกล่าวต้องถูกหลักอาชีวอนามัยและมีความปลอดภัยต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงผู้ประกอบการต้องมีศักยภาพในการผลิตและส่งมอบสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

นอกเหนือจากนั้นคือข้อมูลทางการตลาดว่าเหตุใดเราถึงได้คิดและผลิตสินค้าชนิดนี้ขึ้นมา สิ่งที่ทางบริษัทต้องการทราบคือความจำเป็นของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้า และทิศทางของการตลาดว่าจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใดยิ่งเป็นสินค้าใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนจะเป็นสินค้าที่ 7 -Eleven ให้ความสนใจอย่างมาก สุดท้ายคือข้อมูลของกลุ่มผู้บริโภคโดยผู้ประกอบการต้องมีตัวเลขที่น่าสนใจของกลุ่มเป้าหมายว่าคือใคร จำนวนมากน้อยแค่ไหน และมีโอกาสเพิ่มเติมมากขึ้นในอนาคตได้หรือไม่อย่างไร
 
4.ตรวจสอนมาตรฐานสินค้าและโรงงานการผลิต
 

ภาพจาก https://bit.ly/3HFSLHz

เนื่องจาก7 -Eleven เป็นธุรกิจที่มีฐานลูกค้าจำนวนมากดังนั้นสินค้าทุกชนิดที่จำหน่ายผ่าน 7 -Eleven ต้องถูกคัดสรรอย่างดี โดยเริ่มต้นตั้งแต่ต้นทางคือกระบวนการผลิต

ซึ่งผู้ประกอบการที่ผ่านการพิจารณาในด้านความน่าสนใจของสินค้าและเป้าหมายทางการตลาดก็จะต้องมีการตรวจมาตรฐานของสินค้าว่าปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคโดยไม่มีส่วนผสมของสิ่งที่เป็นโทษต่อร่างการตามที่กฏหมายกำหนดและเป็นวัตถุดิบที่เหมาะสมถูกต้องรวมถึงกระบวนการผลิตในตัวโรงงานก็ต้องถูกหลักของกฏหมายตามที่ระบุไว้ รวมถึงต้องประเมินศักยภาพในการผลิตว่าจะสามารถทำสินค้าได้ตามออร์เดอร์ที่ 7 -Eleven ต้องการหรือไม่
 
5.กำหนดวันจำหน่ายสินค้าและกำหนดยอดสั่งผลิตในล็อตแรก
 

ภาพจาก https://bit.ly/3HKUbAq

เมื่อผ่านมาตรฐานในเรื่องการผลิตและโรงงานทางบริษัทก็จะทำการกำหนดวันจำหน่ายสินค้าและกำหนดยอดสั่งผลิตในล็อตแรกซึ่งการระบุสัญญาระหว่างผู้ประกอบการกับทางเซเว่นนั้นก็เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องมากำหนดกันอีกทีว่ามีความต้องการกระจายสินค้าในลักษณะใด ให้ครอบคลุมทุกสาขาหรือว่าต้องการเจาะจงพื้นที่ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ข้อมูลในส่วนนี้ต้องตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกันระหว่างเซเว่นและผู้ประกอบการสินค้า
 
และเมื่อใดก็ตามที่ผู้ประกอบการได้นำสินค้าวางจำหน่ายใน 7 –Eleven สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องคือพัฒนาสินค้าให้มีความทันสมัยและก้าวตามกระแสอยู่ตลอดเวลาเนื่องจาก 7 –Eleven มีกระบวนการตรวจสอบสินค้าในเรื่องยอดขายว่าน่าพึงพอใจในระดับไหนกับการทำธุรกิจร่วมกันโดยจะเป็นการประเมินเบื้องต้นใน 3 เดือนแรก ซึ่งข้อมูลชี้วัดนี้ก็เป็นบรรทัดฐานของทาง 7 –Eleven ที่ต้องการให้ผู้ประกอบการได้มีแนวทางในการพัฒนาสินค้าให้ถูกต้องและเหมาะสมต่อไปรวมถึงในกรณีที่มีปัญหาเรื่องยอดขายก็จะได้พิจารณาร่วมกันเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมต่อไป
 
ติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
Watson เริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกในปี 841 ที่ฮ่องกง ปัจจุบันถือเป็นร้านเพื่อสุขภาพและความงามที่มีสาขากว่า 16,000 แห่งใน 27 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทย Watson เริ่มธุรกิจครั้งแรปี 2539 ปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศกว่า 590 แห่ง จำหน่ายสินค้าเพื่อความงามแบบครบวงจร พร้อมบริการที่ดีให้กับลูกค้า และด้วยคว..
2months ago   540  4 นาที
ตลาดเครื่องสำอางปี 2564 คาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้น 3 % จากปี 2563 มูลค่าการตลาดประมาณ 300,000 ล้านบาทแบ่งเป็นมูลค่าตลาดภายในประเทศ 180,000 ล้านบาท และตลาดส่งออก 120,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะนักธุรกิจหน้าใหม่ที่ต่างต้องการสร้างฐานลูกค้าของตัวเอง&nbs..
2months ago   623  5 นาที