บทความทั้งหมด    บทความ SMEs    การเริ่มต้นธุรกิจใหม่    ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ
630
2 นาที
29 พฤศจิกายน 2564
อยากนำสินค้าวางขายใน CJ ต้องทำอะไรบ้าง
 

ในบรรดาร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่ในปัจจุบันชื่อของ CJ Supermarket เป็นที่รู้จักของคนไทยอย่างดี ถือเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ก่อตั้งมานานกว่า 15 ปี เริ่มต้นกิจการครั้งแรกตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2548 ปัจจุบันมีสาขากว่า 600 แห่งใน 29 จังหวัด และมีแนวโน้มที่จะขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่ง www.ThaiFranchiseCenter.com เชื่อว่าร้าน CJ Supermarket เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่คนทำธุรกิจต้องการนำสินค้าไปวางจำหน่าย แน่นอนว่าลักษณะของ CJ Supermarket นั้นถือเป็น Modern Trade ในรูปแบบของ Convenience Store ผู้ที่ต้องการเป็นคู่ค้ากับ CJ จึงต้องศึกษาข้อมูลและเตรียมเอกสารต่างๆ ให้พร้อม
 
จุดเด่นของ CJ Supermarket ที่น่าสนใจ! ทำไมถึงขายดี?
 

ภาพจาก facebook.com/CJsupermarket

ถ้าพูดถึงจำนวนสาขา CJ อาจยังเทียบไม่ได้กับบรรดาร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ต่าง ๆเช่น 7-Eleven ที่มีอยู่ 12,432 สาขา หรือ FamilyMart ที่มีสาขาอยู่ 901 แห่ง แต่จุดเด่นของ CJ Supermarket ที่ทำให้สู้กับคู่แข่งได้คือกลยุทธ์ด้านราคา ซึ่งพยายามทำให้สินค้าภายในร้าน ขายในราคาที่ถูกกว่าร้านสะดวกซื้อทั่วไปบวกกับการจัดโปรโมชันลดราคาอยู่บ่อย ๆ รวมถึงภายในร้าน ยังมีการวางขายสินค้าแบรนด์เล็ก ๆ ซึ่งเป็นสินค้าที่หาซื้อไม่ได้ตามร้านสะดวกซื้ออื่น ๆ

นอกจากนี้ CJ Express จะใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมืองคือเน้นขยายสาขาไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด, รอบนอกกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อน ซึ่งทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่ จะเน้นทำเลรองหรือถนนรองเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันจากคู่แข่งรายใหญ่ โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 17,000 ล้านบาท และมีกำไรราว 1,000 ล้านบาท
 
ต้องการนำสินค้าจำหน่ายใน CJ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
 

ภาพจาก facebook.com/CJsupermarket

เบื้องต้นต้องมีการทำ “สัญญาฝากขาย” โดยมีเอกสารที่ต้องเตรียมเบื้องต้นเช่น สำเนาหนังสือ ภพ. 20 , สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทผู้ส่งสินค้า , สำเนาบัตรประชาชน ของผู้รับมอบอำนาจในการจัดส่งสินค้า , สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารที่ต้องการรับชำระค่าสินค้า ที่มีชื่อบัญชีตรงตามชื่อที่ปรากฏในหนังสือรับรอง และนอกจากสินค้ากับเอกสารที่ต้องเตรียมให้พร้อม ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมให้พร้อมเช่นกัน
 
โดยส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายสำหรับการวางจำหน่ายใน Modern Trade เหล่านี้จะมี 4 ส่วนใหญ่ๆคือ ค่าเปิด Account ครั้งแรก , ค่าบริการจัดการลิสต์สินค้า SKU , ค่า Growth Profit (จีพี) และสุดท้ายคือค่าขนส่งและกระจายสินค้า (Distribution Center) ทั้งนี้ถ้าดูข้อมูลจากเว็บบอร์ดในพันทิปที่มีกระทู้หนึ่งได้พูดถึงค่าใช้จ่ายในการนำสินค้าเข้าจำหน่ายใน CJ มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายแยกย่อยคือ ค่ากระจายสินค้า 7% , ค่า Growth Profit (จีพี) 40% , ค่าบริการจัดการลิสต์สินค้า SKU 40% และค่า Distribution Center (DC) 40% 
 
ทั้งนี้ก็ได้มีผู้ที่เข้ามาตอบคำถามในกะทู้ดังกล่าวโดยให้ความรู้ในการตั้งราคาไว้ดังนี้ สมมุติถ้าเราจะขายสินค้าให้ CJ ต้นทุน 8 บาทรวม Vat 7% เป็น 8.56 ต้องตั้งราคา ขายปลีกที่ 14.25 บาท (ราคาขาย ลบด้วย ราคาซื้อ) หารด้วยราคา ขาย) (14.25- 8.56) หารด้วย 14.25 = 40% ซึ่งการเสนอขายสินค้าเหล่านี้ผู้ประกอบการต้องคำนวณค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆรวมไว้ในราคาสินค้าเพื่อให้มีกำไรจากการวางจำหน่ายได้
 
ช่องทางในการติดต่อนำสินค้าวางจำหน่ายใน CJ
 

ภาพจาก facebook.com/CJsupermarket
 
สำหรับคนที่สนใจต้องการเป็นคู่ค้ากับ CJ สามารถติดต่อนำเสนอสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ของ CJ ได้ ซึ่งเมื่อเรากดเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ของ CJ จะมีหน้าที่เรียกว่า “เสนอสินค้ากับ ซี.เจ.เอ็กซ์เพรส” ซึ่งหากเราเป็นคู่ค้าใหม่ ต้องเริ่มจากการใส่อีเมลล์จากนั้นทางบริษัท ซี.เจ.เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัดมาให้ทางอีเมลล์ 
 
โดยรายละเอียดรายละเอียดส่วนตัวที่ต้องกรอกก็เช่น ชื่อ-นามสกุล (ผู้ติดต่อ) , เบอร์โทรศัพท์ , ชื่อบริษัท , เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ส่วนรายละเอียดตัวสินค้าที่ต้องการเช่น ชื่อสินค้า (ประเภท+ชื่อ+กลิ่น+สี+รส+ปริมาตร) , บาร์โค้ดสินค้า , จุดเด่นของสินค้า , ช่องทางการจำหน่ายในปัจจุบัน , ราคาขายปลีก , ราคาทุนรวม , อายุสินค้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องแนบไฟต์รูปภาพ ประกอบการพิจารณาด้วย
 

ภาพจาก facebook.com/CJsupermarket
 
โดยมีเงื่อนไขในช่วงท้ายของรายละเอียดว่า ในกรณีที่บริษัทได้สั่งซื้อสินค้าที่คู่ค้าเสนอมาแล้ว แต่คู่ค้าไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามกำหนดเวลา คู่ค้าจะต้องชำระค่าปรับให้บริษัทเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของราคาสินค้าที่ยังไม่ได้มอบ
 
อย่างไรก็ดีหากต้องการนำสินค้าวางจำหน่ายใน CJ หากเป็นไปได้ควรสอบถามจากผู้ที่มีประสบการณ์ ผู้ที่เคยเป็นคู่ค้ากับ CJ มาก่อนเพื่อให้เรารู้ข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจน หรือดีที่สุดคือติดต่อโดยตรงกับทางบริษัทเพื่อรับทราบรายละเอียดเงื่อนไขที่ชัดเจนอีกครั้ง
 
ติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน
 
 ติดตามได้ที่ Add LINE id: @thaifranchise
 
 
ต้องการข้อมูลข่าวสาร ต้องการอัพเดทข้อมูลการตลาด หรือแนวทางการทำธุรกิจ ติดตามได้ที่ www.thaifranchisecenter.com/document/
 
รับฟังบทความต่างๆ ผ่านทาง PodCast ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ https://soundcloud.com/thaifranchisecenter
 
 
ในบรรดา Modern Trade ต่างๆ ที่อยู่ในประเทศไทย ต้องยอมรับว่า Tops ถือเป็น Supermarket ชั้นนำอันดับ 1 ของประเทศที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี แนวทางการตลาดของ Tops เน้นการเป็นแฟลกชิปสโตร์ด้านผัก ผลไม้ อาหารสด..
2months ago   571  4 นาที
Watson เริ่มต้นธุรกิจครั้งแรกในปี 841 ที่ฮ่องกง ปัจจุบันถือเป็นร้านเพื่อสุขภาพและความงามที่มีสาขากว่า 16,000 แห่งใน 27 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทย Watson เริ่มธุรกิจครั้งแรปี 2539 ปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศกว่า 590 แห่ง จำหน่ายสินค้าเพื่อความงามแบบครบวงจร พร้อมบริการที่ดีให้กับลูกค้า และด้วยคว..
2months ago   544  4 นาที